สรุปข่าว
- กลุ่มสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสวิสฯ ร่วมกันเปิดตัวโครงการทดสอบ Sandbox เหรียญ Stablecoin สกุลเงินฟรังก์สวิสที่ได้รับการกำกับดูแล
- การทดสอบจะกินเวลาไปจนครบปี 2026 เพื่อวางรากฐานระบบการชำระบัญชีดิจิทัลระดับชาติ และเปิดรับผู้ทดสอบเพิ่มเติมตลอดทั้งปี
- Standard Chartered ชี้ว่าพฤติกรรมการใช้ Stablecoin เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน บ่งบอกว่าผู้คนนำมาใช้จ่ายและโอนเงินจริง ไม่ใช่แค่ถือไว้เฉยๆ เพื่อพักเงินอีกต่อไป
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
กลุ่มพันธมิตรสถาบันการเงินชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ ได้เริ่มต้นโครงการ Sandbox ทดสอบใช้งานเหรียญ Stablecoin สกุลเงินฟรังก์สวิส (CHF) ภายใต้การกำกับดูแลตลอดปี 2026 เพื่อมุ่งพัฒนาระบบชำระบัญชีดิจิทัลระดับประเทศในสภาวะแวดล้อมที่ควบคุมได้ ความเคลื่อนไหวระดับชาตินี้สอดคล้องกับเทรนด์ระดับโลกที่นักวิเคราะห์จาก Standard Chartered เปิดเผยว่า Stablecoin ได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงที่พักเงินในโลกคริปโต กลายเป็นเครื่องมือทำธุรกรรมในโลกจริงอย่างเต็มตัว เห็นได้จากความเร็วในการหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
กลุ่มพันธมิตรของสถาบันการเงินรายใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ บัดนี้ ได้เริ่มต้นการทดสอบใช้งานจริงสำหรับเหรียญ Stablecoin สกุลเงินฟรังก์สวิสที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งระบบการชำระบัญชีดิจิทัลสำหรับระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมทดสอบจะประกอบไปด้วย UBS, PostFinance, Sygnum, Raiffeisen, Zürcher Kantonalbank, BCV และ Swiss Stablecoin AG. โดยที่โครงการแซนด์บ็อกซ์จะมีกำหนดทดสอบตลอดทั้งปี 2026 และจะมีการเปิดรับธนาคาร,บริษัท หรือ สถาบัน เข้ามาร่วมทดสอบเพิ่มเติมโดยไม่ปิดกั้น
รายงานระบุว่า CHF stablecoin sandbox จะถูกออกแบบมาอยู่ภายใต้ระบบนิเวศที่ถูกควบคุม ซึ่งจะสามารถทำให้สถาบันการเงินสามารถทดสอบ “ผลิตภัณฑ์การเงินดิจิทัล” ภายใต้สภาวะที่สมจริง ในขณะที่ยังคงดำเนินงานอยู่ภายใต้ขอบเขตการป้องกันที่กำหนดไว้ เช่น การจำกัดมูลค่าธุรกรรม และการจำกัดกลุ่มผู้เข้าร่วมเฉพาะที่กำหนดไว้
หนึ่งในองค์กรที่เข้าร่วมทดสอบเผยว่า การทดลองในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของเงินดิจิทัลภายในสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงสร้างความเชี่ยวชาญด้านการชำระเงินผ่านระบบบล็อกเชน เพื่อสร้างความเข้าใจในเชิงลึกจากการใช้งานจริงเกี่ยวกับวิธีการชำระเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น
โครงการทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกระแสการใช้ Stablecoin ได้พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์จาก Standatd Chartered กล่าวว่า ความเร็วในการหมุนเวียนของ Stablecoin เพิ่มขึ้นประมาณสองเท่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันเหรียญเหล่านี้มีการเปลี่ยนมือเฉลี่ยประมาณ 6 ครั้งต่อเดือน กล่าวคือ Stablecoin จะไม่ใช่ที่พักเงินอีกต่อไป แต่กำลังถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมจริงๆ
ขณะเดียวกัน Geoffrey Kendrick ผู้บริหารฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของ Standard Chartered ยังเผยว่า ความเร็วในการหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเร็ว ได้ขัดต่อข้อสมมติฐานเดิมของธนาคารที่คาดการณ์ว่ามันจะยังคงทรงตัว โดยพวกเขาคาดว่าอุปทานของ Stablecoin จะพุ่งแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ซึ่งในปัจจุบันจำนวนของ Stablecoin สกุลเงิน USD มีมูลค่าเพียง $2.98 แสนล้านเท่านั้น
ปัจจุบัน Tether (USDT) ยังคงครองตำแหน่ง Stablecoin อันดับหนึ่งด้วยมูลค่าตลาดสูงถึง $1.84 แสนล้าน คิดเป็นกว่า 62% ของอุปทานในตลาด ขณะที่ Circle’s USDC ตามมาเป็นอันดับสองด้วยมูลค่าตลาด $7.8 หมื่นล้าน หรือ 26% ของอุปทาน
ที่มา : The Block
มุมมองผู้เขียน : ปัจจุบันโลกคริปโตถูกขับเคลื่อนด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เกือบ 100% ซึ่งการที่ระบบนิเวศการเงินทั้งโลกต้องพึ่งพาสกุลเงินเดียวถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนั้นการออก CHF Stablecoin โดยสถาบัน จะเป็นทางเลือกใหม่ที่ทรงพลังมากสำหรับนักลงทุนและกองทุนทั่วโลกที่ต้องการกระจายความเสี่ยงเนื่องจากเงินฟรังก์สวิสขึ้นชื่อว่ามีเสถียรภาพสูง และตัวประเทศเองยังมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในการเป็นตู้เซฟของโลก
