สรุปข่าว
- Ran Neuner นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ออกมาเตือนว่ากราฟเทคนิคของ Bitcoin กำลังส่งสัญญาณรูปแบบ Bear Flag ซึ่งมีพฤติกรรมคล้ายปี 2022
- ตัวแปรหลักที่จะช่วยยับยั้งไม่ให้ตลาดพังทลายลงไปสู่ราคา $40,000 คือ กำลังซื้อของบริษัท Strategy ที่เริ่มเจอปัญหาข้อจำกัดด้านเวลาในการระดมทุนหุ้น STRC
- นอกเหนือจากความเสี่ยงทางเทคนิคัลและปัจจัยมหภาคแล้ว Bitcoin ยังต้องเข้าสู่ศึกแย่งชิงสภาพคล่องกับหุ้นที่ร้อนแรงที่สุดในยุคสมัยอย่าง SpaceX, OpenAI อีกด้วย
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Ran Neuner ออกโรงเตือนผ่านบทสัมภาษณ์ว่าโครงสร้างราคาของ Bitcoin ในปัจจุบันกำลังทำรูปแบบ Bear Flag ที่มีความคล้ายคลึงกับสภาวะตลาดหมีในปี 2022 อย่างน่ากลัว ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุส่งให้ราคาทรุดตัวลงสู่ระดับ $40,000 – $50,000 ดอลลาร์ หากกลไกการเข้าซื้อ Strategy เกิดการติดขัด ประกอบกับแรงกดดันมหภาคจากปัญหาเงินเฟ้อเหนียวแน่น และการดึงสภาพคล่องของหุ้น IPO ยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX และ OpenAI ที่อาจทำให้นักลงทุนสถาบันเลือกที่จะย้ายเงินทุนออกจากระบบนิเวศคริปโต
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอาจต้องตกที่นั่งลำบาก เมื่อ Ran Neuner นักวิเคราะห์ชื่อดังออกมาเตือนผ่านบทสัมภาษณ์ล่าสุดว่า กราฟเทคนิคของ Bitcoin ในตอนนี้ กำลังส่งสัญญาณที่น่ากลัวคล้ายปี 2022 โดยมีจุดชี้ชะตาสำคัญอยู่ที่ ความสามารถในการช้อนซื้อเหรียญของ Michael Saylor
Neuner ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างราคาที่ Bitcoin กำลังเผชิญอยู่คือรูปแบบของ Bear Flag ซึ่งเป็นแพทเทิร์นกลับตัวเป็นขาลงที่ยังไม่สามารถทะลุผ่านต้านด้านบนขึ้นไปได้
โดยหากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ในปี 2022 ราคา BTC เคยดิ่งลงมาก่อนจะฟอร์มตัวเป็นธง Bear Flag แล้ววิ่งขึ้นไปทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน พอเมื่อผ่านไม่ได้ ราคาจึงดิ่งเหวลงไปลึกกว่าเดิม

โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นมีความคล้ายคลึงกับปี 2022 มากๆ และประวัติศาสตร์ก็อาจจะซ้ำรอยได้ ซึ่งเราจะมีโอกาสได้เห็น Bitcoin ดิ่งลงไปแถว ๆ 40,000 – 50,000 ดอลลาร์ ได้แน่ ถ้า Strategy ไม่สามารถระดมทุนผ่าน STRC ได้ทันเวลา
ขณะนี้ กลยุทธ์หลักที่ Saylor ใช้ในการระดมทุนเงินมาซื้อ Bitcoin คือการออกหุ้น STRC ที่จ่ายปันผลสูง ซึ่งเงื่อนไขสำคัญคือ หุ้น STRC นี้จะต้องถูกลากราคาขึ้นไปตรึงอยู่ที่ $100 ก่อนวันจ่ายเงินปันผลเพื่อให้บริษัทสามารถออกหุ้นใหม่ ระดมเงินทุน และเอาเงินนั้นมาซ้อนซื้อ Bitcoin ได้ทันเวลา
ปัญหาก็คือ “เวลาในการระดมทุน” ของกระบวนการนี้เริ่มแคบลงเรื่อย ๆ โดยในเดือนก่อนๆ หุ้น STRC สามารถขึ้นไปแตะ $100 ได้ตั้งแต่วันที่ 25 ของเดือนก่อนหน้าทำให้ Saylor มีเวลาเหลือเฟือเกือบ 3 สัปดาห์ในการระดมทุนมาไล่ซื้อ BTC
แต่ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมากว่าหุ้น STRC จะแตะ $100 ได้ ก็ปาไปวันที่ 11 พฤษภาคม ในขณะที่วันจ่ายปันผลคือวันที่ 15 พฤษภาคม หมายความว่า Saylor มีเวลาพิมพ์เงินและระดมทุนเหลือแค่ 4 วันเท่านั้น
ข้อมูลตรงส่วนนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะช่วงเวลาที่ Bitcoin มีการปรับตัวสูงขึ้นมักจะตรงกับช่วงที่ Saylor มีเวลามากพอที่จะระดมทุน แต่ถัดจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้า บริษัทไม่สามารถระดมทุนมาซื้อได้ทันเวลา ตลาดจะเริ่มรับรู้ว่า วาฬสีน้ำเงินตัวใหญ่ที่สุดไม่มีเงินมาไล่ซื้อของในตลาดอีกต่อไปแล้ว และนั่นอาจทำให้แรงพยุงราคาหายไปทันที
อย่างไรก็ตาม Neuner เองมองว่า STRC ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่หรือมีการทุจริตที่จะสามารถล้มลงได้อย่างง่ายๆ เหมือนที่ใครหลายคนกังวล แต่สิ่งที่เขาจะสื่อถึงมันเป็นเรื่องของกลไกราคาและการจัดสรรเวลา ที่อาจทำให้ประสิทธิภาพในการซื้อบิตคอยน์ของ Saylor ลดลงเท่านั้น
แต่ท้ายที่สุดแล้วถึง STRC และ Strategy จะไม่ล้ม Bitcoin ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงได้อยู่ดีจากเศรษฐกิจมหภาคที่ออกมาไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ย,เงินเฟ้อ,น้ำมันแพง รวมไปถึงสภาพคล่องจำนวนมากที่จะไหลออกไปทุ่มซื้อหุ้นร้อนแรงอย่าง SpaceX หรือ OpenAI จนไม่เหลือเงินกลับมาแบ่งให้กับคริปโต
ที่มา : newsbtc
มุมมองผู้เขียน : ถึงกราฟเทคนิคและปัญหาของ Strategy จะดูน่ากลัว แต่ผู้เขียนมองว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่องของการ IPO หุ้นเมกะเทค เพราะตอนนี้ตลาดคริปโตเติบโตได้เพราะสภาพคล่องส่วนเกินจากฝั่งสถาบัน ซึ่งถ้าเมื่อไรเงินในส่วนนี้ถูกดึงออกไป จะเท่ากับว่าถัดจากนี้จะไม่มีเบาะมารองรับราคาอีกต่อไปและอาจร่วงลงไปได้ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

