รสุปข่าว
- Mike Selig ประธาน CFTC ยืนยันว่าโอกาสที่สหรัฐอเมริกาจะประกาศแบน Bitcoin นั้นแทบจะเป็นศูนย์พร้อมเน้นย้ำถึงสิทธิในการถือครองทรัพย์สินส่วนบุคคลที่ควรครอบคลุมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลและกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบดูแลด้วยตนเอง
- รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump กำลังเดินหน้าผลักดันแผนงานระยะยาวอย่างจริงจังเพื่อสนับสนุนให้สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Crypto ผ่านร่างกฎหมายสำคัญอย่าง Genius Act และ Clarity Act
- ที่ปรึกษาด้าน Crypto ของทำเนียบขาวแย้มเตรียมประกาศความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้ง Bitcoin เป็นทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าโดยมองว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคือโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญแห่งอนาคต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่หน่วยงานกำกับดูแลระดับสูงของสหรัฐอเมริกามีมุมมองเชิงบวกอย่างชัดเจนประกอบกับความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Bitcoin เป็นทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ระดับประเทศ ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว
รัฐบาลของ Donald Trump ยังคงเดินหน้าตอกย้ำจุดยืนที่สนับสนุนตลาด Crypto อย่างต่อเนื่อง โดยความเห็นล่าสุดจาก Mike Selig ประธาน CFTC ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งว่ารัฐบาลวอชิงตันในปัจจุบันมีมุมมองต่อ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร
ระหว่างการพูดคุยในรายการ Market Disruptors Podcast ร่วมกับ Mark Moss ทาง Selig ได้กล่าวว่าโอกาสที่สหรัฐอเมริกาจะแบน Bitcoin ในตอนนี้นั้นแทบจะไม่มีเลย เขาอธิบายว่าประเทศจำเป็นต้องสร้างพื้นที่ให้ Bitcoin และสินทรัพย์ Crypto เติบโตได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องเป็นพื้นที่ที่รองรับอนาคตและปราศจากการแทรกแซงหรือการยึดสินทรัพย์ของประชาชนโดยรัฐบาล
เขายกเหตุผลว่าสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคลยังคงเป็นหลักการสำคัญของอเมริกา และการคุ้มครองเหล่านั้นก็ควรครอบคลุมไปถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบดูแลด้วยตนเองหรือ Self-custody Wallet รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลด้วย โดยเขามองว่าสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งหมดของคนอเมริกันล้วนมีรากฐานมาจากสิทธิในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินของตนเอง
Selig ยังได้กล่าวถึง Donald Trump ว่าเป็นประธานาธิบดีด้าน Crypto อย่างเต็มตัว พร้อมเผยว่าทำเนียบขาวกำลังมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการกำหนดแผนงานด้าน Crypto ระยะยาวของประเทศ โดยเขาเชื่อว่ารายงานที่ทางรัฐบาลจัดทำขึ้นจะเป็นพิมพ์เขียวสำคัญที่ช่วยให้สหรัฐอเมริกาก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Crypto ของโลกอย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จในการเปิดตัว Bitcoin Futures ที่ได้รับการควบคุมในช่วงที่ Trump ดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการยอมรับในระดับสถาบัน และตอนนี้ทำเนียบขาวก็กำลังสนับสนุนร่างกฎหมายสำคัญอย่าง Genius Act สำหรับ Stablecoin และ Clarity Act สำหรับการกำกับดูแล Crypto ในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องนักพัฒนา Exchange และผู้ใช้งาน Self-custody พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์กวาดล้างหรือการตัดช่องทางทางการเงินของธุรกิจ Crypto อย่างโครงการ Operation Choke Point ซ้ำรอยอีก
การพูดคุยดังกล่าวยังครอบคลุมถึงกระแสการจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve หรือทุนสำรองเชิงกลยุทธ์ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนาหูในวอชิงตัน โดยล่าสุด Patrick Witt ที่ปรึกษาด้าน Crypto ของทำเนียบขาวได้เปิดเผยว่าอาจจะมีการประกาศเรื่องทุนสำรองและคลังสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
Witt มองว่าสินทรัพย์เหล่านี้คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่และเป็นสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตทางการเงิน รัฐบาลสหรัฐอเมริกามองว่า Bitcoin มีสถานะใกล้เคียงกับทองคำและเห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศจะต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำและคิดไปข้างหน้าเกี่ยวกับการจัดการสินทรัพย์เหล่านี้
ที่มา Coinpedia
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาแสดงท่าทีสนับสนุนและผลักดันวงการ Crypto อย่างออกหน้าออกตาขนาดนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนระดับประวัติศาสตร์ครับ คำพูดของประธาน CFTC ที่ยืนยันว่าการแบน Bitcoin จะไม่เกิดขึ้น ช่วยปลดล็อกความกังวลด้านกฎระเบียบที่เคยกดดันตลาดมาอย่างยาวนาน ยิ่งไปกว่านั้น แนวคิดเรื่อง Strategic Bitcoin Reserve หากถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ มันจะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่บีบให้ประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ต้องหันมาสะสม Bitcoin ตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับนักลงทุนแล้ว ข่าวนี้ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานชั้นยอดที่สนับสนุนการถือครองสินทรัพย์ระยะยาวครับ

