<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เจ้าของตึกที่สูงที่สุดในโลก Burj Khalifa กำลังเริ่มแผนการระดมทุนผ่าน ICO แล้ว

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ซึ่งรอยอยู่เบื้องหลังตึกที่สูงที่สุดของโลกอย่างBurj Khalifa นั้นต้องการที่จะพัฒนาเหรียญ Token เป็นของตัวเอง

Emaar Group ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศในวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าพวกเค้ากำลังวางแผนที่จะพัฒนา “Emaar community token” ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตสำหรับลูกค้าและผู้ร่วมลงทุนภายในสิ้นปี 2019 ด้วยเป้าหมายสูงสุดในการระดมทุน ICO

โดยทางบริษัทจะร่วมมือกับ Lykke AG บริษัท Startup ด้านคริปโตสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ในการร่วมกันสร้าง Token ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Ethereum โดยออกแบบให้สามารถรองรับมาตรฐาน  ERC-20 ได้ ซึ่งตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าว ทาง Emaar กล่าวว่าหากได้มีการพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วนั้น บริษัทวางแผนที่จะใช้ Token ดังกล่าวในฐานะที่เป็นระบบในการดึงดูดและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ของตน

โดยลูกค้าจะสามารถใช้ Token ดังกล่าวในร้านค้าเครือข่ายได้อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์ความบันเทิง รวมถึงหน้าร้านออนไลน์และพื้นที่อื่นๆของ Emaar ได้อีกด้วย โดยการอาศัย Tokenดังกล่าว บริษัทได้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้สำคัญจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 1ล้านล้านคน

แม้ว่าจะมีรายละอียดข้อมูลเกี่ยวกับการระดมทุน ICO ของ Emaar ที่ถูกเผยแพร่ออกมาไม่มากนัก แต่ทางบริษัทนั้นได้ตั้งใจที่จะให้ข้อสรุปได้ภายใน 12 เดือนหลังจากที่มีการเปิดตัว Token โดยเหรียญนั้นจะเปิดให้กลุ่มผู้ซื้อชาวยุโรปเท่านั้น อีกทั้งทางบริษัทไม่ได้กล่าวถึงเป้าหมายปริมาณเงินที่ต้องการจะระดมทุนแต่อย่างใด

ในประกาศดังกล่าว นาย Mohamed Alabbar ประธานบริษัท Emaar Properties ได้กล่าวว่าบริษัทตนกำลังพยายามค้นหา “สิ่งที่จะมาเพิ่มอรรถรสให้แก่ลูกค้าของEmaar” โดยได้มีการกล่าวอีกว่า

“พวกเรานั้นยอมรับการดำรงอยู่ของโลกดิจิทัลเหมือนกับที่พวกเราพยายามที่จะสร้างโครงสร้างและนวัตกรรมการก่อสร้างทางกายภาพที่ล้ำหน้าที่สุด อีกทั้งพวกเรายังยินดีและต้องการที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นทั่วโลก โดย community token ของบริษัท Emaar เป็นสัญลักษณ์ในก้าวสำคัญของการเดินทางเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของพวกเรา  ”

นอกเหนือจาก Burj Khalifa แล้ว Emaar ยังได้ทำการพัฒนาและเป็นเจ้าของห้าง Dubai, Dubai Opera, Dubai Fountain รวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นๆอีกมาก Richard Olsen ผู้บริหารของบริษัท Lykke ได้กล่าวไว้ว่าบริษัท Startup ของเค้านั้นได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความล้ำยุคล้ำสมัยซึ่งพร้อมแล้วสำหรับการใช้งาน โดยยังได้มีการกล่าวเสริมอีกว่า “พวกเรานั้นตื่นเต้นที่จะพัฒนาประสบการณ์และความชำนาญของพวกเราในการช่วยเหลือภารกิจของบริษัท Emaar ในการเพิ่มมูลค่าและสาธารณูปโภคให้แก่ผู้ใช้งานกว่าล้านคนทั่วโลก”

ที่มา : coindesk

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น