<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

คริปโตเคอร์เรนซี และ โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

bitkub-2022-769x90

3 เหตุการณ์ที่จะบอกว่าหมดช่วงเวลาของตลาดหมีแล้ว

bitkub-2022-768x90

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

เมื่อ Bitcoin หรือเหรียญราชาที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีราคาอยู่ที่ 6,700 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์จากราคาที่เคยแตะสูงสุดที่ 20,000 ดอลลาร์เมื่อปลายปีที่แล้ว

สภาวะของตลาดคริปโตไม่เหมือนกับปีที่แล้ว ซึ่งปี 2017 เป็นปีทองของ Bitcoin เลยก็ว่าได้ ซึ่งนักลงทุนต่างสนใจที่จะเข้ามาในตลาดคริปโตอย่างมากมาย จากเหตุการณ์ที่ราคา Bitcoin ตกลงในปีนี้ นักเทรดและนักลงทุนจึงมีคำถามที่ว่าสินทรัพย์ที่พวกเขาซื้อไว้จะสามารถกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกหรือไม่?

หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการดูกราฟในปีที่ผ่าน ๆ มาซึ่งจะทำให้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในอนาคตได้

bitazza-may-768x90

นักวิเคราะห์กราฟที่มีข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin จะสามารถคาดการณ์ราคาของ Bitcoin ได้ และด้วยการดูกราฟราคาของ Bitcoin ที่ผ่านมาจะให้ผลลัพธ์ที่น่าเป็นไปได้สามข้อ

เราเห็นราคาที่ตกต่ำที่สุดแล้ว

กองทุน ETF มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์เช่นราคาทองคำ โดยราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงมากหลังจากที่มีการเปิดตัว ETF และเมื่อลองดูข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับ ETF จะเห็นได้ว่าราคา Bitcoin จะขึ้นลงตามการตัดสินของ Bitcoin ETF นั่นเอง

อย่างกรณีข่าวที่มีการเลื่อนพิจารณา Bitcoin ETF ของ VanEck และ SolidX ไปเป็นวันที่ 30 กันยายน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลง

ถ้าดูจากกราฟราคา Bitcoin ในปี 2012 จะเห็นได้ว่า ราคาอยู่ในช่วง 2 ถึง 16 ดอลลาร์ และเมื่อผ่านช่วง 16 ดอลลาร์กราฟราคาจะอยู่ในรูปแบบพาราโบลิก (Parabolic) แต่อย่างไรก็ตาม Bitcoin ก็ถูกเทขายและราคาลดลงกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ภายในสามวัน แต่หลังจากปี 2015 ราคาของ Bitcoin มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นถ้าดูจากเส้นสีขาวด้านล่าง ถึงแม้ว่าเราจะ “ได้เห็นราคาที่ตกต่ำที่สุดในปี 2018” แล้ว แต่ก็ยังพอมีหวังว่าราคา Bitcoin จะมีการปรับตัวขึ้น หลังจากมีการยื่นเสนอกองทุน Bitcoin ETF ภายในไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้

3K ถึง 5K

ถ้า Bitcoin ETF ไม่ได้รับการยอมรับ ก็จะไม่มีเหตุผลที่จะช่วยให้ราคา Bitcoin พุ่งกลับมาได้และราคา Bitcoin อาจจะกลับไปเป็นลักษณะคล้ายกับในช่วงปี 2014-2015

ในเชิงเทคนิคแนวรับที่ 3,000 ดอลลาร์แข็งแรงกว่าแนวรับที่ 5,000 ดอลลาร์ โดยแนวรับที่ราคา 3,000 ดอลลาร์สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่ามันสามารถรับแรงกระแทกของราคาได้

ยิ่งไปกว่านั้นในโซน 3,000 ดอลลาร์แสดงให้เห็นว่าราคา Bitcoin ลดลงกว่า 85 เปอร์เซ็นต์จากราคาสูงสุดในตอนนั้น ซึ่งมันใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีนี้ที่มีเปอร์เซ็นต์การลดลงที่ 86.65 เปอร์เซ็นต์อ้างอิงจากเว็บเทรด Bitstamp

1K โลกาวินาศ

อ้างอิงจากทฤษฎีนี้ ราคา Bitcoin อาจจะตกลงถึง 1,200 ดอลลาร์ และราคาอาจเด้งกลับไปเป็นภาวะช่วง “กระทิง” อีกครั้ง

ถ้าราคาตกลงจนถึงระดับนี้ ความหวังสุดท้ายก็คือการเข้าซื้อที่มากขึ้น เพื่อทำให้เกิด “วัฏจักรของกระทิง” (Bull Cycle) อีกรอบและผลลัพธ์ที่ประมาณการเอาไว้ก็น่าจะเป็นไปตามเส้นประสีขาวดังภาพ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น

miningpro-may-768x90