bitkub-banner

ธนาคารยักษ์ใหญ่หมดหวัง FED ลดดอกเบี้ย แต่ Bitcoin ไม่แคร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารชั้นนำหลายแห่งได้ยกเลิกการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น
  • แม้สภาวะดอกเบี้ยสูงจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงแต่ราคา Bitcoin กลับพุ่งทะลุระดับแปดหมื่นดอลลาร์ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มมองเห็นมูลค่าในฐานะสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ
  • ในมุมมองทางเทคนิคราคาของ Bitcoin กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญซึ่งหากสามารถทะลวงผ่านไปได้อาจจุดชนวนให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรจนผลักดันราคาไปสู่ระดับหนึ่งแสนดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

การที่ราคา Bitcoin สามารถพุ่งทะยานขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางปัจจัยกดดันด้านนโยบายการเงินที่เข้มงวดสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเม็ดเงินที่ยังคงไหลเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ความคาดหวังเรื่องนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกากำลังเปลี่ยนทิศทาง แต่ดูเหมือนว่า Bitcoin จะไม่ได้สนใจกับแรงกดดันเหล่านั้นเลย สกุลเงินดิจิทัลอันดับหนึ่งเพิ่งจะพุ่งทะยานทะลุระดับ 80,000 ดอลลาร์ไปสดๆ ร้อนๆ ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าปัจจัยลบระดับมหภาคเรื่องอัตราดอกเบี้ยอาจจะเริ่มทำอะไรตลาดคริปโตไม่ได้แล้ว

สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่หลายแห่งเริ่มมองว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดน่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ในระดับสูงต่อไปตลอดทั้งปี ซึ่งพลิกโผจากที่เคยเก็งกันไว้ว่าจะมีการหั่นดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้ง ล่าสุด Barclays ก็เพิ่งพับแผนคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าราคาพลังงานที่พุ่งปรี๊ดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังเป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่สถาบันระดับโลกอย่าง JPMorgan ก็ออกมาเบรกความหวังเรื่องการผ่อนคลายนโยบายการเงินเช่นเดียวกัน

ตามปกติแล้วเวลาดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นหรือทรงตัวอยู่ในระดับสูงนานๆ สินทรัพย์เสี่ยงมักจะโดนเทขาย แต่รอบนี้ Bitcoin กลับเดินหน้าทำราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าตอนนี้นักลงทุนเริ่มหันมาใช้ Bitcoin เป็นเกราะป้องกันอัตราเงินเฟ้อกันมากขึ้น โดยมีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุน Spot ETF อย่างต่อเนื่องคอยเป็นแรงหนุนสำคัญ แม้ว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในตลาดจะพุ่งสูงขึ้นก็ตาม แต่อีกมุมหนึ่งก็ยังมีคนที่มองว่าการพุ่งขึ้นรอบนี้อาจเป็นแค่อานิสงส์จากการที่ตลาดหุ้นภาพรวมกำลังคึกคัก มากกว่าจะเป็นความต้องการซื้อคริปโตจริงๆ

ถ้ามองในมุมของโครงสร้างตลาด โมเมนตัมตอนนี้ค่อนข้างเทน้ำหนักไปทางฝั่งกระทิง Ashish Singhal ผู้ร่วมก่อตั้งกระดานเทรด CoinSwitch มองว่าตอนนี้นักเทรดกำลังจับตาดูแนวต้านที่ 81,500 ดอลลาร์แบบไม่กะพริบตา ในขณะที่ช่องว่างราคาบนกระดานฟิวเจอร์ส CME แถวๆ 84,000 ดอลลาร์ก็เป็นอีกหนึ่งโซนที่น่าสนใจ ซึ่งตัวเลขทางเทคนิคเหล่านี้บวกกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางราคาในระยะสั้นได้อย่างดี

เครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ ก็ส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกัน เส้นค่าเฉลี่ย 200 วันซึ่งคนมักจะใช้ดูเทรนด์ระยะยาว ตอนนี้ไปดักรออยู่ที่ประมาณ 83,430 ดอลลาร์ ถ้ากราฟสามารถทะลุเส้นนี้ไปได้แบบสวยๆ โอกาสที่จะได้เห็นราคาพุ่งปรี๊ดไปไกลกว่านี้ก็มีสูงมาก

บรรยากาศโดยรวมของตลาดยังเห็นความคึกคักกระจายไปยังเหรียญอื่นๆ ด้วย ตอนที่ Bitcoin ขยับขึ้นมาประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ เหรียญอย่าง Toncoin ก็ทำผลงานสุดยอดด้วยการบุ่งทะยานถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ส่วน MORPHO และ PENGU ก็กอดคอกันบวกไป 11 เปอร์เซ็นต์และ 9 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ในขณะที่เหรียญพี่ใหญ่อย่าง Ethereum XRP และ Solana ก็ขยับขึ้นตาม Bitcoin มาติดๆ

แต่ถึงอย่างนั้น ดัชนีความกลัวและความโลภของคริปโตก็เพิ่งขยับมาแตะระดับ 50 ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางพอดีเป๊ะ นักวิเคราะห์จาก FxPro อย่าง Alex Kuptsikevich ออกมาเตือนว่าตลาดกำลังอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว จังหวะที่ความมั่นใจพุ่งสูงขึ้นมักจะเป็นโอกาสทองให้ขาใหญ่ดักเทขายทำกำไรในราคาแพงเสมอ ดังนั้นนักลงทุนจึงไม่ควรประมาทเด็ดขาด

ในภาพรวม หลังจากที่เคยโดนทุบจนเกือบหลุด 60,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงต้นปี Bitcoin ก็ค่อยๆ ไต่ระดับกลับขึ้นมาอยู่ในกรอบขาขึ้นได้อย่างสวยงาม ตอนนี้ราคากำลังไปชนขอบบนของกรอบซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวต้านระยะสั้น ถ้าทะลุไปได้ก็อาจจะเห็นการแห่ซื้อเก็งกำไรจนดันราคาไปแตะแสนดอลลาร์ แต่ถ้าไม่ผ่านก็มีสิทธิ์โดนตบกลับลงมาตั้งหลักแถว 70,000 ดอลลาร์ได้เหมือนกัน

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวผมมองว่าความแข็งแกร่งของ Bitcoin ในรอบนี้ถือว่าน่าประทับใจมากครับ การที่ราคาสามารถยืนหยัดและพุ่งทะลุ 80,000 ดอลลาร์ได้ในสภาวะที่ธนาคารใหญ่ๆ พาเหรดกันพับแผนลดดอกเบี้ย ถือเป็นการฉีกตำราเศรษฐศาสตร์เดิมๆ ที่ว่าสินทรัพย์เสี่ยงต้องร่วงเมื่อดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น สำหรับคุณที่คอยเกาะติดหน้าจอเทรดในช่วงกลางคืน การเฝ้าระวังโซนราคาบริเวณ 81,500 ดอลลาร์ไปจนถึงช่องว่าง CME ที่ 84,000 ดอลลาร์ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ห้ามคลาดสายตาครับ เพราะถ้ากราฟเบรกผ่านไปได้ โมเมนตัมกระทิงจะทำงานอย่างเต็มที่ แต่ในทางกลับกันก็ต้องไม่ลืมตั้งจุดตัดขาดทุนเผื่อไว้เสมอ เพราะตลาดช่วงที่ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ตรงกลางแบบนี้พร้อมจะเหวี่ยงสลับทางได้ตลอดเวลาครับ