สรุปข่าว
- Binance ยืนยันกำลังซื้อสินทรัพย์ที่ถูกขโมยจากเหตุแฮ็กมูลค่า 6,300 ล้านดอลลาร์กลับคืน ผ่านตลาดซื้อขายและดีล OTC เพื่อให้เงินสำรองตรงกับสินทรัพย์ที่ลูกค้าถือครอง
- Lookonchain พบ wallet ที่เชื่อมโยงกับ Ethena โอน ENA จำนวน 128.63 ล้าน ENA มูลค่าประมาณ 24 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ Binance ภายใน 8 ชั่วโมง
- จำนวนดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 59% ของ ENA จำนวน 217.5 ล้านเหรียญที่ถูกขโมยไป แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าธุรกรรมนี้เป็นการขายแบบ OTC ให้ Binance โดยตรง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Neutral
การที่ Binance เดินหน้าซื้อสินทรัพย์ที่สูญหายกลับคืนเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่น เพราะแสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังจัดการกับช่องว่างของเงินสำรองอย่างจริงจัง ส่วนการโอน ENA จำนวนมากจาก wallet ที่เชื่อมโยงกับ Ethena อาจช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแรงขายจากเหตุแฮ็ก หากเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อคืนจริง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรตีความว่าเป็นแรงซื้อ ENA ในตลาดโดยตรงจนกว่าจะมีการยืนยันรายละเอียด
Binance ซื้อสินทรัพย์คืนเพื่อเติมเงินสำรองให้ครบ
ตามประกาศ Security Incident Update #2 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม Binance ระบุว่า บริษัทได้จัดสรรเงินทุนมากกว่า 6,340 ล้านดอลลาร์เพื่อรับผิดชอบความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในจำนวนนี้มีสินทรัพย์ที่ตรงกับประเภทโทเค็นที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้วมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นประมาณ 80% ของมูลค่าความเสียหาย
ส่วนสินทรัพย์ที่เหลืออีกราว 20% บริษัทกำลังดำเนินการซื้อคืนผ่านตลาดซื้อขายและช่องทาง OTC เพื่อให้ปริมาณสินทรัพย์สำรองกลับมาตรงกับประเภทและจำนวนที่ได้รับผลกระทบ โดย Binance ยืนยันว่าจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดเอง ไม่ผลักภาระให้กับผู้ใช้งาน
การซื้อคืนในลักษณะนี้มีความสำคัญต่อการจัดทำ Proof of Reserves หรือรายงานหลักฐานเงินสำรอง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบได้ว่าแพลตฟอร์มมีสินทรัพย์รองรับยอดเงินของลูกค้าหรือไม่ โดย Binance ระบุว่าจะจัดทำภาพรวมเงินสำรองรอบใหม่และเตรียมเผยแพร่ผลในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026
Ethena โอน ENA มูลค่า 24 ล้านดอลลาร์เข้า Binance
ประเด็นที่ทำให้ตลาดจับตามองคือข้อมูลจาก Lookonchain ซึ่งรายงานว่ากระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ Ethena ได้โอนเหรียญ ENA จำนวน 128.63 ล้าน ENA เข้าสู่ Binance ภายในช่วงเวลา 8 ชั่วโมง โดยมีมูลค่าประมาณ 24 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ On-chain อย่าง EmberCN ที่มองว่าการโอนครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับการซื้อ ENA คืนแบบ OTC ของ Binance เพื่อเติมสินทรัพย์ที่ขาดหายไปจากเงินสำรอง
เหตุผลที่ทำให้การโอนครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือก่อนหน้านี้มีรายงานว่าแฮ็กเกอร์ได้ขโมย ENA จาก Binance ไปประมาณ 217.5 ล้าน ENA ก่อนนำไปขายและแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อื่น โดยการโอน 128.63 ล้าน ENA ครั้งนี้คิดเป็นประมาณ 59% ของจำนวนเหรียญที่สูญหายไป
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Binance และ Ethena ยังไม่ได้ยืนยันว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นการซื้อขาย OTC ระหว่างทั้งสองฝ่ายโดยตรง จึงยังต้องติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนสรุปว่าเป็นการซื้อคืนเพื่อชดเชยสินทรัพย์ที่ถูกขโมยจริง
ทำไม Binance ต้องซื้อคืนเป็นเหรียญประเภทเดิม?
การซื้อคืนสินทรัพย์ประเภทเดียวกับที่ถูกขโมยมีความสำคัญมากกว่าการเติมเงินสำรองให้ได้มูลค่าเทียบเท่าเป็นดอลลาร์เท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หาก Binance สูญเสีย ENA จำนวน 217.5 ล้าน ENA การนำ Bitcoin หรือ Ethereum มาชดเชยในมูลค่าเท่ากันอาจช่วยให้มูลค่ารวมของเงินสำรองดูใกล้เคียงเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทมี ENA ครบตามจำนวนที่ลูกค้าถือครอง
ดังนั้น การซื้อสินทรัพย์ประเภทเดิมกลับคืนจึงช่วยให้ Binance สามารถแสดงหลักฐานเงินสำรองที่สอดคล้องกับยอดสินทรัพย์ของลูกค้าได้ชัดเจนกว่า
ขณะเดียวกัน การซื้อขายแบบ OTC ยังช่วยให้บริษัทสามารถเจรจาซื้อสินทรัพย์จำนวนมากจากคู่สัญญาโดยตรง แทนที่จะต้องส่งคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ลงในสมุดคำสั่งซื้อขายสาธารณะทั้งหมด ซึ่งอาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาในตลาดได้
สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้คือรายงาน Proof of Reserves รอบใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบได้ว่าการซื้อสินทรัพย์คืนดำเนินไปถึงขั้นไหนแล้ว รวมถึงการกลับมาเปิดให้บริการถอนเงินตามปกติหลังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย
ท้ายที่สุด การโอน ENA มูลค่า 24 ล้านดอลลาร์จาก wallet ที่เชื่อมโยงกับ Ethena เข้าสู่ Binance เป็นอีกหนึ่งธุรกรรมที่น่าจับตาในกระบวนการฟื้นฟูเงินสำรองหลังเหตุแฮ็กครั้งใหญ่ เชื่อว่าการที่ Binance เลือกซื้อสินทรัพย์ประเภทเดิมกลับคืนเป็นแนวทางที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นได้มากกว่าการชดเชยด้วยมูลค่าเงินเพียงอย่างเดียว แต่ประเด็นสำคัญคือบริษัทจะสามารถแสดงหลักฐานเงินสำรองได้ครบถ้วนจริงหรือไม่ และธุรกรรมของ Ethena จะได้รับการยืนยันว่าเป็นส่วนหนึ่งของดีลซื้อคืนหรือเปล่า เพราะในท้ายที่สุด ความโปร่งใสและการพิสูจน์ได้ด้วยข้อมูลบนบล็อกเชนจะเป็นสิ่งที่ช่วยเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานกลับมาได้มากที่สุด
ที่มา : Lookonchain, Binance, The Crypto Times, TokenPost

