สรุปข่าว
- ราคา Ethereum (ETH) ร่วง 2.25% มาอยู่ที่ $2,299.34 ในวันที่ 26 ต.ค. หลุดระดับจิตวิทยา $2,300 ลงมา ขณะที่ราคาในรอบ 24 ชั่วโมงติดลบ 1.23%
- ราคาไหลลงต่อเนื่องจากกว่า $2,500 เมื่อสัปดาห์ก่อน หลุดโซน $2,400 ถึง $2,500 ที่เคยเป็นฐานหลังการพุ่งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม โดยปริมาณซื้อขายลดลง
- ตลาดให้ความสนใจกับโซนราคาที่ต่ำกว่า $2,300 ว่าจะยืนได้หรือไม่ หลังราคาทำจุดต่ำใหม่ติดกันหลายวัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
โครงสร้างราคาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวเป็นขาลงพร้อมกัน ราคาทำจุดต่ำใหม่ต่อเนื่องบนปริมาณซื้อขายที่ลดลง สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่กลับเข้ามาอย่างชัดเจน
ราคา Ethereum ร่วงลง 2.25% แตะ $2,299.34 ในวันที่ 26 ต.ค. 2569 หลุดระดับจิตวิทยา $2,300 ลงมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาแกว่งตัวระหว่าง $2,293.20 ถึง $2,359.75 และปิดติดลบ 1.23% การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังราคาเพิ่งลงมาแตะ $2,352 เมื่อ 6 ชั่วโมงก่อน ซึ่งแปลว่าแรงขายยังไม่หยุดในวันเดียว
ปริมาณซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 8.54 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของ ETH อยู่ที่ 2.81 แสนล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ไม่ได้บ่งชี้ถึงการเทขายแบบตื่นตระหนก แต่เป็นการไหลลงอย่างต่อเนื่องของราคา
เส้นทางไต่ลงของ ETH จากหลัก $4,000 สู่ใต้ $2,300
การหลุด $2,300 ครั้งนี้เป็นอีกหมุดหมายหนึ่งบนเส้นทางขาลงที่ยาวนานของ Ethereum ราคาเริ่มลดลงตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2568 ขณะนั้น ETH ซื้อขายอยู่ราว $4,159 ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องจนทำจุดต่ำสุดใกล้ $1,566 ในเดือนมิถุนายน 2569 รวมแล้วราคาลดลงประมาณ 44% จากจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาลง
หลังจากนั้น ตลาดมีการดีดกลับครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคม ราคาพุ่งขึ้นเหนือ $2,500 และไปทำจุดสูงสุดของรอบใกล้ $2,775 ในช่วงปลายเดือนกันยายน แต่การดีดกลับครั้งนั้นยังไม่สามารถทะลุกลับขึ้นไปยังโซนที่เคยหลุดลงมาในปี 2568 ซึ่งอยู่เหนือ $3,000 ได้ จากนั้นราคาทำจุดสูงต่ำลงเรื่อย ๆ ลดลงราว 16% จากยอดเดือนกันยายน
ไหลลงทีละขั้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในระยะสั้น ราคาลดลงจากราว $2,510 เมื่อวันที่ 21 ต.ค. มาทำจุดต่ำที่ $2,287 ในวันที่ 24 ต.ค. และ $2,293 ในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งเป็นจุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมต่อเนื่อง การดีดกลับระหว่างวันไปแตะราว $2,331 ยังเป็นการขยับที่อ่อนแรงภายในโครงสร้างขาลง แท่งเทียนรายสัปดาห์ปัจจุบันปิดต่ำสุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่ราคาทะลุขึ้นในเดือนสิงหาคม
ความหมายต่อตลาดคริปโตและอารมณ์ของนักลงทุน
สิ่งที่น่าสังเกตคือลักษณะของการลดลงรอบนี้ ปริมาณซื้อขายที่ลดลงขณะที่ราคาไหลต่ำลง บ่งชี้ว่าแรงขับเคลื่อนเป็นการขาดความสนใจซื้อมากกว่าการเทขายแบบตื่นตระหนก นักลงทุนจำนวนมากดูเหมือนจะรอดูสถานการณ์ แทนที่จะรีบเข้ามารับราคาที่ถูกลง ซึ่งสะท้อนความระมัดระวังที่ยังครอบงำตลาด
ในแง่เรื่องเล่าของตลาด การดีดกลับเดือนสิงหาคมเคยทำให้บางส่วนตั้งความหวังว่าขาลงจบแล้ว แต่ข้อมูลล่าสุดแสดงว่าราคาลดลงกลับมาและหลุดโซนที่เคยเป็นฐาน ความเชื่อมั่นจึงอ่อนตัวลงตามไปด้วย ส่วนปัจจัยมหภาค เช่น ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นตัวแปรที่ตลาดคริปโตตอบสนองต่อเนื่อง แต่ในรอบนี้ยังไม่มีข่าวเฉพาะเจาะจงที่ชี้ชัดว่าเป็นตัวกระตุ้นการร่วงของ ETH ในวันนี้
ระดับราคาที่ตลาดจับตาในระยะต่อไป
หลังหลุด $2,300 ตลาดจับตาว่าราคาจะทรงตัวบริเวณจุดต่ำล่าสุดได้หรือไม่ และจะกลับขึ้นไปยืนเหนือโซน $2,400 ที่เพิ่งหลุดลงมาได้เมื่อใด ในมุมประวัติศาสตร์ โซน $2,000 ถือเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญที่ผู้ร่วมตลาดพูดถึงมาก ส่วนจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนใกล้ $1,566 ยังเป็นเครื่องเตือนว่าตลาดเคยลงลึกกว่านี้มาแล้ว
ฝั่งขาขึ้น การจะเปลี่ยนโครงสร้างได้ต้องเห็นราคากลับขึ้นไปเหนือโซน $2,500 พร้อมปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นชัดเจน และท้ายที่สุดคือการกลับไปยืนเหนือ $3,000 ซึ่งเป็นโซนที่หลุดลงมาในปี 2568 ทั้งหมดนี้เป็นการอธิบายสถานการณ์ของตลาด ไม่ใช่การคาดการณ์ราคา
ความเห็นผู้เขียน
ปกติบทความแนวหมุดหมายมักเขียนเพื่อฉลองความสำเร็จ แต่ครั้งนี้ผมอยากให้มองหมุดหมายนี้ตามความเป็นจริงมากกว่า การหลุด $2,300 ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่เป็นหลักฐานอีกชิ้นว่าแนวโน้มขาลงที่ลากมาเกือบหนึ่งปียังไม่จบ และการดีดกลับเดือนสิงหาคมที่หลายคนหวังกลายเป็นเพียงจังหวะพักในขาลงใหญ่
ส่วนตัวผมให้น้ำหนักกับเรื่องปริมาณซื้อขายที่ลดลงมากกว่าตัวเลข 2.25% เพราะมันบอกว่าตลาดยังขาดแรงซื้อที่เชื่อมั่นพอ สิ่งที่น่าจับตาคือราคาจะทรงตัวบริเวณจุดต่ำล่าสุดได้หรือไม่ และปริมาณซื้อขายจะกลับมาพร้อมแรงซื้อหรือแรงขายกันแน่ ผู้อ่านที่ติดตามตลาดควรศึกษาข้อมูลรอบด้านและไม่ตัดสินใจจากความเคลื่อนไหวรายวันเพียงอย่างเดียว
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
