bitkub-banner

ผอ.ปราบปรามการก่อการร้ายสหรัฐฯ ลาออกฟ้าผ่า! ค้านรัฐบาลทำสงครามอิหร่าน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

วิกฤตสงครามระดับโลกคือตัวเร่ง (Catalyst) ชั้นดีที่ทำให้นักลงทุนสถาบันต้องหา “สินทรัพย์หลบภัยที่ไร้พรมแดน” ความกังวลเรื่องสหรัฐฯ ต้องพิมพ์เงินเพิ่มเพื่อทำสงคราม (ซึ่งจะทำให้เงินดอลลาร์เฟ้อ) จะผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ Bitcoin ในฐานะ “ทองคำดิจิทัล” ที่รัฐบาลอายัดไม่ได้และพกพาข้ามทวีปได้ทันที

ลาออกประท้วง! ไม่ขอสนับสนุนสงคราม

Joe Kent โบกมือบ้ายบายทรัมป์กลางสงครมอิหร่านสหรัฐ realistic cinematic no text

เหตุการณ์สั่นสะเทือนทำเนียบขาวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 เมื่อ Joe Kent ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติสหรัฐฯ (NCTC) ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ด้วยเหตุผลสั้นๆ แต่สะเทือนใจว่า “ผมไม่สามารถฝืนมโนธรรมเพื่อสนับสนุนสงครามในอิหร่านได้อีกต่อไป”

Joe Kent ไม่ใช่แค่นักการเมือง แต่เขาคืออดีตทหารหน่วยรบพิเศษ (Green Beret) ที่เคยผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน เขาเข้าใจความโหดร้ายของสงครามเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเคยสูญเสียภรรยา (Shannon Kent) ไปในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและซีเรียในอดีต

แฉเบื้องหลัง: สงครามนี้ทำเพื่อใคร?

ในจดหมายลาออก Kent ได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่รัฐบาล โดยระบุชัดเจนว่า:

โดมิโน่ถึงตลาดคริปโต: ทำไมวงการลงทุนต้องจับตา?

สร้างภาพ domino ที่กำลังล้มยักษ์กลางสงคราม ทับอสังหา  realistic cinematic no text

ข่าวการเมืองนี้ถูกจุดพลุให้ดังขึ้นไปอีก เมื่อบัญชีสื่อคริปโตระดับโลกอย่าง Coin Bureau นำประเด็นนี้มาแชร์และวิเคราะห์ต่อ

คำถามคือ… การลาออกของเจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวอะไรกับตลาดคริปโตและ Bitcoin?

คำตอบคือ “ความกลัวและความไม่แน่นอน” หรือที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Geopolitical Shocks (แรงกระแทกทางภูมิรัฐศาสตร์) การที่ผู้นำระดับสูงด้านความมั่นคงลาออก แสดงให้เห็นถึงความแตกแยกอย่างหนักในรัฐบาลสหรัฐฯ และเป็นสัญญาณเตือนว่า ความเสี่ยงด้านการก่อการร้ายและสงครามกำลังจะพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

เมื่อสถานการณ์โลกไม่ปลอดภัย นโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ สั่นคลอน ตลาดการเงินดั้งเดิม (เช่น หุ้น หรือสกุลเงินปกติ) จะเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง สิ่งที่นักลงทุนมักจะทำคือการดึงเงินออกและวิ่งหา “สินทรัพย์หลบภัย” (Safe Haven)

แหล่งข้อมูล: @coinbureau, National Counterterrorism Center (NCTC), usdebtclock


ผู้เขียนมองว่ารอยร้าวระดับสั่งการในทำเนียบขาวครั้งนี้ คือ “สัญญาณเตือนล่วงหน้า” ว่าสงครามตะวันออกกลางจะบานปลายและยืดเยื้อกว่าที่ตลาดทุนประเมินไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ สหรัฐฯ จะต้องเดินหน้าอัดฉีดงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนการทหาร ซึ่งจะไปกระตุกให้เงินเฟ้อและหนี้สาธารณะ (US Debt) กลับมาพุ่งทะยานอีกครั้ง

ในสถานการณ์ที่ “เงินดอลลาร์” เสื่อมค่า และ “สินทรัพย์ติดพรมแดน” (อย่างหุ้นหรืออสังหาฯ ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายหนีสงครามได้) เสี่ยงต่อภาวะสงคราม เม็ดเงินของนักลงทุนสถาบันจะถูกบีบให้ต้องย้ายฐานหนีตายอย่างฉับพลัน

จับตาดูจังหวะนี้ให้ดี… วิกฤตอิหร่านอาจเป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” (Catalyst) ครั้งประวัติศาสตร์ ที่บีบให้โลกต้องยอมรับว่าสินทรัพย์ไร้พรมแดนอย่าง Bitcoin คือ “หลุมหลบภัย” เพียงไม่กี่แห่งในโลกปัจจุบันที่พกพาข้ามทวีปได้ทันที และรัฐบาลใดก็แทรกแซงไม่ได้