bitkub-banner

IBM ชูความสำเร็จพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ระดับสูง แต่ยังห่างไกลจากการเจาะ Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • IBM ร่วมมือกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่สามารถประมวลผลข้อมูลซับซ้อนเหนือกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปพร้อมทั้งมีหลักฐานทางสถิติที่สามารถยืนยันความถูกต้องของผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ
  • การทดลองล่าสุดนี้ใช้วิธีการแก้ไขข้อผิดพลาดแบบใหม่บนคิวบิตเชิงตรรกะจำนวน 70 ตัวซึ่งช่วยให้ระบบสามารถคำนวณผลเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 15 นาทีและสามารถลดอัตราข้อผิดพลาดลงเหลือเพียง 1 ใน 10 ของข้อผิดพลาดทางกายภาพที่เกิดขึ้นจริง
  • นักวิเคราะห์ประเมินว่าเทคโนโลยีนี้ยังถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและยังคงห่างไกลจากการเจาะระบบความปลอดภัยของเครือข่ายคริปโตเนื่องจากการถอดรหัสจำเป็นต้องใช้คิวบิตเชิงตรรกะจำนวนมหาศาลซึ่งเกินกว่าขีดความสามารถของการทดลองในปัจจุบันไปมาก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากเทคโนโลยีควอนตัมของการทดลองนี้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปีกว่าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นความเสี่ยงต่อระบบรักษาความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานบนบล็อกเชนได้

IBM เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้วยการประกาศความสำเร็จของระบบประมวลผลที่เรียกว่า Trusted Quantum Advantage ซึ่งเป็นการพิสูจน์ขีดความสามารถของควอนตัมคอมพิวเตอร์ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมจะทำได้ ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยชิคาโกที่มุ่งเน้นการสร้างระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าความก้าวหน้านี้จะถือเป็นก้าวสำคัญของโลกเทคโนโลยี แต่มันก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงภาพรวมด้านความปลอดภัยของ Bitcoin ในระยะสั้นแต่อย่างใด

ในการทดลองครั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้นำเสนอเทคนิคการแก้ไขข้อผิดพลาดรูปแบบใหม่โดยใช้คิวบิตเชิงตรรกะจำนวน 70 ตัวในการประมวลผล ซึ่งใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการคำนวณงานที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปอาจต้องใช้เวลาแบบหาจุดสิ้นสุดไม่ได้ การทดลองดังกล่าวมีการรันชุดคำสั่งมากมายและสามารถกดอัตราการเกิดข้อผิดพลาดเชิงตรรกะให้ต่ำลงเหลือเพียง 1 ใน 10 ของข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริงทางกายภาพ นอกจากนี้ระบบยังสามารถตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของผลลัพธ์ได้ ซึ่งเป็นการลบข้อครหาเดิมที่คนเคยมองว่าผลลัพธ์จากควอนตัมคอมพิวเตอร์มักจะตรวจสอบและเชื่อถือได้ยาก

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะยาวที่ IBM วางไว้ว่าจะพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สามารถทนทานต่อข้อผิดพลาดได้ภายในปี 2029 สำหรับมุมมองต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล การทดลองนี้น่าจะถูกมองว่าเป็นเพียงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมขั้นพื้นฐานมากกว่าที่จะเป็นภัยคุกคามโดยตรง เนื่องจากการเจาะระบบลายเซ็นดิจิทัลของเครือข่ายบล็อกเชนจำเป็นต้องใช้คิวบิตเชิงตรรกะที่ทำงานประสานกันในระดับหลายพันตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าศักยภาพของระบบ 70 คิวบิตที่ IBM เพิ่งสาธิตไปอย่างเทียบไม่ติด

ที่มา: decrypt


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการแข่งขันพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ของบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นประเด็นที่แวดวงบล็อกเชนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีนี้จะยังมีขนาดเล็กและไม่มีพลังมากพอที่จะทำลายระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ แต่การที่ IBM สามารถคิดค้นระบบตรวจสอบความถูกต้องพร้อมกับลดข้อผิดพลาดในการคำนวณได้สำเร็จถือเป็นการปลดล็อกขีดจำกัดทางคณิตศาสตร์ที่เคยเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ หากเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาให้ขยายสเกลการทำงานได้เร็วเกินคาด เครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกอาจต้องเร่งอัปเกรดมาตรฐานการเข้ารหัสแบบใหม่ให้ล้ำหน้าไปอีกขั้นเพื่อรับมือกับโลกแห่งอนาคต