สรุปข่าว
- กรมสรรพากรเกาหลีใต้ (NTS) เผลอทำรหัส Seed Phrase หลุดออกสื่อผ่านภาพถ่ายโชว์ผลงานยึดทรัพย์ กระเป๋า Ledger ของผู้เลี่ยงภาษี
- แฮ็กเกอร์ฉวยโอกาสสูบโทเคน PRTG มูลค่ากว่า 4.8 ล้านดอลลาร์ออกไปทันที
- โชคดีที่เหรียญ PRTG มีสภาพคล่องต่ำมากแทบไม่มีคนเทรด จนทำให้แฮ็กเกอร์ต้องโอนเหรียญกลับมาเอง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
กรมสรรพากรแห่งชาติเกาหลีใต้ (NTS) ต้องเผชิญกับความอับอายครั้งใหญ่ หลังพลาดปล่อยภาพถ่ายประชาสัมพันธ์ผลงานการยึดทรัพย์คริปโตจากผู้เลี่ยงภาษี แต่ดันมีภาพกระดาษจด Seed Phrase หลุดติดมาด้วย ส่งผลให้แฮ็กเกอร์ฉวยโอกาสสูบเหรียญมูลค่ากว่า 4.8 ล้านดอลลาร์ออกไปอย่างรวดเร็ว แต่โชคยังเข้าข้างทางการเกาหลีใต้ เนื่องจากโทเคนดังกล่าวมีสภาพคล่องต่ำติดดินจนไม่สามารถเทขายเป็นเงินสดได้ แฮ็กเกอร์จึงตัดสินใจโอนเหรียญทั้งหมดคืนกลับมาในอีก 20 ชั่วโมงต่อมา
กฎข้อแรกของการถือครองคริปโต คือ การห้ามให้ใครก็ตามรู้ถึง Seed Phrases กลุ่มคำ 12-24 คำ ที่ใช้ในการปลดล็อก private key เพื่อเข้าถึงคริปโตในกระเป๋า สิ่งนี้เป็นที่ทราบกันดีทั่วกันในชาวคริปโต แต่ดูเหมือนว่าหน่วยงานรัฐบาลของเกาหลีใต้จะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ กรมสรรพากรแห่งชาติเกาหลีใต้ (NTS) ได้ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ จากการประชาสัมพันธ์ความสำเร็จ กลายมาเป็นที่ครหาหลังจากที่พวกเขาทำ Seed Phrases หรือรหัสลับ หลุดออกสื่อแบบชัดเจน

ก่อนหน้านี้ NTS ได้ทำการยึดทรัพย์สินคริปโตจากผู้ค้างภาษีหลายราย รวมมูลค่าประมาณ 8.1 พันล้านวอน หรือราว $5.6 ล้าน เพื่อเรียกเก็บภาษีค้างชำระ พวกเขาออกแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ความสำเร็จ โดยโพสต์รูปภาพอุปกรณ์ยึดได้ เช่น Ledger hardware wallet พร้อมกับกระดาษโน้ตที่เขียน seed phrase วางเอาไว้คู่กัน
จากหลักฐานแห่งความสำเร็จกลายเป็นหายนะในชั่วพริบตา เมื่อมีผู้ไม่ประสงค์ดีไปเจอเข้ากับเอกสารที่เผยแพร่ออกมานี้ และได้ทำการสูบคริปโตจำนวนมากไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งมือตามหาตัวคนร้ายอย่างหนัก
รายงานระบุว่าแฮ็กเกอร์มีการขโมยโทเคน PRTG (Pre-Retogeum) ซึ่งเป็น Ethereum based มูลค่ากว่า $4.8 ล้านออกไป ด้วยวิธีการส่ง ETH เข้ากระเป๋าเพื่อใช้เป็นค่าแก๊สแล้วทำการเหรียญออกไปหาตัวเองเป็นจำนวน 3 รอบ
โชคยังดีที่โทเคนดังกล่าวมีสภาพคล่องที่ต่ำมากจึงทำให้ซื้อขายกันได้ยากลำบาก การสำรวจเบื้องต้นพบว่ามีผู้ถือโทเคนดังกล่าวเพียง 1,500 รายเท่านั้น และไม่มีคู่เทรดเหรียญอื่น ขณะที่แพลตฟอร์มที่เปิดให้ซื้อขายมีเพียง MEXC เท่านั้น ที่วอลุ่มในแต่ละวันมีมูลค่าเพียง $332
ในเวลาเพียง 20 ชั่วโมงถัดมา โทเคนทั้งหมดได้ถูกโอนคืนกลับไปยัง wallet ดังเดิม ไม่ว่าจะเป็นเพราะสภาพคล่องที่ต่ำมาก หรือกลัวที่จะถูกตามจนพบก็ตาม ส่งผลทำให้ความเสียหายของคดีไม่รุนแรง มีเพียงแค่หน่วยงาน NTS ที่เสียหน้าอย่างหนักจากเหตุการณ์นี้
ความผิดพลาดนี้เป็นเพียงหนึ่งในเหตุการณ์ความหละหลวมด้านคริปโตล่าสุดของทางการเกาหลีใต้ โดยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งมีการตรวจพบว่า Bitcoin มูลค่ากว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ได้สูญหายไปเมื่อ 4 ปีก่อน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานในการจัดเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลีใต้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โทษฐานที่ตรวจไม่พบข้อบกพร่องในระบบภายในของกระดานเทรดคริปโต Bithumb ซึ่งเป็นต้นเหตุให้ทางบริษัทโอน Bitcoin มูลค่ามหาศาลกว่า 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ผิดพลาดไปให้ผู้ใช้งานเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แทนที่จะโอนเป็นเงินวอนเกาหลีจำนวนเล็กน้อยตามปกติ
ที่มา : Decrypt
มุมมองผู้เขียน: การที่เจ้าหน้าที่รัฐแสดงข้อผิดพลาดที่เป็นดั่งพื้นฐานที่ชาวคริปโตรับรู้กันดีอยู่แล้วออกมา แสดงให้เห็นว่าความรู้ความเข้าใจในอุตสาหกรรมคริปโตยังเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นที่รับทราบโดยทั่วกัน และต้องเร่งให้มีการอบรมศึกษา อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของหน่วยงานที่ควรจะได้รับความไว้วางใจแต่กลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ผู้คนไม่ไว้วางใจที่จะเก็บสินทรัพย์ภายใต้การดูแลของรัฐบาล

