bitkub-banner

วิกฤตคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจทำลาย Bitcoin แต่นักลงทุนสถาบันเชื่อ Ethereum รอดเพราะอัปเกรดไวกว่า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Google Quantum AI และสถาบันการเงิน Citi ออกโรงเตือนว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจถอดรหัสความปลอดภัยของ Bitcoin ได้เร็วกว่าที่คิดถึง 20 เท่าและสร้างความเสี่ยงต่อระบบได้ตั้งแต่ปี 2028
  • จุดอ่อนร้ายแรงของ Bitcoin คือระบบการจัดการที่เน้นฉันทามติทำให้การอัปเกรดแต่ละครั้งใช้เวลานานหลายปีซึ่งข้อเสนอเพื่อป้องกันภัยควอนตัมก็ยังเป็นเพียงแค่ร่างทดสอบเท่านั้น
  • ทางด้าน Ethereum ได้เริ่มวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันควอนตัมไปแล้วตั้งแต่ปี 2025 ทำให้นักลงทุนสถาบันบางแห่งตัดสินใจเทขาย Bitcoin เพื่อย้ายเงินทุนมาถือครอง Ethereum แทน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากภัยคุกคามจากควอนตัมยังเป็นเรื่องของอนาคตแต่ในระยะยาวอาจกดดันราคา Bitcoin และส่งผลดีต่อ Ethereum จากการย้ายเงินทุนของสถาบันที่กังวลเรื่องความปลอดภัย

ประเด็นเรื่องภัยคุกคามจากเทคโนโลยีควอนตัมกำลังกลายเป็นที่จับตามองของนักลงทุนสถาบันอย่างมาก หลังจากสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Citi ออกมายืนยันรายงานวิจัยของ Google Quantum AI ว่าโครงสร้างรหัสลับของ Bitcoin มีความเปราะบางต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมากกว่า Ethereum อย่างเห็นได้ชัด โดยเทคโนโลยีใหม่นี้สามารถลดเวลาในการถอดรหัสลงได้ถึง 20 เท่าจากที่เคยประเมินกันไว้

รายงานระบุชัดเจนว่าหากคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาไปถึงระดับที่ใช้งานได้จริง มันจะสามารถแกะรหัสผ่านคีย์ส่วนตัวของ Bitcoin ได้ภายในเวลาแค่ 9 นาทีระหว่างที่มีการทำธุรกรรมบนเครือข่าย ทางด้าน Nic Carter นักวิเคราะห์ชื่อดังก็ออกมาเตือนว่านี่คือความเสี่ยงระยะยาวที่ใหญ่ที่สุดของ Bitcoin โดยประเมินว่าระบบอาจถูกเจาะได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2028 ซึ่งจะทำให้เหรียญจำนวนมหาศาลตกอยู่ในความเสี่ยงทันที

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนสถาบันกังวลหนักไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นระบบการบริหารจัดการของ Bitcoin ที่ขับเคลื่อนไปได้ช้ามาก การอัปเกรดสำคัญในอดีตอย่าง SegWit หรือ Taproot ต้องใช้เวลานานเกือบ 8 ปีถึงจะใช้งานได้จริง ส่วนข้อเสนอรับมือภัยควอนตัมในปัจจุบันก็ยังเป็นแค่ร่างทดสอบ ซึ่งความล่าช้าแบบนี้อาจไม่ทันรับมือกับเทคโนโลยีควอนตัมที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

ตัดภาพมาที่ฝั่ง Ethereum ที่มีการเตรียมพร้อมรับมือเรื่องนี้ไปไกลแล้ว โครงสร้างของเครือข่ายถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่นต่อการอัปเกรดระบบ โดยเริ่มนำร่องใช้งานระบบป้องกันควอนตัมไปแล้วในอัปเกรด Pectra เมื่อปี 2025 เพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนไปใช้รหัสที่ปลอดภัยได้เอง และเตรียมยกระดับความปลอดภัยขั้นสุดในการฮาร์ดฟอร์กช่วงปลายปี 2026 นี้

ความต่างเรื่องความยืดหยุ่นและการปรับตัวทำให้ผู้บริหารกองทุนและบริษัทจดทะเบียนบางแห่งตัดสินใจล้างพอร์ตเทขาย Bitcoin ออกไปทั้งหมดเพื่อนำเงินมาซื้อ Ethereum แทน พวกเขามองว่าโครงสร้างที่มีการวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบของ Ethereum สามารถตอบโจทย์การอยู่รอดและปกป้องทรัพย์สินของสถาบันได้ดีกว่าในโลกอนาคตที่มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์จะเปลี่ยนไปตลอดกาล

ที่มา CoinDesk


มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่านี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทางเทคโนโลยีที่คุณควรจับตามองในระยะยาวครับ แม้ตอนนี้คอมพิวเตอร์ควอนตัมระดับนั้นจะยังไม่มีอยู่จริง แต่การที่ระดับ Google หรือ Citi ออกมาเตือนพร้อมกันย่อมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ จุดแข็งของ Bitcoin เรื่องความเสถียรอาจกลายเป็นจุดตายเมื่อต้องเจอเทคโนโลยีที่พัฒนาเร็วระดับนี้ ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นสถาบันการเงินเริ่มโยกเงินจาก Bitcoin มาพักในบล็อกเชนที่ยืดหยุ่นกว่าอย่าง Ethereum มากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงครับ