<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

3 สาเหตุที่ว่าทำไมราคา Bitcoin ถึงพุ่งกว่า 42% ภายในหนึ่งวัน

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

จากการที่ราคา Bitcoin พุ่งทะยานอย่างรุนแรงในวันนี้ สังคมคงเห็นแล้วว่าราคาคริปโตเคอร์เรนซีนั้นมีความผันผวนมากเพียงใด จากที่ก่อนหน้านี้ราคา Bitcoin ทำการสะสมตัวที่ระดับราคา 8,000 ดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนกันยายนและเทรดกันอยู่ที่ประมาณ 7,300 ดอลลาร์ในช่วงสามวันที่ผ่านมา จากนั้นก็พุ่งอย่างรุนแรงใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาโดยมันเทรดกันอยู่ที่ 10,350 ดอลลาร์บนเว็บเทรด Bitstamp

ทำให้นักเทรด นักวิเคราะห์ที่ได้ทำนายว่า Bitcoin กำลังเผชิญกับขาลงครั้งใหญ่เพราะมันเผยสัญญาณ “Death Cross” บนกราฟที่ทำให้ Bitcoin ร่วงไปที่ระดับราคา 6,000 ดอลลาร์ก่อนจะดีดตัวกลับขึ้นมาได้จะต้องแปลกใจไปตาม ๆ กัน แต่มันถือเป็นเรื่องปกติสำหรับ Bitcoin มาก และดูเหมือนมันจะไม่สนใจสัญญาณ Death Cross อะไรเลย

ในขณะที่รายงานข่าวอยู่นี้ราคา Bitcoin นั้นเทรดกันอยู่ที่ 9,258.63 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมา 22.78 เปอร์เซ็นต์ อ้างอิงจากกราฟของ Coinmarketcap ทำให้มูลค่าตลาดรวมของคริปโตเคอร์เรนซีไปพุ่งแตะ 250 พันล้านดอลลาร์

สำหรับนักเทรดรายวันและนักลงทุนสาย Hodl คงจะรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับการพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin แต่หลาย ๆ คนก็คงจะสงสัยไม่น้อยว่ามันเป็นไปได้อย่างไรที่ราคามันจะพุ่งจาก 7,300 ดอลลาร์มาแตะ 10,350 ดอลลาร์และมันเกิดจากอะไรกันแน่ บทความนี้เราจะมาวิเคราะห์สาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของราคานี้กัน

ประเทศจีน

จากรายงานก่อนหน้านี้ของทางสยามบล็อกเชนได้เปิดเผยว่าประธานาธิบดีสี จิ้งผิงประกาศประชุมด้าน Blockchain กับพรรคคอมมิวนิสต์พร้อมผลักดันให้ประเทศจีนเป็นผู้นำด้าน Blockchain จากนั้นราคามันก็พุ่ง

มันทำให้พิจารณาได้เลยว่าประเทศจีนนั้นมีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อตลาดคริปโต หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 2013 ช่องข่าว CCTV ของจีนนั้นได้พูดถึง Bitcoin เป็นครั้งแรก และราคาของ Bitcoin มันก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว พุ่งจาก 150 ดอลลาร์มาแตะที่ 1,180 ดอลลาร์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2013

เมื่อวานนี้ก็ได้มีการจัดประชุมครั้งที่ 18 ของที่ทำการพรรคการเมืองของคณะกรรมการกลางที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ออกมาแสดงการสนับสนุนเทคโนโลยี Blockchain อย่างเต็มที่พร้อมยังผลักดันให้ประเทศลงทุนในอุตสาหกรรมด้าน Blockchain มากขึ้นเพราะได้มองเห็นประโยชน์จากเทคโนโลยีแล้ว

ความเคลื่อนไหวของประเทศจีนนั้นแตกต่างจากสหรัฐอเมริกาเพราะในตอนนี้สภาคองเกรสกำลังพิจารณาอย่างหนักในประเด็นเรื่องของเหรียญ Libra และมันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงมาแตะ 7,300 ดอลลาร์

เจ้ามือทำการปั่นตลาดตลอดช่วงสุดสัปดาห์

เนื่องจากตลาดคริปโตมันค่อนข้างที่จะทำนายได้ยาก จนอาจมองได้ว่าการที่ราคา BTC พุ่งล่าสุดมาจากประธานาธิบดีจีนออกมาสนับสนุน Blockchain แต่บางคนอาจคิดว่าปัจจัยเพียงเท่านี้มันยังไม่พอ

เป็นไปได้ว่าเจ้ามืออาจหาช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อเข้ามาปั่นตลาดตามที่ตนเองต้องการ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ ครั้งที่ราคา Bitcoin มันเคลื่อนไหว มันจะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ระหว่างที่นักเทรดกำลังไปเที่ยว สัญญาฟิวเจอร์ของ CME ปิดทำการ ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่จะปั่นตลาดได้ง่าย

จนกระทั่งมีนักวิเคราะห์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อทวิตเตอร์ว่า Looposhi ที่ได้ออกมาโพสต์ว่า Bitcoin จะร่วงไปแตะจุด bottom ในวันที่ 24 ตุลาคม ลองดูเวลาที่เขาทวีตโพสต์จะเห็นว่ามันโพสต์นานมากแล้วตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมต้นปี มันเหมือนกับเขารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า

ชายผู้อยู่เบื้องหลังหน้ากาก

นอกจากว่าเจ้ามืออาจทำการปั่นตลาดได้แล้ว ยังมีนักวิเคราะห์ที่ไม่เปิดเผยชื่อ 4Chan ได้ออกมาทำนายราคาที่แทบจะถูกต้องหมดตั้งแต่ช่วงที่ตลาด Bitcoin อยู่ในช่วงขาลงปี 2018 เขาก็ได้ทำนายจุด Bottom ได้ถูกต้องแม่นยำมาก

การทำนายราคาของเขาแม่นยำมากจนนาย Edward Snowden ต้องโพสต์ทวีตรูปตัวการ์ตูนหน้าตาเจ้าเล่ห์คนนี้ ซึ่งเป็นรูปโปรไฟล์ของนักวิเคราะห์ปริศนา 4Chan

เราไม่อาจรู้ได้ว่าการทำนายของ 4Chan นั้นจะเป็นจริงหรือไม่และคำทำนายที่จะถึงของเขาคือราคา Bitcoin จะพุ่งไปแตะ 16,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม ซึ่งเหลืออีกเพียง 5 วันก็จะสิ้นเดือนแล้วเราก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่ามันจะพุ่งแตะที่ 16,000 ดอลลาร์ได้จริงหรือไม่

ที่มา : cryptopotato

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น