สรุปข่าว
- ผู้ให้บริการ Crypto Wallet อย่างบริษัท Exodus Movement ตัดสินใจเทขาย Bitcoin ออกจากพอร์ตลงทุนกว่า 1,076 เหรียญในช่วงไตรมาสแรกเพื่อสำรองเงินสดสำหรับการเข้าซื้อกิจการในกลุ่ม W3C
- สัดส่วนการถือครอง Bitcoin ของบริษัทลดลงเหลือเพียง 628 เหรียญในขณะที่มีการเก็บสะสมเหรียญ SOL เพิ่มขึ้นกว่า 5,068 เหรียญซึ่งส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลและสภาพคล่องรวมของบริษัทลดลง
- รายได้ของบริษัทในไตรมาสแรกหดตัวลงพร้อมตัวเลขขาดทุนสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นแต่บริษัทก็ยังคงเดินหน้าปิดดีลเข้าซื้อกิจการเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการออกบัตรและการชำระเงินผ่าน Stablecoin อย่างเต็มรูปแบบ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัลรายใหญ่ตัดสินใจเทขาย Bitcoin ออกสู่ตลาดในปริมาณมหาศาลเพื่อตุนเงินสดถือเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันทางฝั่งขายและอาจทำให้ตลาดเกิดความกังวลถึงแนวโน้มระยะสั้น
บริษัท Exodus Movement หรือ EXOD ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Crypto Wallet ชื่อดังได้ทำการปรับลดสัดส่วนการถือครอง Bitcoin ลงถึง 1,076 เหรียญในช่วงไตรมาสแรกของปี พร้อมกับเก็บสะสมเหรียญ SOL เพิ่มเข้ามา 5,068 เหรียญ โดยความเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างงบดุลเพื่อตุนเงินสดเตรียมพร้อมสำหรับการปิดดีลเข้าซื้อกิจการระบบชำระเงิน W3C
ตามรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสล่าสุดระบุว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคมบริษัทถือครอง Bitcoin อยู่ที่ 628 เหรียญ ลดลงจากเดิมที่มีอยู่ 1,704 เหรียญเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ส่งผลให้มูลค่าการถือครองสินทรัพย์ส่วนนี้ลดลงจาก 149.2 ล้านดอลลาร์เหลือเพียง 42.8 ล้านดอลลาร์
รายได้ของ Exodus ในไตรมาสแรกลดลง 36.8% มาอยู่ที่ 22.7 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 36 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดขาดทุนสุทธิขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 32.1 ล้านดอลลาร์จากเดิม 12.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนในส่วนของ Crypto ที่สูงถึง 36.4 ล้านดอลลาร์
ในช่วงเวลาเดียวกัน สัดส่วนการถือครองเหรียญ SOL ของบริษัทกลับเพิ่มขึ้นจาก 12,473 เหรียญเป็น 17,541 เหรียญ แต่มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ส่วนนี้ก็ยังคงลดลงจาก 1.6 ล้านดอลลาร์เหลือ 1.5 ล้านดอลลาร์เนื่องจากสภาวะการเทขายในตลาด Crypto
Exodus ระบุว่าบริษัทได้ทำการเทขาย Cryptocurrency ที่ถือครองอยู่ออกไปรวมมูลค่ากว่า 73.2 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสนี้ และเข้าซื้อเพิ่มเพียง 962,000 ดอลลาร์ โดยชี้แจงว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิเพื่อแลกเป็นเงินสดนั้นมีความเชื่อมโยงกับเงินทุนที่จะนำไปใช้สำหรับการเข้าซื้อกิจการ W3C
เอกสารรายงานระบุชัดเจนว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 บริษัทได้ดำเนินการขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเบิกจ่ายเงินก้อนถัดไปที่เกี่ยวข้องกับการปิดดีล W3C และได้กันเงินสำรองสกุลดอลลาร์สหรัฐไว้มากกว่า 70 ล้านดอลลาร์เพื่อรองรับภาระผูกพันเหล่านี้
เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และ Stablecoin ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 74.4 ล้านดอลลาร์จาก 5.2 ล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นปีก่อน ในขณะที่ยอดรวมของ Crypto และสินทรัพย์สภาพคล่องที่ถือครองอยู่ลดลงจาก 161.6 ล้านดอลลาร์เหลือ 122.6 ล้านดอลลาร์
แม้เอกสารจะไม่ได้แจกแจงรายละเอียดการขายแยกตามราย Token แต่การปรับเปลี่ยนงบดุลนั้นกระจุกตัวอยู่ที่ Bitcoin เป็นหลัก โดยสัดส่วนของ BTC ลดลง 63% และ SOL เพิ่มขึ้น 41% ทั้งนี้ Bitcoin สูญเสียมูลค่าไปประมาณ 23% ในไตรมาสแรก ส่วน SOL ก็ร่วงลงไปกว่า 34% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ล่าสุด Exodus ได้ปิดดีลการเข้าซื้อกิจการ Monavate และ Baanx ไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เพื่อเสริมทัพโครงสร้างพื้นฐานด้านการออกบัตรและการชำระเงินให้กับธุรกิจ Self-custody ของตนเอง โดยดีลดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังข้อตกลงมูลค่า 175 ล้านดอลลาร์ในการเข้าซื้อหน่วยงานด้านการชำระเงินของ W3C เพื่อผลักดันระบบการชำระเงินผ่าน Stablecoin อย่างเต็มรูปแบบ ข่าวความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ส่งผลให้ราคาหุ้น EXOD ร่วงลง 3.1% มาอยู่ที่ 7.47 ดอลลาร์ในช่วงการซื้อขายก่อนเปิดตลาด
ที่มา coindesk
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าการขยับตัวของ Exodus ในรอบนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจที่น่าสนใจมากครับ การยอมเฉือนพอร์ต Bitcoin กว่าพันเหรียญเพื่อเอาเงินสดไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน Payment และ Stablecoin แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้อยากเป็นแค่คนทำ Crypto Wallet สำหรับเก็บเหรียญอีกต่อไป แต่ตั้งเป้าที่จะเป็นตัวกลางเชื่อมต่อโลก Crypto เข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแบบครบวงจร แม้ในระยะสั้นอาจจะกระทบงบดุลและทำให้ตลาดตกใจกับแรงเทขายไปบ้าง แต่ในระยะยาวถ้าพวกเขาทำระบบ Payment ออกมาได้ดี มันจะเป็นแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนกว่าการนั่งลุ้นราคาเหรียญขึ้นลงอย่างแน่นอนครับ

