bitkub-banner

มูลค่าพอร์ตคริปโตของ BlackRock หดหายกว่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่าการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock ผ่านกองทุน ETF ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจาก 7.83 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อช่วงต้นปีมาอยู่ที่ 4.89 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนซึ่งคิดเป็นการลดลงถึง 37.5%
  • การขาดทุนส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปีโดยได้รับแรงกดดันจากราคา Bitcoin ที่ร่วงลงอย่างหนักแม้ว่าทางกองทุนจะยังคงเดินหน้าสะสมเหรียญเพิ่มขึ้นสวนทางกับสภาวะตลาดก็ตาม
  • สถานการณ์ของ Ethereum กลับดูย่ำแย่กว่ามากเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนเนื่องจากเผชิญทั้งปัญหาราคาที่ตกต่ำและการที่ BlackRock ตัดสินใจเทขายเหรียญออกไปบางส่วนส่งผลให้มูลค่าการถือครองหดหายไปถึง 57.71%

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากตัวเลขมูลค่าพอร์ตการลงทุนที่ลดลงอย่างมหาศาลของสถาบันการเงินระดับโลกสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะตลาดหมีที่กำลังกดดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างหนักและอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อยในระยะสั้น

รายงานล่าสุดเกี่ยวกับผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เผยให้เห็นภาพรวมที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ข้อมูลจาก Arkham ที่นำเสนอผ่านรายงานของ Finbold ชี้ชัดว่ามูลค่าพอร์ตคริปโตเคอร์เรนซีที่บริหารจัดการโดย BlackRock ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เผชิญกับการหดตัวอย่างรุนแรง โดยมูลค่ารวมของ Bitcoin และ Ethereum ลดลงไปถึง 2.93 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลาเพียงหกเดือน

https://infogram.com/copy-blackrocks-h1-2026-crypto-portfolio-1hnp27ejxe5py4g

เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดจะพบว่ามูลค่าที่ลดลงส่วนใหญ่นั้นมาจาก Bitcoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ต โดยมูลค่าได้ร่วงลงจาก 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเหลือเพียง 4.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือการลดลงนี้ไม่ได้เกิดจากการเทขายทิ้งของกองทุนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน BlackRock ยังคงเดินหน้าซื้อสะสม Bitcoin เพิ่มขึ้นอีก 14,950 เหรียญในช่วงไตรมาสแรก แม้ว่าราคาของเหรียญจะดิ่งลงไปกว่า 25.31% ก็ตาม การกระทำนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่เลือกจะมองข้ามความผันผวนของราคาในระยะสั้น

แต่ทว่าสถานการณ์ของ Ethereum กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นอกเหนือจากการที่ราคาเหรียญจะปรับตัวลดลงถึง 33.12% ในช่วงไตรมาสแรกแล้ว BlackRock ยังได้ตัดสินใจลดสัดส่วนการถือครองเหรียญนี้ลงกว่า 410,750 เหรียญ หรือคิดเป็นการลดลง 11.82% ปัจจัยที่รุมเร้าทั้งสองด้านส่งผลให้มูลค่าพอร์ต Ethereum ของกองทุนทรุดหนักถึง 57.71% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังและความพยายามในการลดความเสี่ยงจากการถือครองสินทรัพย์ชนิดนี้

เมื่อนำสถิติของครึ่งปีแรกนี้ไปเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ในปีที่แล้วพอร์ตคริปโตเคอร์เรนซีของ BlackRock เติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตขึ้นกว่า 43.66% ความยากลำบากของตลาดในปี 2026 ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในรูปแบบของการลดลงของจำนวนโครงสร้างพื้นฐานอย่างตู้เอทีเอ็ม Bitcoin และการหายไปของจำนวนกระเป๋าเงินดิจิทัลระดับเศรษฐีถึง 26,000 รายอีกด้วย

ที่มา: finbold


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าตัวเลขที่ลดลงอย่างน่าตกใจของ BlackRock ไม่ได้เป็นสัญญาณของการที่สถาบันการเงินทอดทิ้งตลาด แต่เป็นผลสะท้อนโดยตรงจากการปรับฐานราคาครั้งใหญ่ของระบบนิเวศคริปโตเคอร์เรนซี การที่กองทุนเลือกที่จะสะสม Bitcoin เพิ่มเติมในช่วงที่ราคาตกต่ำตอกย้ำให้เห็นว่ากลุ่มทุนระดับโลกยังคงมองเห็นมูลค่าที่แท้จริงและพร้อมที่จะช้อนซื้อสินทรัพย์ในราคาที่ได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม การเทขาย Ethereum บ่งบอกว่าตลาดกำลังให้ความสำคัญและคัดกรองความเสี่ยงของแต่ละเหรียญอย่างเข้มงวดมากขึ้น สำหรับนักลงทุนทั่วไป การเฝ้าสังเกตทิศทางการปรับพอร์ตของกองทุนระดับโลกเหล่านี้ถือเป็นเข็มทิศชั้นดีในการประเมินว่าอุตสาหกรรมกำลังจะเคลื่อนตัวไปในทิศทางใดท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน