สรุปข่าว
- Vitalik Buterin เผยแผนการขยายขนาด Ethereum ที่ชั้น Base Layer โดยตรง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ
- ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลยุทธ์การขยายขนาดของ Ethereum เน้นไปที่ Layer-2 Rollups เป็นหลัก แต่แผนใหม่นี้หันกลับมาโฟกัสที่ชั้นฐานโดยตรง
- ยังต้องจับตาว่าแผนดังกล่าวจะถูกนำไปพัฒนาจริงเมื่อใด และจะส่งผลต่อ ETH ที่ปัจจุบันซื้อขายที่ $1,936.33 (-3.79%) อย่างไร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่ Vitalik ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ด้านการขยายขนาด Base Layer ถือเป็นสัญญาณบวกต่อ sentiment ของ ETH เพราะแสดงให้เห็นว่าทีมผู้ก่อตั้งยังคงมุ่งพัฒนาเครือข่ายในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคจริงในทันที ผลกระทบต่อราคาอาจใช้เวลาก่อนจะเห็นผลชัดเจน
เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2569 ตามรายงานจาก CoinDesk Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้เผยแพร่แผนการขยายขนาดเครือข่ายชุดใหม่ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหา Scalability โดยตรงที่ชั้น Base Layer ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญ หลังจากที่ระบบนิเวศ Ethereum ให้ความสำคัญกับการขยายขนาดผ่าน Layer-2 Rollups มาเป็นเวลาหลายปี แผนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Vitalik เริ่มหันกลับมาทุ่มเทกับการพัฒนาชั้นฐานของ Ethereum อีกครั้ง โดย ETH ณ ขณะนี้ซื้อขายอยู่ที่ $1,936.33 ติดลบ 3.79% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทำไม Base Layer Scaling จึงสำคัญกว่าที่คิด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลยุทธ์หลักของ Ethereum ในการรับมือปัญหาค่าธรรมเนียมสูงและความแออัดของเครือข่าย คือการผลักดันให้ผู้ใช้งานย้ายไปใช้งานบน Layer-2 อย่าง Arbitrum, Optimism หรือ Base ซึ่งช่วยลดภาระที่ชั้นหลักได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้ก็มาพร้อมกับข้อวิจารณ์ว่าทำให้สภาพคล่องและผู้ใช้งานกระจัดกระจายอยู่บน L2 หลายสิบเครือข่าย แทนที่จะรวมศูนย์อยู่บน Ethereum Mainnet
การที่ Vitalik หันมาให้ความสนใจกับ Base Layer Scaling อีกครั้ง จึงถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าทีมนักพัฒนาหลักของ Ethereum อาจกำลังมองหาแนวทางที่ทำให้ Mainnet ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดีขึ้นโดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพา L2 มากเกินไป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หมายความว่าอะไรสำหรับ Ethereum
แม้ CoinDesk จะรายงานว่านี่คือ “แผนใหม่ที่กล้าหาญ” (bold new plan) ของ Vitalik แต่ยังไม่มีรายละเอียดทางเทคนิคเชิงลึกเปิดเผยออกมามากนัก ณ ตอนนี้ สิ่งที่ชัดเจนคือการเปลี่ยนทิศทางเชิง Narrative ซึ่งเป็นสัญญาณให้นักพัฒนาและนักลงทุนรับรู้ว่า Ethereum ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทีมผู้ก่อตั้งยังคงมองหาแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนในระยะยาว
ในบริบทของตลาดที่ ETH กำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคา ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณบวกในเชิง Sentiment โดยเฉพาะหากแผนดังกล่าวสามารถแสดงให้เห็นถึงแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหา Scalability ที่ยังคงเป็นจุดอ่อนของ Ethereum เมื่อเทียบกับบล็อกเชนรุ่นใหม่อื่น ๆ
Vitalik เดือนนี้เคลื่อนไหวถี่มาก
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Vitalik Buterin เปิดแผนงานอัปเกรด Ethereum รับมือภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ และยังได้รายงานว่า Ethereum กำลังเผชิญแรงกดดันหนัก หลัง Vitalik Buterin เทขาย 17,000 ETH ในเดือนกุมภาพันธ์ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Vitalik ขีดแบ่งชัดว่า Ethereum จะไม่หนุนโปรเจกต์ DeFi ฉาบฉวย โดยรวมแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 Vitalik ออกมาเคลื่อนไหวทั้งในแง่ของวิสัยทัศน์เทคนิคและการเคลื่อนย้ายเหรียญในกระเป๋าของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต้องติดตามทั้งสองด้านควบคู่กัน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าแผน Base Layer Scaling ของ Vitalik ครั้งนี้น่าสนใจมากในเชิงวิสัยทัศน์ เพราะที่ผ่านมาชุมชน Ethereum เองก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการพึ่ง L2 มากเกินไปทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้งานยุ่งยากและ Liquidity แตกกระจาย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือรายละเอียดทางเทคนิคว่าแผนนี้จะถูกพัฒนาจริงในรูปแบบใด และจะอยู่ใน Roadmap ระยะสั้นหรือระยะยาว สำหรับ ETH ที่กำลังอยู่ในแรงกดดันราคาช่วงนี้ ข่าวนี้อาจช่วยหยุดความเชื่อมั่นที่ลดลง แต่คงยังไม่พอที่จะพลิกราคากลับในทันที ต้องรอดูความคืบหน้าของแผนจริง ๆ ก่อน

