bitkub-banner

โดนัลด์ ทรัมป์ มีเวลา 10 วัน ชี้ชะตาร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยพ่วงสั่งแบน CBDC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เหลือเวลา 10 วันสำคัญในการตัดสินใจลงนามร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยฉบับความร่วมมือสองพรรค ที่มีการสอดไส้ข้อบัญญัติสั่งแบนไม่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ออก CBDC หรือสร้างสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางไปจนถึงสิ้นปี 2030
  • ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวไปยังทำเนียบขาวแล้ว แต่ทรัมป์แสดงท่าทีเมินเฉยและสั่งยกเลิกพิธีลงนามกะทันหัน ชี้เป็นกฎหมายที่น่าเบื่อและต้องการให้พรรครีพับลิกัน เอาเวลาไปโฟกัสร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งก่อน
  • วุฒิสภาเตรียมกลับมาเปิดประชุมกลางเดือนกรกฎาคมเพื่อพิจารณากฎหมายความชัดเจนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ CLARITY Act ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย ลุ้นให้โดนัลด์ ทรัมป์ยอมจรดปากกาเซ็น หากไม่ผ่าน สภาคองเกรสพร้อมหักล้างการใช้อำนาจ ยับยั้งหากได้คะแนนเสียง 2 ใน 3

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish 

มาตรการทางกฎหมายที่มีเนื้อหาพ่วงสั่งแบน CBDC ถือเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้ชุมชนคริปโตในเชิงบวก ซึ่งการสกัดกั้นไม่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ พัฒนาเงินดิจิทัลของรัฐมาแข่งขันจะช่วยเปิดทางให้เม็ดเงินสภาพคล่องหมุนเวียนไหลเข้าสู่ Bitcoin และเหรียญ Stablecoin ของภาคเอกชนได้อย่างเสรี 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีเวลาประมาณ 10 วันในการตัดสินใจว่าจะลงนามในร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยฉบับความร่วมมือสองพรรค ซึ่งมีการบรรจุข้อบัญญัติ “สั่งห้ามไม่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกหรือสร้างสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC)” ว่าจะให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้แสดงท่าทีว่า จะให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่เป็นประเด็นถกเถียงมากกว่า

รายงานระบุว่า ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งร่างกฎหมายที่มีชื่อว่า 21st Century ROAD to Housing Act ไปยังโต๊ะทำงานของทรัมป์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ จะเป็นการเริ่มต้นนับถอยหลัง 10 วัน (ไม่รวมวันอาทิตย์) ให้ประธานาธิบดีตัดสินใจว่าจะเลือก “เพิกเฉย, ลงนาม หรือใช้อำนาจยับยั้ง (Veto)” ร่างกฎหมายฉบับนี้ 

โดยร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสัปดาห์ก่อน ได้มีการระบุถ้อยคำสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ Fed ออกหรือสร้าง CBDC รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลใด ๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่างมีนัยสำคัญไปจนถึงสิ้นปี 2030

โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันจันทร์ แหล่งที่มา: ทำเนียบขาว

มีรายงานว่า ทรัมป์ได้ออกมาพูดจาเชิงประชดประชันถึงกฎหมายฉบับนี้ว่า เป็นเรื่องที่ “น่าเบื่อ” และเขายังได้สั่งยกเลิกพิธีลงนามในร่างกฎหมายนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า พรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสควรหันไปโฟกัสกับการผลักดันร่างกฎหมาย SAVE America Act ให้ผ่านสภาเสียก่อน ซึ่งกฎหมาย SAVE America Act จะบังคับให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องแสดงหลักฐานการเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ด้วยตัวเองในตอนลงทะเบียน ซึ่งอาจส่งผลให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนต้องสูญเสียสิทธิ์ในการเลือกตั้ง

สำหรับร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย 21st Century ROAD to Housing Act นี้ แท้จริงแล้วได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากทั้งสองพรรค อย่างเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยร่างกฎหมายนี้มีแกนนำการผลักดันคือ สว. เอลิซาเบท วอร์เรน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งเธอยอมใส่ข้อบัญญัติสั่งห้าม CBDC พ่วงเข้าไปด้วย เพื่อหวังดึงคะแนนเสียงสนับสนุนจากฝั่งรีพับลิกันและทำเนียบขาว 

โดยวอร์เรนได้ออกมากล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “เราควรจะได้เฉลิมฉลองกฎหมายที่อยู่อาศัยที่เกิดจากความร่วมมือของทั้งสองพรรค แต่มันกลับกลายเป็นว่า เราต้องมาเรียกร้องให้ ท่านประธานาธิบดี เซ็นร่างกฎหมายนี่ซะทีเถอะ”

ในฝั่งของวุฒิสภา ได้เริ่มหยุดพักประชุม เพื่อให้สมาชิกลงพื้นที่ทำประโยชน์ในรัฐของตนเองแล้ว และคาดว่าจะกลับมาประชุมกันอีกครั้ง ภายในวันที่ 13 กรกฎาคม ซึ่งตารางงานระบุว่า เหล่าวุฒิสมาชิกจะมีเวลาประมาณ 4 สัปดาห์ในการพิจารณาร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity (CLARITY Act ) ก่อนจะถึงกำหนดพักประชุมรอบถัดไปในเดือนสิงหาคม

แม้ว่าทรัมป์จะเคยประกาศกร้าวเมื่อเดือนมีนาคมว่าจะ “ไม่ลงนามในกฎหมายฉบับอื่น” จนกว่าร่างกฎหมาย SAVE America Act  หรือกฎหมายเลือกตั้ง จะผ่านสภา แต่เขาก็เคยโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียแสดงท่าทีสนับสนุนกฎหมาย CLARITY กฎหมายความชัดเจนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่เช่นกัน 

ทั้งนี้หากสุดท้ายแล้ว ทรัมป์ตัดสินใจใช้อำนาจยับยั้งร่างกฎหมายที่อยู่อาศัยฉบับนี้ สภาคองเกรสก็ยังสามารถใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการล้มล้างการคัดค้านของประธานาธิบดีได้ หากสามารถรวบรวมคะแนนเสียงให้ได้เกิน 2 ใน 3 ของทั้งสองสภา

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : แม้ทรัมป์จะพยายามถ่วงเวลา แต่ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นจากทั้งสองสภาก็พร้อมโหวตผ่านร่างกฎหมายนี้อยู่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชนคริปโตฯ ได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ