bitkub-banner

Tom Lee ออกโรงเตือนให้ระวังตลาดเปลี่ยนเทรนด์กระทันหันกลับตัวสู่เป็นขาลง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Tom Lee หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Fundstrat ออกมาเตือนวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ผ่านรายการ Closing Bell ของ CNBC ว่า “เรายังเชื่อว่าปลายปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพตลาดอย่างฉับพลัน ผมรู้สึกเหมือนเราจะเข้าสู่ช่วงขาลง แต่ก็ไม่อยากจะฟันธงว่าเป็นตลาดได้ทำจุดสูงสุดไปแล้ว” พร้อมกันนี้เขายังบอกอีกด้วยว่านักลงทุนอาจตีความท่าทีของ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ผิดไปว่าเขานั้นแข็งกร้าวและเด็ดขาดเกินจริง
  • Lee ระบุ 4 ปัจจัยกระตุ้นหลักที่จะกระตุ้นการปรับฐาน ได้แก่ การทดสอบการดำเนินงานของ Fed ใหม่ภายใต้ผู้นำคนใหม่, การปลดล็อกหุ้น IPO ขนาดใหญ่ของ SpaceX, Anthropic และ OpenAI กับการมีอิทธิพลกับตลาด, ปัญหาขาดแคลนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากผลกระทบช่องแคบ Hormuz แม้จะกลับมาเปิดแล้วก็ตาม
  • Lee ยืนยันว่าแม้จะเกิดการปรับฐานรุนแรง แต่เขามองว่าเป็น “โอกาสช้อน” ไม่ใช่จุดจบของขาขึ้นเพราะเขามองว่าปี 2569 ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของรอบขาขึ้นที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2565

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

คำเตือนของ Lee ไม่ได้บอกว่าตลาดจบรอบขาขึ้นแต่เตือนถึงการปรับฐานที่รุนแรงในระยะสั้นถึงระยะกลาง ซึ่งมักกระทบคริปโตมากกว่าหุ้นเพราะมีการปรับฐานที่มักรุนแรงและมีความผันผวนมากกว่า แต่ในเชิงกลยุทธ์ Lee มองเป็นว่านี่คือโอกาสมากกว่าที่จะเป็นวิกฤติ

สายลมหันเหเปลี่ยนทิศ

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 Tom Lee ได้ไปออกรายการ Closing Bell และพูดชัดเจนว่า นักลงทุนน่าจะตีความผลการประชุม Fed สัปดาห์นี้ผิดไปและดูประเมินท่าทีของ Fed รุนแรงเกินจริง “เรายังเชื่อว่าปลายปีนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพตลาดอย่างฉับพลัน ที่รู้สึกเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนไปในทิศทางตลาดขาลงมากกว่าจะเป็นขาขึ้น แต่เราก็ไม่ได้จะมาการันตีหรือมั่นใจขนาดนั้นว่าตลาดทำจุดสูงสุดไปแล้ว” เขากล่าว


4 ปัจจัยที่หนุนให้ Tom Lee เชื่อว่าจะเกิดการปรับฐาน

ปัจจัยที่ 1 การทดสอบ Fed: “เรารู้ว่าตลาดมักเกิดการทดสอบ โดยเฉพาะถ้า Fed กำลังปรับแนวทางในการดำเนินงานใหม่ด้วยแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่ผมพูดมานั้นจะเกิดในปี 2569” Lee กล่าว โดยเขาเคยพูดในเดือนธันวาคม 2568 ว่าตลาดมักทดสอบความน่าเชื่อถือของประธาน Fed คนใหม่เสมอ ซึ่งมักดึงตลาดให้ร่วงลงมา

ปัจจัยที่ 2 การปลดล็อกระยะเวลาห้ามขายหุ้น: “การ IPO ของ SpaceX จะถูกปลดล็อกในหลายช่วงปลายปีนี้ พร้อมกับ IPO ของ Anthropic และ OpenAI” เมื่อการปลดล็อกเกิดขึ้น จะมี supply หุ้นจำนวนมหาศาลไหลเข้าตลาดพร้อมกัน ซึ่งอาจกดดันตลาดลงได้

ปัจจัยที่ 3 การขาดแคลนปิโตรเลียม: แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งแล้ว แต่ Lee เตือนว่าจะยังมีการขาดแคลนผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในห่วงโซ่อุปทานตามมาอยู่

ปัจจัยที่ 4 — สภาพคล่องส่วนเกินหมดลง: “สิ่งนี้มันมักจะเกิดขึ้นเมื่อตัวเลขมาร์จิ้นแตะระดับที่เกี่ยวข้องกับการปรับฐานระยะสั้นหรืออาจเป็นเพราะเงินสดที่ใช้เก็งกำไรเริ่มหมดไป” Lee เชื่อว่านี่ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่หนุนการปรับฐานเกิดขึ้น


สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Lee ไม่ได้กำลังบอกให้ทุกคนควรขายเหรียญทิ้งหรือหวั่นกลัวตลาด เขาย้ำชัดว่า “เมื่อเรามองย้อนกลับไปดูผลประกอบการของปี 2569 เราจะพบว่ามันคือความต่อเนื่องของตลาดขาขึ้นที่เริ่มมาตั้งแต่ในปี 2565” และเขาแค่มองว่าการปรับฐานที่จะเกิดขึ้นเป็นเพียง “กับดักเล็ก ๆ ” ในกรอบของของตลาดขาขึ้นภาพใหญ่

ในมุมมองส่วนตัว สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในคำเตือนของ Lee คือเขาระบุอธิบายชัดว่าปัจจัยไหนบ้างที่น่าจับตาดูที่อาจกดดันการปรับฐานให้เกิดขึ้นแม้ในแง่ของราคาเขาอาจจะไม่ได้เป็นกูรูตัวตึงแต่เมื่อเขาพูดในมุมของการวิเคราะห์ตลาด วิสัยทัศน์ของเขาก็ถือว่าน่าเก็บไปพิจารณาไม่น้อยเช่นกัน

ที่มา: Coin Bureau, Benzinga, CNBC, CapitalAI Daily, PANews, KuCoin