กูรูชี้ Bitcoin เสี่ยงร่วงหนัก เจอแรงเทขายสกัดดาวรุ่ง ท่ามกลางสภาพคล่องเหือดแห้ง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่าสภาพคล่องที่เบาบางทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไรสกัดราคา Bitcoin บริเวณ 70,000 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง
  • CryptoQuant เตือนจับตาปริมาณสำรอง USDT บนกระดานเทรด หากร่วงหลุด 50,000 ล้านดอลลาร์อาจจุดชนวนให้เกิดการเทขายคริปโตครั้งใหญ่
  • ปัจจัยกดดันจากธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่ลดดอกเบี้ยและเงินทุนที่ไหลออกจาก ETF ต่อเนื่องถึงห้าสัปดาห์ ยิ่งซ้ำเติมให้ตลาดขาดแคลนเม็ดเงินใหม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

สภาพคล่องที่ลดลงทั้งในแง่ของปริมาณการซื้อขายและเงินทุนสำรอง USDT บนกระดานเทรด บ่งบอกชัดเจนว่านักลงทุนกำลังดึงเงินออกจากตลาด การขาดแคลนเม็ดเงินใหม่จากสถาบันและกองทุน ETF ทำให้ตลาดไม่มีแรงส่งมากพอที่จะทะลุแนวต้านสำคัญไปได้ ปัจจัยเหล่านี้จะสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาจะปรับฐานลงไปทดสอบแนวรับที่ต่ำกว่าเดิม

Bitcoin กำลังเผชิญกับด่านหินที่ระดับ 70,000 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Glassnode เผยว่าทุกครั้งที่ราคาพยายามฟื้นตัวนับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ มักจะถูกสกัดด้วยแรงเทขายทำกำไรจนไปต่อไม่ไหว สาเหตุหลักมาจากสภาพคล่องในตลาดที่เบาบางลงอย่างมาก ทำให้แม้จะมีแรงซื้อเข้ามาบ้างก็ไม่สามารถต้านทานแรงขายที่กดดันอยู่เบื้องบนได้

สถานการณ์สภาพคล่องในตอนนี้ถือว่าน่าเป็นห่วง ข้อมูลชี้ว่าแค่มีการเทขายทำกำไรเพียง 5 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง ราคาก็ถูกตบกลับลงมาแล้ว ซึ่งภาพนี้ต่างจากช่วงไตรมาสที่สามของปี 2025 อย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นตลาดคึกคักจนสามารถรับมือกับแรงเทขายระดับ 200 ถึง 350 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมงได้สบายๆ แต่ด้วยสภาพคล่องที่เหือดแห้งในปัจจุบัน โซนราคา 70,000 ถึง 80,000 ดอลลาร์จึงกลายเป็นกำแพงหนาที่ฝ่าไปได้ยากมาก โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทันทีที่การขายทำกำไรแตะระดับ 5 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง ราคาก็พุ่งไปชนเพดานที่ 69,400 ดอลลาร์ก่อนจะม้วนตัวกลับลงมาทันที

ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องของกราฟราคาเท่านั้น ข้อมูลจาก CryptoQuant ยังตอกย้ำให้เห็นถึงกระแสเงินที่ไหลออกจากตลาด โดยพบว่าปริมาณสำรองเหรียญสเตเบิลคอยน์อย่าง USDT บนกระดานเทรดร่วงลงจาก 60,000 ล้านดอลลาร์เหลือเพียง 51,100 ล้านดอลลาร์ในเวลาแค่สองเดือน ซึ่งยอดเงินที่หายไปกว่า 9,000 ล้านดอลลาร์นี้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ซบเซาในช่วงต้นปี ทาง CryptoQuant ยังเตือนอีกว่าตัวเลข 50,000 ล้านดอลลาร์คือจุดวิกฤตที่ต้องจับตา หากปริมาณสำรองร่วงหลุดระดับนี้ไป ฐานแนวรับถัดไปจะลึกลงไปถึง 44,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการเทขายครั้งใหญ่ลามไปถึงเหรียญหลักตัวอื่นๆ อย่าง Ethereum และ XRP นอกจากนี้ จำนวนกระเป๋าเงินที่มีการเคลื่อนไหวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นว่าทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันต่างก็ชะลอการทำธุรกรรมลง

อย่างไรก็ตาม Nexo กลับมองว่าโครงสร้างตลาดในตอนนี้แม้จะดูอึดอัดแต่ก็ยังมีระเบียบ โดยมีฐานความต้องการซื้อหนาแน่นอยู่ในช่วง 60,000 ถึง 69,000 ดอลลาร์คอยช่วยซับแรงกระแทกไว้ ทำให้ตลาดยังคงประคองตัวได้ในลักษณะตั้งรับ แต่เมื่อหันไปดูปัจจัยระดับมหภาคอย่างนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่มีทีท่าจะรีบลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงเม็ดเงินจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่ไหลออกติดต่อกันถึงห้าสัปดาห์รวมกว่า 3,800 ล้านดอลลาร์ ก็ยิ่งเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้มีเม็ดเงินใหม่ๆ ไหลเข้ามาหนุนตลาดในช่วงนี้


ภาพรวมที่ข้อมูลเครือข่ายพยายามสื่อสารออกมาคือตลาดกำลังขาดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างหนัก การที่ยอดเงินสำรองสเตเบิลคอยน์ลดลงฮวบฮาบเป็นตัวสะท้อนชั้นดีว่านักลงทุนเลือกที่จะดึงเงินสดออกไปพักไว้ข้างนอกมากกว่าจะนำมาหมุนเวียนในกระดานเทรด เมื่อไม่มีเงินใหม่เข้ามาเติม แรงขายเพียงนิดเดียวก็สามารถเขย่าราคาให้ร่วงลงได้ง่ายดาย ช่วงเวลานี้การประเมินความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การหวังให้ราคากลับเป็นขาขึ้นเต็มตัวคงต้องรอให้ตัวเลขเงินทุนไหลเข้า ETF กลับมาเป็นบวก หรือรอท่าทีที่ชัดเจนเรื่องการลดดอกเบี้ยจากฝั่งอเมริกาเสียก่อน

ที่มา: glassnode