สรุปข่าว
- Peter Schiff นักวิจารณ์คริปโทเคอร์เรนซีและผู้สนับสนุนทองคำชื่อดังออกมาโจมตี Michael Saylor โดยระบุว่าการคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่หนึ่งล้านดอลลาร์นั้นเป็นไปไม่ได้ในทางคณิตศาสตร์แม้ว่าบริษัทจะสามารถกว้านซื้อเหรียญได้ถึงร้อยละห้าของอุปทานทั้งหมดก็ตาม
- นักเศรษฐศาสตร์รายนี้ชี้ให้เห็นว่ากฎแห่งผลตอบแทนที่ลดลงกำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออำนาจซื้อของบริษัทและเตือนว่าพวกเขาอาจกำลังเข้าสู่วงจรความตายทางการเงินจากการพึ่งพาการออกตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงเพื่อนำเงินมาซื้อเหรียญเพิ่ม
- แม้จะมีคำเตือนเรื่องกับดักหนี้สินแต่ประธานกรรมการบริหารของบริษัทก็ยังคงเพิกเฉยและเดินหน้าเข้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติมอีกกว่าสามพันเหรียญส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมียอดถือครองรวมทะลุแปดแสนหนึ่งหมื่นแปดพันเหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของนักด่าคริปโตขาประจำอย่าง Peter Schiff เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวที่สวนทางกับแรงซื้อจริงของสถาบันซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างราคาของตลาดโดยตรงในขณะที่การเดินหน้าสะสมเหรียญของบริษัทยังคงเป็นปัจจัยพยุงสภาพคล่องในระยะยาว
Peter Schiff นักวิจารณ์คริปโทเคอร์เรนซีฝีปากกล้าและผู้สนับสนุนทองคำตัวยงได้ออกมาเปิดฉากโจมตี Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของบริษัท MicroStrategy อีกครั้ง โดยอ้างว่าการคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขากำลังพังทลายลงในทางคณิตศาสตร์ Schiff พุ่งเป้าไปที่การคาดการณ์อันทะเยอทะยานของ Saylor สำหรับปี 2025 ที่ระบุว่า Bitcoin จะพุ่งแตะ 1 ล้านดอลลาร์ต่อเหรียญหาก MicroStrategy สามารถกว้านซื้ออุปทานหมุนเวียนทั้งหมดได้ถึง 5%
ปัจจุบัน MicroStrategy ถือครอง Bitcoin อยู่ที่ 3.9% ของอุปทานทั้งหมด แต่นักเศรษฐศาสตร์รายนี้แย้งว่ากฎแห่งผลตอบแทนที่ลดลงกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออำนาจซื้อและอิทธิพลต่อตลาดของบริษัท
Schiff แย้งผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าหากการซื้อเหรียญ 231,666 BTC ถัดไปส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin เท่ากับการซื้อ 231,666 BTC รอบที่แล้ว ราคา Bitcoin จะร่วงลงไปอยู่ต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์เมื่อบริษัทกว้านซื้อได้ถึง 5% ตามเป้าหมาย เขายังได้กล่าวหาไปไกลถึงขั้นว่าหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของสหรัฐอเมริกาถูกซื้อตัวด้วยเงินคริปโตไปแล้วเพื่ออธิบายว่าทำไมพวกเขาถึงยังไม่เข้ามาตรวจสอบการดำเนินงานของ MicroStrategy
นอกจากนี้ Schiff ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 Saylor สามารถระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin ได้ด้วยการออกหุ้นกู้แปลงสภาพที่ไม่มีดอกเบี้ยเนื่องจากนักลงทุนต้องการมีส่วนร่วมในขาขึ้นของ Bitcoin ผ่านการถือครองหุ้นของบริษัท แต่ตอนนี้เขาถูกบังคับให้ต้องจ่ายผลตอบแทนสูงถึง 11.5% เนื่องจากนักลงทุนไม่ต้องการอัปไซด์ที่จำกัดของ Bitcoin อีกต่อไป แต่พวกเขาสนใจแค่ผลตอบแทนที่ได้เท่านั้น
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Schiff ได้ออกมาเตือนอย่างต่อเนื่องว่า MicroStrategy กำลังเดินเข้าสู่วงจรแห่งความตายทางการเงินที่อันตรายเนื่องจากการพึ่งพาหุ้นบุริมสิทธิที่ให้ผลตอบแทนสูง เขายังได้ตอบโต้ข้ออ้างของฝั่งกระทิงที่ระบุว่า Bitcoin จำเป็นต้องปรับตัวขึ้นเพียง 2% ต่อปีเพื่อครอบคลุมต้นทุนผลตอบแทนดังกล่าว โดยชี้ว่าสมมติฐานนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าบริษัทจะต้องหยุดก่อหนี้ใหม่ แต่ในความเป็นจริง Saylor กำลังเพิ่มการออกตราสารหนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งยิ่งขายตราสารหนี้มากเท่าไหร่ ราคา Bitcoin ก็ยิ่งต้องปรับตัวขึ้นมากเท่านั้นเพื่อครอบคลุมต้นทุน
อย่างไรก็ตาม Saylor ดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านกับเสียงเตือนเรื่องหนี้สินที่ดังขึ้นเรื่อยๆ โดย MicroStrategy เพิ่งดำเนินการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีก 3,273 BTC ด้วยมูลค่าประมาณ 255 ล้านดอลลาร์ (ราคาซื้อล่าสุดอยู่ที่ 77,906 ดอลลาร์ต่อเหรียญ) ส่งผลให้บริษัทข่าวกรองธุรกิจแห่งนี้มียอดถือครองรวมทะยานขึ้นไปถึง 818,334 BTC แล้ว
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการปะทะคารมระหว่าง Peter Schiff กับ Michael Saylor เป็นเหมือนสีสันที่อยู่คู่กับวงการนี้มานานครับ การที่คุณ Schiff ออกมาเตือนเรื่องโครงสร้างหนี้และต้นทุนทางการเงินของ MicroStrategy ก็ถือเป็นมุมมองเชิงเศรษฐศาสตร์ที่นักลงทุนควรรับฟังไว้เพื่อประเมินความเสี่ยง แต่ในขณะเดียวกันตราบใดที่ราคายังสามารถยืนระยะและเติบโตได้ในระยะยาวตามวัฏจักร กลยุทธ์การใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อดูดซับอุปทานของ Saylor ก็ยังคงทรงประสิทธิภาพในการผลักดันตลาดเสมอครับ สำหรับคุณที่ติดตามข่าวสารเพื่อลงทุน การรับฟังข้อความแนว FUD ควรพิจารณาควบคู่ไปกับข้อมูล On-chain และความเคลื่อนไหวของกระแสเงินทุนระดับสถาบันเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในจังหวะสำคัญครับ
