สรุปข่าว
- Trump Media & Technology Group (TMTG) รายงานผลขาดทุนสุทธิ 405.9 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 จากการยื่น Form 10-Q ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026
- สาเหตุหลักคือผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงรวม 368.7 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัลและหลักทรัพย์ในตลาด โดย TMTG ถือ Bitcoin 9,542 BTC ที่ซื้อมาในราคาเฉลี่ย 118,529 ดอลลาร์ต่อเหรียญ
- แม้ขาดทุนหนัก แต่บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สี่ และมีสินทรัพย์รวม 2.2 พันล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ผลขาดทุนขนาดใหญ่จากการถือ Bitcoin ของ TMTG สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์ยังได้รับผลกระทบจากราคา Bitcoin ที่ร่วงลงกว่า 22% ในไตรมาสแรก ข่าวนี้อาจกดดันความเชื่อมั่นในเชิงจิตวิทยาของตลาดระยะสั้น แม้การขาดทุนส่วนใหญ่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
Trump Media & Technology Group (TMTG) บริษัทผู้ดำเนินงานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ได้รายงานผลขาดทุนสุทธิ 405.9 ล้านดอลลาร์สำหรับไตรมาสแรกของปี 2026 ตามรายงานจาก CoinDesk โดยบริษัทได้ยื่นเอกสาร Form 10-Q ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2026 ที่ผ่านมา การขาดทุนครั้งนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงรวม 368.7 ล้านดอลลาร์จากสินทรัพย์ดิจิทัล สินทรัพย์ดิจิทัลที่นำไปค้ำประกัน และหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ในขณะที่บริษัทมีรายได้เพียง 871,200 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
ซื้อ Bitcoin แพง แต่ราคาดิ่งกว่า 22% ใน Q1
ณ สิ้นไตรมาสแรก วันที่ 31 มีนาคม 2026 TMTG ถือ Bitcoin จำนวน 9,542 BTC และ Cronos (CRO) จำนวน 756 ล้าน CRO โดยคลัง Bitcoin ของบริษัทมีมูลค่าอยู่ที่ 821.9 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ต้นทุนซื้อเข้ามาอยู่ที่ราว 1.24 พันล้านดอลลาร์ หมายความว่าขาดทุนสะสมจาก Bitcoin อยู่ที่กว่า 423 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ TMTG ซื้อ Bitcoin เข้าคลังในราคาเฉลี่ย 118,529 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันที่ 80,831 ดอลลาร์อย่างมาก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้มูลค่าคลังร่วงลงคือราคา Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงกว่า 22% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 จากระดับกว่า 126,000 ดอลลาร์ในต้นเดือนตุลาคม 2025 ร่วงลงมาต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2026 ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย นอกจากนี้ยอด Bitcoin ของ TMTG ยังลดลงจาก 11,542 BTC เหลือ 9,542 BTC ในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 อีกด้วย
ขาดทุนหนักในกระดาษ แต่กระแสเงินสดยังเป็นบวก
แม้ตัวเลขขาดทุนจะดูน่าตกใจ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือผลขาดทุนส่วนใหญ่เป็น “การขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง” (unrealized loss) หมายความว่า TMTG ยังไม่ได้ขาย Bitcoin หรือสินทรัพย์เหล่านั้นออกไป ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินมูลค่าตามราคาตลาด ณ สิ้นไตรมาส ในทางกลับกัน บริษัทรายงานกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 17.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่กระแสเงินสดเป็นบวก
Kevin McGurn ประธานเจ้าหน้าที่บริหารชั่วคราวของ TMTG ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 ระบุว่าบริษัทกำลังใช้ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งเพื่อขยายธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดย ณ สิ้นไตรมาส TMTG มีสินทรัพย์รวม 2.2 พันล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์ทางการเงินกว่า 2.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าจาก 759 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน บริษัทยังอยู่ระหว่างดำเนินการควบรวมกิจการกับ TAE Technologies บริษัทเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน อีกด้วย
ความเสี่ยงของกลยุทธ์ Bitcoin Treasury
กรณีของ TMTG แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของกลยุทธ์การถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองในราคาสูง บริษัทเริ่มซื้อ Bitcoin ครั้งแรกในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2025 และลงทุนอย่างหนักในเดือนพฤษภาคม 2025 จนขึ้นแท่นบริษัทที่ถือ Bitcoin มากเป็นอันดับ 5 ก่อนที่ราคาจะปรับตัวลงมาอย่างมีนัยสำคัญ ที่น่าสังเกตคือโดนัลด์ ทรัมป์เองถือหุ้น TMTG ประมาณ 41% ผ่าน Donald J. Trump Revocable Trust โดยมีโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ เป็นผู้ดูแล ผลขาดทุนนี้จึงมีนัยสำคัญต่อมูลค่าทรัพย์สินของตระกูลทรัมป์ด้วย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Trump Media เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ขาดทุน 55 ล้านดอลลาร์ แม้ถือ Bitcoin มูลค่า 1.3 พันล้าน และ Trump Media เดินหน้า “กวาด Bitcoin” เข้าคลังเพิ่มอีก 40 ล้านดอลลาร์ ยอดรวมทะลุ 1 พันล้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์สะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องแม้ตลาดจะผันผวน
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจในแง่ที่มันแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่ชัดเจนของการซื้อ Bitcoin ในราคาสูงด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่พร้อมกัน ถ้า TMTG ซื้อ Bitcoin เฉลี่ยที่ 118,529 ดอลลาร์ต่อเหรียญ แต่ตอนนี้ราคาอยู่แค่ 80,831 ดอลลาร์ มันคือการติดลบกว่า 31% บนต้นทุน สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือว่าบริษัทจะยึดถือ Bitcoin ต่อไปหรือจะเริ่มขายออกบ้าง เพราะถ้า Bitcoin ฟื้นตัวกลับไปแถว 118,000 ดอลลาร์ได้ ตัวเลขในงบก็จะกลับมาเป็นบวกทันที แต่ถ้าราคายังอ่อนต่อไป การแบกรับผลขาดทุนในกระดาษต่อไปอาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ถือหุ้นได้ไม่น้อย
ที่มา: CoinDesk
เครดิตภาพจาก @MarvelousCities

