สรุปข่าว
- Robinhood ประกาศเปิดตัวเมนเน็ต Robinhood Chain อย่างเป็นทางการ โดยเป็นบล็อกเชน Ethereum Layer 2 ที่พัฒนาบนเทคโนโลยีของ Arbitrum
- เครือข่ายใหม่นี้มาพร้อมกับการจับมือกับพันธมิตรชั้นนำ และเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถนำหุ้นมาใช้เป็นหลักประกันในระบบ DeFi ได้
- หลังการประกาศ หุ้นของ Robinhood พุ่งขึ้นกว่า 8% ปิดที่ระดับ 108 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงห่างไกลจากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Robinhood แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ระดับโลก ได้ประกาศเปิดตัวเมนเน็ต Robinhood Chain บล็อกเชน Ethereum Layer 2 ที่ขับเคลื่อนโดย Arbitrum เพื่อทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างโลกคริปโตและการเงินดั้งเดิมเข้าด้วยกันภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากล ซึ่งการเคลื่อนไหวเชิงรุกในครั้งนี้ส่งผลให้หุ้น HOOD ดีดตัวรับข่าวดีทันที 8% แตะระดับ 108 ดอลลาร์สหรัฐ
Robinhood แพลตฟอร์มซื้อขายหุ้นและคริปโต ล่าสุดได้ทำการเปิดตัวเมนเน็ตของ “Robinhood Chain” อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยบล็อกเชนดังกล่าวจะเป็น Ethereum layer 2 ที่ใช้ขุมพลังของ Arbitrum ในการพัฒนา
บล็อกเชนใหม่นี้ มุ่งเป้าที่จะเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างโลกคริปโตและโลกการเงินดั้งเดิม ผ่านการจับมือกับพันธมิตรมากไม่ อาทิ BitGo, Chainlink, Uniswap, Pleiades เพื่อจัดเตรียมระบบสร้างสภาพคล่องอัตโนมัติแยกเฉพาะสำหรับรองรับการซื้อขายของนักลงทุนทั่วไป และการพอร์ตหุ้นของบริษัทเองตามลำดับ
ทางบริษัทได้นิยามว่าเป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ ที่ยังเปิดทางให้บอทหรือระบบ AI agents เข้ามาร่วมทำการซื้อขายได้อีกด้วย
Johann Kerbrat รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปฝ่ายคริปโตและธุรกิจระหว่างประเทศของ Robinhood กล่าวว่า ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์จะช่วยปลดล็อกความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่เหนือไปกว่าสิ่งที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมเคยนำเสนอ ซึ่งตามปกติแล้วมักจำเป็นที่จะต้องใช้เทคนิคพิเศษของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
เขากล่าวต่อไปว่า Robinhood จะนำส่วนที่ดีที่สุดของทั้งสองตลาดมาผสานเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมตั้งเป้าที่จะขยายกิจการโดยเปิดให้ผู้คนทั่วโลกเป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางการเงินได้ ซึ่งปัจจุบันพวกเขาได้ขยายบริการเพิ่มเติมแล้วในแคนาดา และสิงคโปร์ โดยมีแผนที่จะรุกตลาดสหราชอาณาจักรต่อ
นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว Robinhood Chain ยังจะเข้ามาปลดล็อก “Stock Tokens” หรือหุ้นบริษัทที่อยู่ในรูปแบบของโทเคน ให้ผู้ใช้ในพื้นที่ๆได้รับอนุญาตสามารถนำมันมาใช้เป็นหลักประกันในการทำ DeFi
ทางบริษัทยังมีการเผยอีกว่าพวกเขามีแผนที่จะขยายบริการใหม่ๆ ใน Robinhood Wallet เช่นการเปิดให้เทรดฟิวเจอรส์ (Perps) โดยตรงในกระเป๋า ผ่าน DEX อย่าง Lighter และให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ เข้าถึง Robinhood Earn ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เปิดให้กู้ยืม USDG stablecoin เพื่อแลกผลตอบแทน 7% ต่อปี
หลังการประกาศเปิดตัว หุ้นของบริษัท (HOOD) ปิดการซื้อขายในราคาที่พุ่งสูงขึ้นมากว่า 8% และมีการซื้อขายกันในระดับราคา $108 แต่อย่างไรก็ตามราคาหุ้นในปัจจุบันก็ยังห่างไกลจากราคาสูงสุดในรอบ 52 อาทิตย์ที่ $153.86 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปลดพนักงานและกำไรที่ลดลงจากธุรกิจคริปโตที่ซบเซา
ที่มา: Decrypt

