<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

นักแฮคชาวรัสเซียฝัง Malware บนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อ 9,000 เครื่องเพื่อขุดเหรียญ Monero

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

กลุ่มนักแฮคชาวรัสเซียได้ทำการติดตั้งโปรแกรม malware ช่วยขุดเหรียญ cryptocurrency บนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อทั้งหมด 9,000 เครื่องภายในระยะเวลากว่าสองปี อ้างอิงจากบริษัทด้านความปลอดภัยทางซอฟต์แวร์ Kaspersky Lab

โดยอ้างอิงรายงานจาก Russia Today ของเมื่อวานนี้ ทาง Kaspersky Lab กล่าวว่าพวกเขาได้ค้นพบแผนการของกลุ่มนักแฮคชาวรัสเซียทั้งหมดสองกลุ่มที่สร้าง malware ดังกล่าวนี้ออกมาช่วยขุดเหรียญ Monero และ Zcash รวมถึงเหรียญอื่นๆอีกด้วย

โดยหลักการทำงานของ malware ตัวดังกล่าวนี้จะทำการแฝงตัวไปบนเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อผู้ใช้งานกดติดตั้งโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อถูกติดตั้งแล้ว มันจะทำการขโมยทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะแรงประมวลผลจาก CPU และการ์ดจอเพื่อนำมาใช้ขุดเหรียญ cryptocurrency ก่อนที่จะส่งไปยัง address ของผู้สร้าง malware ในภายหลัง

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

ซึ่งทางนักแฮคเหล่านี้ควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดสองชุด ชุดแรกมีจำนวน 4,000 เครื่อง ส่วนชุดที่สองมี 5,000 เครื่อง

“อ้างอิงจากนักวิเคราะห์ เครือข่ายการขุดเหรียญของพวกกลุ่มนักแฮคน่าจะสร้างกำไรได้ประมาณ 30,000 ดอลลาร์ต่อเดือน” กล่าวโดยตัวแทนจาก Kaspersky

มีการประมาณตัวเลขของรายได้ที่พวกเขาสร้างจากการปล่อย malware ตัวนี้ว่ารวมๆแล้วมีประมาณ 209,000 ดอลลาร์แล้วเฉพาะเหรียญ Monero เท่านั้น ทว่าตัวเลขที่แท้จริงทั้งหมดนั้นไม่สามารถถูกคาดเดาได้ว่าเป็นจำนวนเท่าไร

ปัจจุบันหัวข้อเรื่องการแฮคเหรียญ cryptocurrency นั้นถือเป็นประเด็นที่ผู้คนในประเทศรัสเซียกำลังถกเถียงกันอยู่มากพอสมควร มากพอที่จะทำให้รัฐบาลในประเทศต้องหันมาหาวิธีออกกฎหมายควบคุมมัน

[rsnippet id=”1″ name=”AdSense In-article ad 1″]

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นาย Herman Klimenko ที่ปรึกษาด้านอินเทอร์เนตของประธานาธิบดีปูตินรายงานว่ามีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประมาณ 30% ของทั้งหมดในประเทศที่ติดไวรัสขุดเหรียญ cryptocurrency ในลักษณะเดียวกัน

“ในบางพื้นที่ในประเทศที่มีแบนด์วิดอินเทอร์เนตที่ต่ำนั้น โอกาสการโดนไวรัสตัวนี้ก็ต่ำลง แต่เราก็ต้องเข้าไปตรวจสอบพวกอุปกรณ์ที่ติดไวรัสตัวนี้ซึ่งมีราวๆ 20-30% กระนั้นอุปกรณ์อย่าง Macs และ iPhone นั้นจะมีโอกาสโดนน้อยกว่า” กล่าวโดยนาย Klimenko

ในขณะเดียวกันทาง Kasperksy ก็ได้ออกมาเตือนภัยด้านการโจมตีทางไซเบอร์ที่ร้ายแรงอื่นๆ อย่างเช่นไวรัสโทรจันนามว่า Jimmy อีกด้วย

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น