สรุปข่าว
- Michael Saylor ระบุว่า “มีคนเดียวในโลกที่ขาย Bitcoin น้อยกว่าผมคือ Satoshi” สะท้อนจุดยืนของเขาที่มีต่อ Bitcoin ว่าแม้ Strategy จะเริ่มขาย BTC บางส่วนในปีนี้แต่เขาพยายามจะสื่อว่ามันก็น้อยมาก ขนาดที่ว่ามีแค่ Satoshi คนเดียวที่ขายน้อยกว่า
- Strategy ถือ Bitcoin มากกว่า 840,000 BTC คิดเป็นประมาณ 4% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่มีในตลาดที่ 21 ล้าน BTC
- แม้บริษัทจะเริ่มบริหารคลัง BTC อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ Saylor ยังคงยืนยันว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์หลักของ Strategy และการสะสมระยะยาวยังเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish
คำพูดของ Saylor มีแนวโน้มเป็นเชิงบวก ต่อ Bitcoin เป็นอย่างมากเพราะตอกย้ำความเชื่อมั่นของหนึ่งในผู้ถือ BTC รายใหญ่ที่สุดในตลาด อย่างไรก็ตาม ผลต่ออาจจะยังไม่ได้เกิดขึ้นในตอนนี้ เนื่องจากคำพูดไม่ได้หมายความว่า Strategy กำลังซื้อ Bitcoin เพิ่มในทันที และบริษัทเองก็เพิ่งเริ่มขาย BTC บางส่วนเพื่อบริหารเงินทุน
Saylor ย้ำจุดยืน “Bitcoin คือสินทรัพย์หลัก”
Michael Saylor ประธานบริหารของ Strategy และหนึ่งใน Bitcoin Maximalist ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในตลาดคริปโต ออกมาเปรียบเทียบประวัติการถือครอง Bitcoin ของตัวเองกับ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin โดยกล่าวว่า
“คนเดียวที่ขาย Bitcoin น้อยกว่าผมคือ Satoshi เท่านั้นแหละ”
คำพูดดังกล่าวสะท้อนแนวคิดของ Saylor ที่ยังคงมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์ระยะยาว แม้ Strategy จะเปลี่ยนจากบริษัทซอฟต์แวร์มาเป็นบริษัทที่มี Bitcoin เป็นสินทรัพย์หลักบนงบดุลอย่างเต็มตัว
ปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin มากกว่า 840,000 BTC หลังบริษัทซื้อ Bitcoin เข้ามาเก็บเพิ่ม 24,869 BTC ในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ยอดถือครองเพิ่มเป็น 843,738 BTC และคิดเป็นประมาณ 4% ของ Bitcoin ทั้งหมดที่สามารถขุดได้สูงสุด 21 ล้าน BTC
Strategy ถือ Bitcoin มากกว่า 4% ของ Supply ทั้งหมด
การถือครองระดับกว่า 840,000 BTC ทำให้ Strategy กลายเป็นบริษัทมหาชนที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลกอย่างทิ้งห่างบริษัทอื่นหากเปรียบเทียบกับ Supply สูงสุดของ Bitcoin ที่ 21 ล้าน BTC การถือครองของ Strategy อยู่ที่ประมาณ 4% ของ Supply ทั้งหมด
นั่นหมายความว่า ทุก ๆ Bitcoin 25 BTC จาก Supply สูงสุดของเครือข่าย จะมีประมาณ 1 BTC ที่อยู่ในคลังของ Strategy
การสะสมดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านการระดมทุนหลายรูปแบบ ทั้งการออกหุ้น, การออกตราสารหนี้และล่าสุดคือหุ้นบุริมสิทธิซึ่งบริษัทนำเงินที่ระดมได้ไปซื้อ Bitcoin เพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยการซื้อครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคมเกือบทั้งหมดได้รับเงินทุนจากการขาย STRC
แต่ Strategy เริ่มขาย Bitcoin ออกไปบ้างแล้ว
แม้คำพูดของ Saylor จะสร้างภาพจำว่า Strategy เป็นบริษัทที่ “ไม่มีวันขาย” แต่ในความเป็นจริงปี 2026 บริษัทเริ่มมีการขาย Bitcoin บางส่วนเพื่อบริหารเงินทุน
Strategy เคยขาย Bitcoin ออกไปประมาณ 32 BTC ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะขายเพิ่มอีก 3,588 BTC ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ภายใต้โครงการ “BTC Monetization” โดยมีเป้าหมายระดมเงินประมาณ 1,250 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปจ่ายเงินปันผลและซื้อหุ้นบางประเภทกลับคืน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับคลังที่มีมากกว่า 840,000 BTC การขายในจำนวนดังกล่าวยังเป็นสัดส่วนที่เล็กมาก และไม่ได้เปลี่ยน Strategy ให้กลายเป็นผู้ขาย Bitcoin รายใหญ่ในตลาด
Phong Le CEO ของ Strategy ยังยืนยันในเดือนกรกฎาคมว่าบริษัทมองตัวเองเป็นผู้ซื้อและผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวและยังคงถือ BTC มากกว่า 840,000 BTC
Strategy กำลังกลายเป็น “ธนาคาร Bitcoin” ของตลาด?
สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคำพูดของ Saylor คือโมเดลธุรกิจของ Strategy กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
บริษัทไม่ได้เพียงซื้อ Bitcoin แล้วถือไว้เฉย ๆ อีกต่อไป แต่กำลังสร้างโครงสร้างเงินทุนที่สามารถระดมทุนจากตลาดแล้วนำเงินไปเพิ่ม BTC ในงบดุล ขณะเดียวกันก็สามารถขาย BTC บางส่วนเพื่อสร้างสภาพคล่องเมื่อจำเป็น
นั่นทำให้ Strategy มีลักษณะคล้ายบริษัทถือครอง Bitcoin มากกว่าบริษัทซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน เพราะราคาหุ้นของ Strategy มีความสัมพันธ์กับ Bitcoin สูงมาก หาก BTC ปรับตัวลงแรง มูลค่าสินทรัพย์ในงบดุลก็จะลดลง ขณะที่ต้นทุนของตราสารทุนและหนี้ยังคงอยู่
คำพูดของ Michael Saylor ที่ว่า “คนเดียวที่ขาย Bitcoin น้อยกว่าผมคือ Satoshi” เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของเขาในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุน Bitcoin ที่แข็งแกร่งที่สุดในตลาด ขณะที่ Strategy ยังคงถือ BTC มากกว่า 840,000 เหรียญ หรือราว 4% ของ Supply สูงสุดแต่ภาพของ Strategy ในปี 2026 ก็เริ่มมีจุดหักมุมจากที่เคย “ซื้อและไม่มีวันขาย” ในอดีตสู่การเริ่มขาย BTC บ้างบางส่วนเพื่อบริหารสภาพคล่องแล้ว
ส่วนตัวผมมองว่า จุดที่น่าจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่แค่ Strategy จะซื้อ BTC เพิ่มหรือไม่ แต่คือ โมเดลการระดมทุนของ Saylor จะสามารถทำให้บริษัทเพิ่มจำนวน Bitcoin ต่อหุ้นได้อย่างยั่งยืนแค่ไหน หากทำได้ Strategy อาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญของบริษัทมหาชนที่ใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง แต่หาก BTC อยู่ในช่วงขาลงเป็นเวลานาน โมเดลนี้ก็จะถูกทดสอบอย่างหนักเช่นกัน

