สรุปข่าว
- Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของ Strategy ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมจำนวน 520 เหรียญด้วยมูลค่าประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งทำให้บริษัทมียอดถือครองรวมทะยานสูงถึง 847,363 เหรียญ
- บริษัทได้ทำการเพิ่มทุนผ่านการออกหุ้นสามัญคลาส A จำนวน 2.7 ล้านหุ้นจนสามารถระดมทุนได้ 335.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐและนำเงินส่วนใหญ่ไปเก็บไว้เป็นทุนสำรองเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
- การดำเนินการในครั้งนี้ช่วยสยบข่าวลือของฝั่งนักลงทุนที่เก็งกำไรขาลงซึ่งเคยมองว่าบริษัทอาจเผชิญปัญหาสภาพคล่องจนต้องถูกบังคับให้เทขาย Bitcoin ออกมาเพื่อพยุงราคาหุ้นบุริมสิทธิ STRC ที่ร่วงลงอย่างหนัก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจาก Strategy สามารถพิสูจน์ให้ตลาดเห็นถึงความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องทางการเงินโดยไม่ต้องพึ่งพาการออกหุ้นบุริมสิทธิหรือเทขาย Bitcoin ซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมาและเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในระยะสั้น
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามีกระแสความกังวลจากกลุ่มนักวิจารณ์และนักลงทุนที่เก็งกำไรขาลงเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของบริษัท Strategy โดยเฉพาะหลังจากที่ราคาหุ้นบุริมสิทธิ STRC ปรับตัวร่วงลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้เกิดข่าวลือว่า Michael Saylor อาจถึงคราวต้องถูกบังคับให้เทขายสินทรัพย์ดิจิทัลออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่อง
อย่างไรก็ตาม Michael Saylor ประธานกรรมการบริหารของบริษัทได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อสยบทุกข่าวลือด้วยการประกาศยืนยันการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีกจำนวน 520 เหรียญ โดยใช้เงินลงทุนไปประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราคาเฉลี่ยที่ 67,068 ดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งเหรียญ ส่งผลให้ปัจจุบัน Strategy มียอดการถือครอง Bitcoin สะสมพุ่งสูงถึง 847,363 เหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
นอกจากความมุ่งมั่นในการสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว บริษัทยังได้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น ด้วยการระดมทุนมูลค่า 335.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านการออกหุ้นสามัญคลาส A ใหม่จำนวน 2.7 ล้านหุ้น และที่น่าสนใจคือเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ถูกนำไปซื้อ Bitcoin เพียง 10.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่ส่วนที่เหลืออีก 89.6 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ถูกนำไปเก็บไว้เป็นเงินสดสำรอง
การดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้ทุนสำรองสภาพคล่องในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปอยู่ที่ระดับ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง Adam Livingston นักวิเคราะห์ตลาดได้ให้ความเห็นว่าการจัดสรรเงินทุนในลักษณะนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ถือหุ้นสามัญ โดยสามารถสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้ถึง 260 ซาโตชิต่อหุ้น
กลยุทธ์ที่ Strategy นำมาใช้ในรอบนี้ถือเป็นการแก้โจทย์ปัญหาที่เคยสร้างความสับสนให้กับชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีก่อนหน้านี้ได้อย่างหมดจด บริษัทยังคงหลีกเลี่ยงการออกหุ้นบุริมสิทธิเป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกันและหันมาพึ่งพาการใช้หุ้นสามัญเพื่อปกป้องโครงสร้างทุนขององค์กรแทน ซึ่งนับเป็นการทำลายภาพจำเชิงลบของนักเก็งกำไรที่เคยคาดเดาว่าบริษัทกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพคล่องได้อย่างราบคาบ
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการขยับตัวของ Strategy ในครั้งนี้เป็นการเดินหมากที่ชาญฉลาดและช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้อย่างถูกเวลา ในช่วงที่ผ่านมาโมเดลการกู้เงินซื้อ Bitcoin ของบริษัทถูกโจมตีอย่างหนักเมื่อราคาหุ้นบุริมสิทธิ STRC ปรับตัวลดลง แต่การตัดสินใจนำเงินระดมทุนส่วนใหญ่ไปตุนเป็นเงินสดสำรองแทนที่จะบุกซื้อ Bitcoin ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะในการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร การมีเงินสดหนาถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไม่เพียงแต่จะช่วยปิดประตูความเสี่ยงเรื่องการถูกบังคับขายสินทรัพย์ แต่ยังเป็นการตุนกระสุนเพื่อรอจังหวะช้อนซื้อในกรณีที่ตลาดเกิดการปรับฐานรุนแรง ซึ่งกลยุทธ์ตั้งรับแบบนี้จะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของราคา Bitcoin ในภาพรวมมากกว่าการไล่ซื้ออย่างบ้าคลั่งเพียงอย่างเดียว

