<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์เพิกเฉยต่อข้อกังวลของ IMF เดินหน้าออกเหรียญคริปโต SOV ของตัวเอง

สกุลเงินดิจิทัล Sovereign (SOV) นี้ดูเหมือนว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกที่จะใช้ในระดับประเทศ เนื่องจากสกุลเงินนี้จะถูกประกาศใช้ในสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ควบคู่ไปกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการนำคริปโตเคอเรนซีมาใช้เป็นเงินที่มีผลผูกทางกฎหมายกับรัฐเล็ก ๆ แบบนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการรับคริปโตเคอเรนซีเข้ามาใช้

หมู่เกาะมาร์แชลล์ผ่านร่างพระราชบัญญัติ SOV แม้ว่า IMF จะคัดค้านก็ตาม

หมู่เกาะมาร์แชลล์เป็นประเทศแรกที่ใช้คริปโตเคอเรนซีในฐานะที่เป็นเงินตามกฎหมาย ซึ่งได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา และตามที่ Haaretz รายงานว่าผู้นำของหมู่เกาะมาร์แชลล์ได้ถกเถียงกันเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวเป็นเวลาหลายวัน

ความกังวลเกิดขึ้นเมื่อจะมีการจัดสรร SOV ให้แก่ Neema ผู้สร้าง SOV ซึ่งในอนาคตจะมีการใช้สกุลเงินใหม่ ๆ เพื่อลงทุนในหมู่เกาะมาร์แชลล์อีกมากมาย

Hilda Heine ประธานาธิบดีของหมู่เกาะมาร์แชลล์กล่าวว่า

“นาทีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่ประเทศของเราจะมีสกุลเงินเป็นของเราเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงอิสรภาพของเรา”

ตามกำหนดการเผยว่า SOV จำนวน 2.4 ล้านจะถูกออกให้กับประชาชนชาวหมู่เกาะมาร์แชลล์ โดยการดำเนินการครั้งนี้ต้องใช้เงินถึง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งเงินจำนวนประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐจะเป็นของสตาร์ทอัพ Neema

นัยของหมู่เกาะมาร์แชลล์

IMF หรือ International Monetary Fund ได้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการกระทำครั้งนี้ รวมทั้งกล่าวไปถึงความเสี่ยงของการฟอกเงินและความเป็นไปได้ที่หมู่เกาะมาร์แชลล์จะเสีย CBR (corresponding banking relationship) ที่ทำไว้กับสหรัฐอเมริกาไป ทั้งนี้ IMF ได้กล่าวว่า

“การไร้ซึ่งมาตรการในการลดความเสี่ยงและการออกสกุลเงินดิจิทัลแบบ decentralize มาใช้เป็นเงินตามกฎหมายเช่นนี้จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินในเชิงเศรษฐศาสตร์มหภาคและจะเป็นการเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะถูกเพิกถอน CBR จากสหรัฐอเมริกา”

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่า IMF จะไม่สามารถยับยั้งการออก SOV ได้ แต่หมู่เกาะมาร์แชลล์ก็คงจะเห็นถึงความเชื่อมั่นในการกระทำของตนเองจากประเทศอื่น ๆ แล้ว

สหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือหมู่เกาะมาร์แชลล์ด้วยเงินจำนวน 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นประจำทุกปี และยิ่งไปกว่านั้นกรมธนารักษ์ของสหรัฐอเมริกายังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายของผู้ไม่หวังดีอีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้ก็ได้มีการโต้แย้งว่าการใช้ SOV จำต้องมีการยืนยันตัวตนก่อน ซึ่งจะไม่เหมือนกับการใช้ bitcoin ที่ผู้ใช้สามารถใช้ชื่ออื่นเข้าลงทะเบียนได้

สตาร์ทอัพ Neema ของประเทศอิสราเอลเสนอการออก SOV

Barak Ben Ezer ผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ทอัพ Neema กล่าวว่าเขาได้ทำรายชื่อของประเทศที่สามารถใช้คริปโตเคอเรนซีเป็นสกุลเงินตามกฎหมายได้ และได้กล่าวกับ The Marker ว่ารายชื่อประเทศเหล่านี้จะไม่รวมประเทศ เช่น สวีเดน แต่จะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่ลงคะแนนเสียงเห็นด้วยกับอิสราเอลในการประชุม UN

“ประเทศยิ่งมีขนาดเล็ก ก็ยิ่งง่ายต่อการรับคริปโตเคอเรนซีไปใช้ นอกจากนี้ยังมีอีกตัวแปรหนึ่งที่ทำให้ง่ายต่อการรับคริปโตเคอเรนซีไปใช้ก็คือ กรณีที่ประเทศนั้นไม่มีสกุลเงินเป็นของตนเองซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมหมู่เกาะมาร์แชลล์ถึงเป็นประเทศที่ออก SOV”

Yigal Arnon&Co บริษัทที่ปรึกษากฎหมายของ Neema ได้ช่วยธนาคารกลางของหมู่เกาะมาร์แชลล์ร่างกฎหมายสำหรับการมีสกุลเงินเป็นของตนเอง โดยทางบริษัทได้กล่าวว่า

“ผู้นำของหมู่เกาะมาร์แชลล์ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับกฎในการกำกับดูแลเงินตรา เราจึงช่วยร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้”

การขาดแรงขับเคลื่อนคริปโตเคอเรนซีทำให้การดำเนินการนั้นล่าช้าลง

Times of Israel เผยว่า Neema ยังคงดูแลเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสกุลเงินนี้รวมทั้งตอบข้อกังวลของสหรัฐอเมริกาด้วย โดย Ben Ezer ได้ยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องของ SOV นี้จะมีขึ้นในปี 2562 โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อผู้เกี่ยวข้องได้รับการบอกกล่าวข้อมูลรวมทั้งความเสี่ยงต่าง ๆ ได้รับการบรรเทาลงแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ความล่าช้าในการดำเนินการยังเกิดจากตลาดขาลงที่เกิดขึ้นในปี 2561 อีกด้วย

“พวกเราทำงานกันทั้งวันทั้งคืนเพื่อเตรียมการเสนอขายเหรียญ SOV ตามประชาชนครั้งแรก โดยมีความคาดหวังว่าจะเริ่มดำเนินการเมื่อแรงขับเคลื่อนคริปโตเคอเรนซีในตลาดนั้นกลับมาดีอีกครั้งหนึ่ง”

Ben Ezer กล่าวว่าผู้ซื้อ SOV จะได้รับการยืนยันจาก US Office of Foreign Asset Control เพื่อทำให้มั่นใจว่าสกุลเงินนี้ถูกต้องตามกฎหมาย

ในเดือนมกราคมนี้ Tangem ผู้ทำ Swiss smart card wallet เผยว่าจะมีการทำธนบัตร SOV โดยธนบัตรเหล่านี้จะมีไมโครโปรเซสเซอร์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนทำให้ผู้ใช้ถือคริปโตเคอเรนซีในมือได้

แรงขับเคลื่อนของตลาดนั้นจะเกิดในไม่ช้าด้วยความร่วมมือของหมู่เกาะมาร์แชลล์และ Neema ในการทำให้คริปโตเคอเรนซีเป็นเงินตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามราคาของ bitcoin ยังคงมีความคงตัวสูง แต่นักวิเคราะห์ก็เชื่อว่าหากเหรียญอื่น ๆ ประสบความสำเร็จ ก็จะส่งผลให้ bitcoin ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลได้

ที่มา ccn

Read previous post:

โลกของ Block...

Close