สรุปข่าว
- Binance ถูกแฮกสูญเสียสินทรัพย์กว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วจากหน่วยงานสหรัฐฯ
- FBI ชี้ชัดว่ากลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ “TraderTraitor” ที่เชื่อมโยงกับ Lazarus Group เป็นผู้บงการ
- Binance นำเงินทุนสำรองและกองทุน SAFU เข้ามาชดเชยความเสียหายแล้วประมาณ 95% และพร้อมรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Changpeng Zhao (CZ) ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ได้ออกมาแสดงความขอบคุณหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ และ FBI ที่เข้ามาช่วยยับยั้งไม่ให้ราคา Bitcoin ดิ่งลงหนักกว่าที่ควร แม้ว่านักลงทุนจำนวนมากอาจจะยังไม่ทันสังเกตเห็นบทบาทสำคัญของทางการสหรัฐฯ ในการประคับประคองตลาดครั้งนี้
Changpeng Zhao (CZ) ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ได้ออกมาแสดงความขอบคุณหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ ที่เข้ามาช่วยยับยั้งไม่ให้ราคา Bitcoin ดิ่งลงหนักกว่าที่ควร หลังจากเกิดเหตุการณ์แฮกเกอร์โจมตี Binance สร้างความเสียหายสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน CZ ได้โพสต์ข้อความขอบคุณ FBI, สำนักงานอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ และกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยติดตามและอายัดสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปได้อย่างรวดเร็ว โดยเขาระบุว่าความช่วยเหลือฉับไวนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดแรงเทขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ และมองว่านักลงทุนจำนวนมากอาจจะยังไม่ทันสังเกตเห็นบทบาทสำคัญของทางการสหรัฐฯ ในการประคับประคองตลาดครั้งนี้
“แค่คำว่าขอบคุณในทวีตคงไม่อาจแทนความรู้สึกซาบซึ้งทั้งหมดของเราได้” CZ กล่าว
ก่อนหน้านี้ Binance ยืนยันว่าสามารถอายัดสินทรัพย์บนบล็อกเชนได้ราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ นักวิเคราะห์บล็อกเชน และพันธมิตรในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การอายัดได้ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนในทันที และกระบวนการติดตามเงินส่วนที่เหลือยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้น
FBI ชี้ชัด! แฮกเกอร์เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตี
ขณะเดียวกัน FBI ได้ออกมายืนยันว่าทางการเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการขโมยสินทรัพย์มูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Binance โดยเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐที่ชื่อว่า “TraderTraitor” ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังอย่าง Lazarus Group

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุได้ทยอยแปลงสินทรัพย์ที่ขโมยมาได้ไปเป็น Ethereum (ETH) ซึ่งคาดว่าเป็นขั้นตอนการเตรียมฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์ม DeFi และบริการแลกเปลี่ยนคริปโทแบบทันที
ทาง FBI จึงได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ให้บริการคริปโททั่วโลก ให้ช่วยกันระงับธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับที่อยู่กระเป๋าเงินของแฮกเกอร์กลุ่มนี้ นอกจากนี้ การตรวจสอบภายในของ Binance ยังพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมหลายจุด ซึ่งนอกเหนือจากแล็ปท็อปของพนักงานที่ถูกแฮกในตอนแรก
Binance เผชิญคลื่นเงินไหลออกระลอกใหญ่
ปัจจุบัน Binance เริ่มกลับมาเปิดให้ถอนเงินได้อีกครั้งโดยเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 แต่ทันทีที่เปิดระบบ ลูกค้าจำนวนมากก็ได้เร่งทำการถอนเงินออกอย่างต่อเนื่องราว 3.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของสินทรัพย์ทั้งหมดของ Binance
DefiLlama ประเมินว่า ยอดไหลออกอาจสูงกว่านี้ ทว่าทาง Binance ได้ออกมาปฏิเสธและทางกระดานเทรดยืนยันว่าสถานการณ์การถอนเงินเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะเสถียรแล้ว และยังคงมียอดเงินฝากเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ Binance ยังประกาศว่าได้นำเงินทุนของบริษัท เงินประกัน และกองทุน SAFU เข้ามาชดเชยสินทรัพย์ที่สูญหายไปแล้วประมาณ 95% พร้อมย้ำว่าจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดเอง โดยไม่ผลักภาระให้ผู้ใช้งาน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน แต่วิกฤตความปลอดภัยครั้งใหญ่ ยอดเงินไหลออกมหาศาล และการสืบสวนที่ยังดำเนินอยู่ ก็ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญของ Binance ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานทั่วโลกกลับคืนมา
ที่มา : Coinpaper
มุมมองผู้เขียน : วิกฤตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงเชิงระบบในตลาดคริปโตและการบูรณาการความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์มกับภาครัฐในการระงับเหตุอย่างรวดเร็ว ทว่าบททดสอบสำคัญระยะยาวคือการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยและดึงดูดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับคืนมา

