สรุปข่าว
- Tom Lee ประธานกรรมการของ Bitmine ออกมาเปิดเผยว่าทางบริษัทอาจจะไม่มีความจำเป็นต้องไล่ซื้อ Ethereum เพิ่มเติมอีกต่อไปหากสามารถสะสมเหรียญได้ถึงเป้าหมายที่ระดับ 5% ของซัพพลายทั้งหมดในตลาดซึ่งปัจจุบันบริษัทกำเหรียญไว้ในมือแล้วถึง 4.6% หรือราว 5.54 ล้าน ETH
- แม้จะมีท่าทีเตรียมชะลอการซื้อในอนาคตแต่ข้อมูลออนเชนจาก Lookonchain กลับระบุว่าทางบริษัทยังคงเดินหน้าโอนเหรียญออกจากกระดาน BitGo เพิ่มอีก 25,000 ETH ส่งผลให้ยอดการช้อนซื้อตลอดช่วงสามวันที่ผ่านมาพุ่งทะลุ 125,000 ETH เข้าไปแล้ว
- นอกจากการตุนเหรียญแล้วบริษัทยังมีลุ้นที่จะถูกนำไปคำนวณในดัชนี Russell 1000 ภายในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันและลดความผันผวนของราคาหุ้น BMNR ได้อย่างมีนัยสำคัญ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ในระยะสั้นอาจเห็นแรงซื้อจากฝั่งสถาบันแผ่วลงบ้างหาก Bitmine หยุดซื้อจริงแต่ในภาพรวมระยะยาวยังคงเป็นผลดีจากการที่เหรียญจำนวนมากถูกดึงออกจากระบบและการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน
Tom Lee ประธานกรรมการของบริษัท Bitmine Immersion Technology ได้ออกมาส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแผนครั้งสำคัญ โดยบอกใบ้ว่าบริษัทอาจจะหยุดไล่ซื้อ Ethereum หากสัดส่วนการถือครองแตะเป้าหมายที่เคยวางไว้
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดย Eric Balchunas นักวิเคราะห์ ETF อาวุโสของ Bloomberg ที่ออกมาระบุว่า Tom Lee ได้ไปพูดในงานสัมมนา DACFP ว่าบริษัทน่าจะไม่จำเป็นต้องตุนเหรียญให้เกิน 5% ของซัพพลายทั้งหมดในระบบ เนื่องจากปริมาณเหรียญหมุนเวียนในตลาดตอนนี้ก็ลดลงไปมากแล้ว
ปัจจุบัน Bitmine ถือเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่กำ Ethereum ไว้ในมือถึง 5.54 ล้าน ETH หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 4.6% ของซัพพลายทั้งหมด โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนก็เพิ่งจัดหนักซื้อลอตใหญ่ที่สุดของปี 2026 ไปถึง 126,971 ETH คิดเป็นมูลค่ากว่า 214 ล้านดอลลาร์
Tom Lee ยังคงเชื่อมั่นในพื้นฐานของ Ethereum อย่างมาก โดยเขามองว่าระบบการเงินแบบเก่ามีโครงสร้างที่ซับซ้อนและมีปัญหาเรื่องการฉ้อโกงอยู่บ่อยครั้ง ต่างจากเครือข่ายบล็อกเชนที่ไม่เคยมีประวัติการทำธุรกรรมทุจริตเลย แถมยังมีต้นทุนการจัดการที่ถูกกว่ามาก
นอกจากนี้เขายังประเมินว่าการบูมของเทคโนโลยี AI จะยิ่งผลักดันให้คนหันมาใช้งานบล็อกเชนมากขึ้นเพื่อความรวดเร็วและโปร่งใส การลงทุนในเหรียญพวกนี้จึงเหมือนกับการซื้อโครงสร้างพื้นฐานของโลกอนาคตเก็บไว้
แต่ถึงแม้ปากจะบอกว่าเตรียมหยุดพัก ทว่าในความเป็นจริงข้อมูลจาก Lookonchain กลับพบความเคลื่อนไหวล่าสุดว่า Bitmine เพิ่งจะดึงเหรียญอีก 25,000 ETH มูลค่ากว่า 41 ล้านดอลลาร์ออกมาจาก BitGo ทำให้ยอดรวมการกว้านซื้อในช่วงแค่ 3 วันพุ่งไปถึง 125,000 ETH แล้ว
ความเคลื่อนไหวนี้ช่วยดันราคา Ethereum ให้ขยับขึ้น 3% มาอยู่แถวๆ 1,653 ดอลลาร์ แม้นักลงทุนส่วนใหญ่จะยังดูระมัดระวังตัวจากปัญหาสงครามในตะวันออกกลางก็ตาม ส่วนฝั่งตลาดอนุพันธ์ก็เริ่มกลับมาคึกคัก โดยยอด Open Interest บนกระดานเทรดใหญ่ๆ อย่าง Binance และ CME ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
ตัดมาที่ฝั่งตลาดหุ้นดั้งเดิม หุ้น BMNR ของบริษัทปิดลบไป 3.43% ร่วงลงมาอยู่ที่ 15.64 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับช่วงที่ราคาเหรียญปรับฐานลงมา แต่ความหวังใหม่ของนักลงทุนคือการที่หุ้นตัวนี้มีโอกาสถูกนำไปคำนวณในดัชนี Russell 1000 ช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินก้อนใหญ่จากสถาบันเข้ามาช่วยพยุงราคาหุ้นได้เป็นอย่างดี
ที่มา: coingape
มุมมองส่วนตัวผมมองว่าการที่ Tom Lee ออกมาพูดแบบนี้คือการส่งสัญญาณเพื่อลดความกังวลของตลาดครับ การปล่อยให้บริษัทเดียวถือครองเหรียญมากเกินไปจนเข้าข่ายผูกขาดอาจไม่ใช่เรื่องดีในระยะยาว การประกาศจุดอิ่มตัวที่ 5% ถือว่าสมเหตุสมผลและช่วยให้กระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น
ส่วนการซื้อเพิ่มในช่วงนี้ก็น่าจะเป็นการเก็บของให้ครบตามเป้าหมายก่อนที่จะเบรกจริง สิ่งที่น่าจับตาหลังจากนี้คือการเข้าดัชนี Russell 1000 ถ้าเกิดขึ้นจริง หุ้น BMNR จะมีเสถียรภาพมากขึ้น และน่าจะส่งผลดีทางอ้อมต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อ Ethereum ด้วยครับ

