สรุปข่าว
- Bitcoin ย่อตัวแตะ $63,260 หลังรายงาน CPI ออกมาตามคาด ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อย รวมแล้วลดลง 0.36% ในรอบ 24 ชั่วโมง สวนทางกับราคาทองคำที่ยืนเหนือ 4,400
- ดัชนี CPI สหรัฐฯ แม้ออกมาตามคาดที่ 3.4% แต่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดมาก ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
- เหรียญหลักใน Top 100 ต่างปรับตัวลงตาม Bitcoin ขณะที่ Hyperliquid, Zcash และ Monero ทำผลงานโดดเด่นสวนตลาด
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ราคา Bitcoin ร่วงลงจากจุดสูงสุดระหว่างวันที่ $64,374 ลงมาแตะ $63,260 ในช่วงเช้ามืด สวนทางกับราคาทองคำที่พุ่งทะลุ $4,400 โดยมีสาเหตุหลักมาจากตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ที่แม้ออกมาตามคาดแต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟด ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ซ้ำเติมด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังยืดเยื้อ
เช้าวันนี้ราคา Bitcoin ได้เกิดการย่อตัวอย่างเห็นได้ชัด หลังรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ออกมาตามคาดส่งผลทำให้นักลงทุนคริปโทฯ เริ่มเกิดความกังวลถึงความไม่แน่นอนสวนทางกับทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุ $4,400
อ้างอิงข้อมูลจากกราฟ BTC/USD พบว่าราคาของ Bitcoin ได้ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดระหว่างวันที่ $64,374 ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ลงมาแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $63,260 ตอนเช้ามืดก่อนจะฟื้นตัวได้เล็กน้อยในขณะที่รายงาน แต่ถึงอย่างนั้นหากมองในภาพรวม 24 ชั่วโมงแล้วจะเท่ากับว่า Bitcoin ร่วงลดลงมาเพียง 0.36% เท่านั้น

สำหรับสาเหตุสำคัญที่กดดันให้ราคาปรับตัวลดลง คาดว่ามาจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาตามคาดการณ์ที่ +3.4% แม้ตัวเลขนี้จะสะท้อนว่าอัตราเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลง แต่ก็ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อยู่มาก ส่งผลให้โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้ายังคงริบหรี่ และมีแนวโน้มสูงที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป
ขณะเดียวกัน สงครามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงได้ในเร็ววัน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบสำคัญที่เข้ามาเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทเคอร์เรนซีอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของภาพรวมตลาดวันนี้ แม้ว่าเหรียญในกลุ่ม Top 100 เกือบครึ่งหนึ่งจะไม่ได้ปรับตัวลดลงตาม Bitcoin แต่หากวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบว่า โปรเจกต์หลักที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดีล้วนปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับ “พี่ใหญ่” ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ETH, XRP, SOL, BNB, ADA หรือ DOGE

อย่างไรก็ตาม เหรียญบางกลุ่มยังคงทำผลงานสวนกระแสได้อย่างโดดเด่นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นำโดย Hyperliquid (HYPE), Zcash และ Monero ซึ่งการปรับตัวขึ้นในครั้งนี้มาจากปัจจัยพื้นฐานเฉพาะตัวของโปรเจกต์เป็นหลัก โดยเฉพาะ HYPE ที่ได้รับแรงหนุนจากข่าวผลประกอบการที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล สะท้อนให้เห็นว่าแม้มรสุมภายนอกจะยังคงกดดันภาพรวมตลาด แต่นักลงทุนยังคงพร้อมที่จะเทเงินเข้าหาโปรเจกต์ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่างชัดเจน
มุมมองผู้เขียน : ตามสถิติแล้วเดือนสิงหาคมมักเป็นเดือนที่ Bitcoin ทำผลงานได้แย่ดังนั้นการย่อตัวที่เกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนนี้จึงเป็นเรื่องที่พอจะสามารถคาดเดาได้อยู่บ้างซึ่งหากประวัติศาสตร์จะซ้ำร้อยเราก็อาจได้เห็นจุดต่ำสุดใหม่ในเร็วๆนี้

