สรุปข่าว
- Ark Invest อาศัยจังหวะที่ตลาดกำลังตื่นตระหนกในเดือนมิถุนายนเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีรวมมูลค่ากว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การลงทุนในครั้งนี้กระจายไปยังหุ้นกระดานเทรดอย่าง Coinbase หุ้นบริษัท Circle ผู้ออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ และหุ้นบริษัท Bullish
- หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลดลงอย่างหนักตามทิศทางราคาของ Bitcoin รวมถึงหุ้น Circle ที่โดนกดดันจากการเปิดตัวของเหรียญคู่แข่งตัวใหม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากแรงซื้อสะสมจากบริษัทจัดการลงทุนระดับโลกในช่วงที่ราคาสินทรัพย์ปรับฐานลงแรงช่วยสร้างความมั่นใจและพยุงบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม
บริษัทจัดการลงทุน Ark Invest ได้เข้าช้อนซื้อหุ้นของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ราคาพากันทรุดตัวลงอย่างหนักในเดือนมิถุนายน หลังจากที่ Bitcoin ทำสถิติดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบสี่ปี ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลพากันปรับตัวลดลงตามไปด้วย ซึ่งทาง Ark Invest มองว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการเข้าซื้อสะสมสินทรัพย์ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ
จากการเปิดเผยข้อมูลพบว่าบริษัทได้เข้าซื้อหุ้นของกระดานเทรด Coinbase เป็นมูลค่ารวมประมาณ 44 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยคำนวณจากราคาปิดในแต่ละวันที่เข้าซื้อ นอกจากนี้ยังได้แบ่งเงินลงทุนอีกจำนวน 25.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปซื้อหุ้นของบริษัท Circle Internet ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ USDC ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และอัดฉีดเงินอีก 8.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเก็บหุ้นของ Bullish ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสำนักข่าว CoinDesk เข้าพอร์ตเพิ่มเติม
ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หุ้นของ Circle เผชิญกับภาวะดิ่งลงอย่างรุนแรงถึง 40% โดยปิดสิ้นเดือนที่ระดับ 62.63 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงการร่วงลงรุนแรงถึง 18% ในวันสุดท้ายของเดือนหลังจากที่มีการเปิดตัว Open USD ซึ่งเป็นเหรียญสเตเบิลคอยน์คู่แข่งรายใหม่ที่ได้รับการหนุนหลังอย่างหนาแน่นจากกลุ่มพันธมิตรกว่า 140 บริษัท ขณะเดียวกันหุ้นของ Coinbase ก็ปิดตลาดเดือนมิถุนายนลดลงไปเกือบ 20% และหุ้นของ Bullish ปรับตัวลดลงไป 27%
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการตัดสินใจของ Ark Invest ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำกลยุทธ์การลงทุนที่สวนทางกับกระแสความตื่นตระหนกของตลาดอย่างชัดเจน เมื่อนักลงทุนส่วนใหญ่พากันเทขายสินทรัพย์ออกมาในช่วงที่ Bitcoin ทำผลงานย่ำแย่ กองทุนนี้กลับมองเห็นโอกาสในการสะสมหุ้นโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมในราคาที่ถูกลง
การกระจายเม็ดเงินไปยังเสาหลักทางธุรกิจที่หลากหลายสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่าระบบนิเวศคริปโตเคอร์เรนซียังคงมีศักยภาพที่จะเติบโตต่อไปได้อีกไกลในระยะยาว แม้ว่าในระยะสั้นหุ้นบางตัวจะเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันและการเปิดตัวของคู่แข่งรายใหม่อย่างรุนแรงก็ตาม

