bitkub-banner

ชายชาวอังกฤษ พลิกชีวิตเป็นเศรษฐีข้ามคืน หลังได้ Bitcoin มูลค่า 147 ล้านคืน ในรอบ 12 ปี 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • “คริส”ชายชาวอังกฤษสามารถทวงคืน Bitcoin ที่ติดอยู่ในเว็บเทรดที่ปิดตัวไปเมื่อกว่าสิบปีก่อนได้สำเร็จ เปลี่ยนเงินลง 71,000 บาท ให้กลายเป็นความมั่งคั่งกว่า 147 ล้าน
  • เขาใช้เวลาทวงคืน Bitcoin ไปมากกว่า 12 ปี ผ่านมรสุมมากมายจนปล่อยวางแล้วว่าอาจไม่มีทางได้คืน แต่ด้วยความช่วยเหลือจากทนายจึงทำให้เขากลับมายิ้มได้
  • คริสวางแผนจะถือคริปโทฯ ต่อบางส่วน และแบ่งขายเพื่อนำเงินมาปรับปรุงบ้านดูแลแม่ยาย แม้จะยังโดนหลอกหลอนจนต้องเปิดเช็กพอร์ตวันละ 20 ครั้งก็ตาม

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

“คริส” ชายชาวอังกฤษพลิกชีวิตเป็นเศรษฐีข้ามคืน หลังต่อสู้นานถึง 12 ปีเพื่อทวงคืน Bitcoin จากกระดานเทรดยุคบุกเบิกที่ปิดตัวลงไป ทำให้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 7 หมื่นบาทในปี 2011 ได้เติบโตเป็นมูลค่ากว่า 147 ล้านบาทในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเรื่องโชคดีมากที่ทางเว็บเทรดเองยังคงเก็บรักษาสินทรัพย์เอาไว้อยู่จนวันที่เขาทวงสิทธิ์คืนมา

การต้องนั่งมองราคา Bitcoin พุ่งทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยรู้เต็มอกว่าตัวเองเคยมีเหรียญเหล่านั้นอยู่ แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์เหล่านั้นได้ คงไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่านี้อีกแล้วสำหรับหัวอกคนเป็นนักลงทุน

นี่คือเรื่องราวชีวิตจริงของ Chris ชายชาวอังกฤษที่ต้องทนอยู่กับความรู้สึกนี้มานานถึง 12 ปีเต็ม ท่ามกลางมรสุมชีวิตและคำหยอกล้อจากคนรอบข้าง แต่ใครจะเชื่อว่าจากคนที่เคยถอดใจยอมแพ้ไปแล้ว วันหนึ่งเขาจะลุกขึ้นมาทวงคืน Bitcoin กลับคืนมาได้สำเร็จ เปลี่ยนเงินลงทุน 7 หมื่นบาทในวันนั้น ให้กลายเป็นขุมทรัพย์ 147 ล้านบาทในวันนี้ พลิกชีวิตเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน 

Bitcoin ที่หายไป

ย้อนกลับไปในปี 2011 นักลงทุนที่ไม่ประสงค์ออกนาม “Chris” ได้เริ่มต้นการลงทุนใน Bitcoin หลังจากที่เพื่อนของเขาแนะนำและโน้มน้าวว่า Bitcoin กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

ด้วยความที่เขายังไม่กล้าเสี่ยงมากจึงได้ทำการลงทุนไปราว £1,500 ปอนด์ (ราว 71,000 บาท) ใน Bitcoin ที่ขณะนั้นมีราคาเพียง £2.94 (140 บาท) ผ่านเว็บซื้อขายที่มีชื่อว่า Intersango หรือชื่อเดิม Britcoin หนึ่งในกระดานเทรดคริปโทฯ ที่เก่าแก่ที่สุดในสหราชอาณาจักร

ไม่นานหนักหลังจากที่ chris ซื้อ Bitcoin ราคาก็ได้ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้ขายออกไปและถือเอาไว้จนพอร์ตโตขึ้นจาก £1,500 ปอนด์ เป็น £ 4,000 ปอนด์

แต่แล้วจู่ๆ ในช่วงต้นปี 2024 เว็บไซต์ก็ได้เกิดปิดตัวและผู้ใช้งานก็ไม่ได้รับการตอบกลับใดๆ จากแพลตฟอร์มหลังจากที่มีการยื่นขอถอนเงิน โดยตัวของ chris เองก็พอจะทราบว่าทาง Intersango น่าจะกำลังจะประสบปัญหาจึงอยากจะขอถอน Bitcoin ออกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม พอเขาพยายามล็อกอินกลับเข้าไปก็ต้องพบว่าบัญชีของเขาถูกอายัดและไม่สามารถนำเงินออกมาได้ ซึ่งขณะนั้นเขาตกใจมากเพราะเงินก้อนนั้นเป็นเงินที่ไม่อยากจะเสียมันไป

จากความสิ้นหวังสู่การเป็นเศรษฐี

หลังจากแพลตฟอร์มล่มสลาย คริสได้พยายามติดต่อกับทางบริษัทมานานหลายปี ด้วยความเชื่อที่ว่ายังพอจะมีสิทธิ์ทวงคืน Bitcoin แต่สุดท้ายแล้วความพยายามก็ไม่เป็นผลจนทำให้ chris ถอดใจและก้มหน้ายอมรับความจริงในขณะที่มองราคา Bitcoin สูงขึ้นเรื่อยๆ 

Chris ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาชีวิตของเขาเต็มไปด้วยมรสุม เนื่องจากเขาไม่ค่อยได้ทำงานแล้ว ลูกชายก็ออกไปแต่งงาน พ่อตาของเขาก็จากไปแล้วทำให้ภรรยาเขาต้องออกจากงานไปดูแลแม่ยาย ส่วนพ่อและแม่แท้ๆ ของเขาก็อายุปาเข้าไป 80 กว่าแถมมีโรคประจำตัว โดยหลายครั้งเพื่อนๆ ของเขามักจะเข้ามาแซวว่าเงินล้านของเขาหายไปไหนแล้ว ซึ่ง Chris ก็ทำได้แต่เพียงยิ้มรับและอดทนต่อไป 

สุดท้ายแล้วในช่วงต้นปีนี้คริสได้ลองเสี่ยงดวงอีกครั้ง และจ้างทนายเข้ามาเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ Bitcoin จนทำให้สามารถทวงคืน Bitcoin ของเขามาได้และปัจจุบันเหรียญเหล่านั้นมีมูลค่าสูงกว่า 3.3 ล้านปอนด์ หรือราว 147 ล้านบาท

ทำได้อย่างไร?

ด้วยความที่เว็บเทรด Intersango ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน ช่องทางหรือสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหาย ของคริสในตอนแรกจึงมีจำกัดอย่างมาก

ความหวังแรกของการทวงคืนก็ได้ปรากฏขึ้นในปี 2018 ที่มีอีเมลจากผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มที่ส่งหาอดีตลูกค้าว่าให้ทำการติดต่อ แต่ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นอีเมลสแกมเมอร์และลบมันทิ้ง ทำให้กระบวนการกู้คืนล่าช้า

ตัดภาพมาในช่วงต้นปีนี้ ภรรยาของคริสได้สนับสนุนให้เขาติดต่อไปยัง CEL Solicitors ซึ่งเป็นบริษัทกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านการกู้คืนคริปโทเคอร์เรนซีที่สูญหาย เพียงไม่กี่เดือน ทีมทนายความก็ประสบความสำเร็จในการดึงสิทธิ์การเข้าถึงบิตคอยน์ที่สูญหายของคริสกลับคืนมาได้สำเร็จและส่งมอบคืนให้แก่เขา 

Chris เล่าว่าเมื่อเขาบอกเรื่องนี้กับครอบครัว ทุกคนต่างตกตะลึงจนตาค้าง แต่ก็เตือนให้เขามีสติและอย่าเพิ่งดีใจจนเกินไปจนกว่า Bitcoin จะถูกโอนเข้าสู่กระเป๋าเงินจริงๆ

กระบวนการเบื้องหลัง

Ryan Sweetnam ผู้อำนวยการฝ่ายคดีความทางการเงินของ CEL Solicitors อธิบายว่า กระบวนการดังกล่าวเริ่มจากการรวบรวมเอกสารทางกฎหมายเพื่อยื่นต่อศาลสหรัฐฯ ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร แต่ในท้ายที่สุด กระบวนการทั้งหมดกลับเน้นไปที่การเจรจาประนีประนอมมากกว่าการต้องขึ้นเบิกความต่อหน้าผู้พิพากษาเพื่อเรียกร้องสินทรัพย์คืน

เบื้องหลังคดีนี้ เกิดจากการที่ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสามคนของ Intersango กำลังตกอยู่ในข้อพิพาททางกฎหมายยืดเยื้อเกี่ยวกับการปิดตัวของแพลตฟอร์ม ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าหนึ่งในผู้ก่อตั้งยังคงถือครองบิตคอยน์จำนวน 5,500 BTC มูลค่าราว 500 ล้านปอนด์ เอาไว้ 

ในระหว่างการสู้คดี หนึ่งในผู้ก่อตั้งได้ยอมรับเป็นครั้งแรกว่าเขายังคงถือครอง Bitcoin ที่เป็นของผู้ใช้งาน Intersango เอาไว้จริงๆ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการยืนยันถึงการมีอยู่ของสินทรัพย์ดังกล่าว หลังจากที่บริษัทปิดตัวไปนานหลายปีโดยไม่มีใครทราบเบาะแส

Sweetnam กล่าวปิดท้ายว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่ผู้ก่อตั้งจะขัดขวางการส่งมอบเหรียญคืนแก่ผู้ใช้งาน เพราะหากมีการแบ่งเงินดังกล่าวออกไป ผู้ก่อตั้งแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบต่อหนี้สินเนื่องจากเป็นผู้ถือครองสินทรัพย์ที่แท้จริงของลูกค้า จากหลักฐานทั้งหมดที่ปรากฏ ชี้ให้เห็นว่าผู้ก่อตั้งไม่ได้มีเจตนาปิดบัง แต่กำลังพยายามก้าวออกมาเพื่อนำสินทรัพย์ส่งคืนให้แก่เจ้าของ แม้ว่ามันจะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลานาน

ชีวิตปัจจุบันของคริส

อย่างไรก็ตามแม้ Bitcoin จะถูกโอนเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มที่ผ่านการรับรองจาก FCA แล้วแต่คริสยอมรับว่าเขายังคงเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาดูยอดเงินวันละไม่ต่ำกว่า 20 ครั้งทุกวัน เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับแก๊งมิจฉาชีพและแฮกเกอร์ 

ทั้งนี้ เขาตั้งใจว่าจะยังคงเก็บสินทรัพย์บางส่วนไว้ในรูปของคริปโทต่อไป แต่จะทยอยถอนเงินบางส่วนออกมาใช้ปรับปรุงและขยายบ้านให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการดูแลแม่ยาย โดยคริสเผยว่า เขายังไม่ได้จัดงานฉลองอย่างเป็นทางการ แต่มีแผนที่จะจัดงานเลี้ยงและพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนในเร็วๆ นี้

ที่มา: lbc


มุมมองผู้เขียน : โดยปกติแล้วการล่มสลายของกระดานเทรดคริปโทฯ ในยุคบุกเบิกมักจบลงด้วยการสูญหายถาวร ทำให้เคสนี้นับเป็นกรณีศึกษาที่ปาฏิหาริย์มาก