สรุปข่าว
- GSR บริษัทผู้ดูแลสภาพคล่องคริปโตชั้นนำ เปิดตัว ETF แรกบน Nasdaq ในชื่อ GSR Crypto Core3 ETF ใช้ ticker BESO เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569
- กองทุนนี้บริหารแบบ Active Management ครอบคลุม Bitcoin, Ethereum และ Solana โดยจัดสรรสัดส่วนแต่ละสินทรัพย์ประมาณหนึ่งในสาม พร้อมปรับพอร์ตทุกสัปดาห์ และรับรายได้จาก Staking สำหรับสินทรัพย์ที่ทำได้ โดยคิดค่าบริหารจัดการ 1.00% ต่อปี
- ถือเป็น ETF คริปโตแบบ Multi-asset ที่บริหารอย่างแอ็กทีฟกองทุนแรกในสหรัฐฯ ที่รวมความสามารถ Staking ไว้ด้วย นับเป็นการดึงดูดนักลงทุนสถาบันให้เข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การเปิดตัว ETF ที่ครอบคลุมทั้ง BTC, ETH และ SOL พร้อมกลไก Staking เป็นสัญญาณที่ดีต่อทั้งสามสินทรัพย์ เพราะช่วยเพิ่มช่องทางให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยเข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ปกติ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ Solana ซึ่งยังเป็นสินทรัพย์ใหม่กว่าสองตัวแรกในสายตานักลงทุนกระแสหลัก
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก CoinDesk GSR บริษัทผู้ดูแลสภาพคล่องและทำตลาดคริปโตระดับโลกที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 ได้เปิดตัว ETF กองแรกของบริษัทบนกระดาน Nasdaq ในชื่อ GSR Crypto Core3 ETF ซึ่งซื้อขายภายใต้ ticker ว่า BESO กองทุนนี้ออกแบบมาเพื่อบริหารพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัลหลักสามตัวอย่างแอ็กทีฟ ได้แก่ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ Solana (SOL) โดยมี Framework Digital Advisors ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุนให้กับกองทุน จุดเด่นสำคัญคือกองทุนนี้รวมกลไก Staking ไว้ด้วยสำหรับสินทรัพย์ที่รองรับ ทำให้ถูกยกให้เป็น ETF คริปโตแบบ Multi-asset ที่บริหารเชิงแอ็กทีฟกองทุนแรกในสหรัฐฯ ที่มาพร้อมความสามารถด้าน Staking
กองทุน BESO บริหารอย่างไร และนักลงทุนได้อะไร
Core3 ETF จะจัดสรรสินทรัพย์ในพอร์ตตามสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามให้กับแต่ละตัว คือ BTC, ETH และ SOL โดยทีมบริหารจะทบทวนและปรับสัดส่วนการถือครองทุกสัปดาห์ตามสัญญาณเชิงปริมาณที่ใช้ในการตัดสินใจ นอกจากผลตอบแทนจากมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นแล้ว กองทุนยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการ Staking สำหรับสินทรัพย์ที่รองรับ ซึ่งในปัจจุบัน ETH และ SOL นั้น Staking ได้ทั้งคู่ ส่วน BTC ยังไม่มีกลไก Staking โดยตรง
GSR กำหนดค่าธรรมเนียมบริหารจัดการไว้ที่ 1.00% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงกว่ากองทุน ETF คริปโตแบบ Passive อย่าง Bitcoin Spot ETF ทั่วไปที่มักคิดค่าธรรมเนียมต่ำกว่านั้น แต่ก็สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงกลยุทธ์การบริหารเชิงแอ็กทีฟและการเพิ่มรายได้ผ่าน Staking ที่กองทุนนำเสนอ ณ วันที่เขียนข่าวนี้ BTC ซื้อขายอยู่ที่ $78,744 (+3.19%), ETH อยู่ที่ $2,399.82 (+3.45%) และ SOL อยู่ที่ $88.71 (+2.66%)
GSR ก้าวเข้าสู่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ครั้งแรก
แม้ GSR จะเป็นชื่อที่คุ้นเคยดีในโลกคริปโตในฐานะผู้ดูแลสภาพคล่องและผู้ทำตลาดให้กับผู้ออกโทเคน นักลงทุนสถาบัน นักขุด และกระดานเทรดชั้นนำมากว่าสิบปี แต่การเปิดตัว ETF ครั้งนี้ถือเป็นการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดบริหารสินทรัพย์เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้บริษัทได้ยื่นเอกสารต่อก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) สำหรับกองทุน Core3 พร้อมอีกสี่กองทุนในช่วงปลายเดือนกันยายน 2568 และปัจจุบันก็ได้ผ่านกระบวนการอนุมัติจนนำมาจดทะเบียนซื้อขายบน Nasdaq ได้สำเร็จ
บริบทในตลาดที่กว้างขึ้น คือปัจจุบันมี ETF คริปโต Multi-asset ให้เลือกมากขึ้นเรื่อยๆ โดย Grayscale เคยได้รับการอนุมัติ ETF แบบหลายสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ แต่สิ่งที่ทำให้ BESO แตกต่างคือการรวมกลยุทธ์บริหารเชิงแอ็กทีฟเข้ากับการสร้างผลตอบแทนจาก Staking ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว ซึ่งยังไม่เคยมีกองทุนใดในสหรัฐฯ ทำมาก่อน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่เป็นสัญญาณที่น่าสนใจมาก เพราะ GSR ไม่ใช่บริษัทสายการตลาดธรรมดา แต่เป็นเจ้าตลาดที่คุมสภาพคล่องคริปโตมานานกว่า 10 ปี การที่พวกเขาเลือกออก ETF แบบนี้แทนที่จะออกกองทุน Bitcoin ล้วนๆ แบบคนอื่น แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเชื่อว่า ETH และ SOL มีศักยภาพที่ดีพอจะอยู่ใน “บิ๊กทรี” ระยะยาว จุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือกองทุนนี้จะดึงเงินไหลเข้าได้มากแค่ไหน และจะมีผู้เล่นอื่นออก ETF แบบผสม Staking ตามมาอีกหรือไม่ เพราะถ้าตลาดตอบรับดี อาจเห็นสายสถาบันหันมาให้น้ำหนักกับ ETH และ SOL มากขึ้นในปีนี้
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI
