สรุปข่าว
- ทีมวิจัยอาสาสมัครเร่งนำ AI เข้าสแกนคลังโค้ดในระบบนิเวศ Bitcoin เพื่อค้นหาช่องโหว่ หลังเกิดเหตุการณ์เจาะ Coldcard Wallet เสียหายกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- Rob Hamilton เผยว่าถูก OpenAI จำกัดสิทธิ์การใช้เครื่องมือความปลอดภัยอย่างกะทันหัน ทำให้จำใจต้องเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI จากประเทศจีนเพื่อตรวจสอบโค้ดต่อ
- Hamilton ชี้ว่ามาตรการกีดกันของบริษัทเทคฯ กำลังบีบให้ผู้ที่พยายามปกป้องระบบขาดแคลนเครื่องมือ ในขณะที่แฮกเกอร์สายดำสามารถใช้ AI ได้อย่างไร้ข้อจำกัด
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin Red Team กลุ่มอาสาสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยล่าสุดต้องเผชิญอุปสรรคสำคัญเมื่อ OpenAI สั่งระงับสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์ความปลอดภัยไซเบอร์ ส่งผลให้จำเป็นต้องเปลี่ยนกลับไปใช้โมเดล AI จากประเทศจีนเพื่อวิเคราะห์โค้ดและปกป้องระบบต่อ โดยทีมได้ออกมาตัดพ้อว่านโยบายการควบคุมที่เข้มงวดของบริษัทเทคฯ ว่ากำลังขัดขวางการทำงานของนักวิจัยสายขาวที่พยายามบรรเทาความเสียหาย ในขณะที่ฝ่ายแฮกเกอร์สายดำกลับสามารถเข้าถึงและใช้งานปัญญานี้ได้อย่างเสรีโดยไร้ข้อจำกัด
Bitcoin Red ทีมวิจัยและพัฒนาด้านความปลอดภัยของ Bitcoin ล่าสุดประสบความสำเร็จในการตรวจพบช่องโหว่ระดับรุนแรงในเครือข่ายมากถึง 1,288 รายการ แต่ทว่าอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ทีมพัฒนาต้องบั่นทอนจิตใจ กลับไม่ใช่ความซับซ้อนของระบบ แต่เป็นการถูกบล็อกจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง OpenAI
Rob Hamilton ซีอีโอของ AnchorWatch และหนึ่งในสมาชิกทีมงาน Bitcoin Red เปิดเผยด้วยความผิดหวังว่า เขาจำใจต้องเปลี่ยนกลับไปใช้โมเดล AI แบบโอเพ่นซอร์สจากประเทศจีนแทน หลังจากพบว่า โปรเจกต์วิเคราะห์โค้ดเบสด้านความปลอดภัยของเขา ถูก OpenAI สั่งระงับการใช้งานอย่างกะทันหัน
Hamilton ระบุว่า เขาเพิ่งเริ่มนำเครื่องมือด้านความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยไซเบอร์ของ OpenAI มาประยุกต์ใช้กับงานวิจัยของทีมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทว่าเพียงแค่ข้ามคืน พอถึงเช้าวันอาทิตย์ สิทธิ์การเข้าใช้งานระบบทั้งหมดของเขาก็ถูกจำกัดลงในทันที
“ในฐานะชาวอเมริกันผู้รักชาติอย่างยิ่งแล้ว เขารู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างมากที่ต้องยอมรับว่าเขาต้องกลับไปใช้เอไอของจีนในการช่วยทำงานวิจัยเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน Bitcoin ต่อไป” Hamiltom กล่าว
Bitcoin Red Team คือใคร?
Bitcoin Red เป็นกลุ่มอาสาสมัครที่ใช้เครื่องมือ AI ร่วมกับการตรวจสอบโดยมนุษย์ มาใช้ในการสแกนคลังโค้ดโอเพนซอร์สที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์หลายร้อยแห่งเพื่อค้นหาช่องโหว่ โดยความพยายามนี้เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วันหลังจากเกิดเหตุการณ์แฮกกระเป๋าเงินHardware Wallet ชื่อดังอย่าง Coldcard ซึ่งส่งผลให้บิทคอยน์มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐถูกขโมยไป
ความหวังดีที่อาจไม่ออกผล
ปัจจุบันผู้เล่นรายใหญ่หลายรายในอุตสาหกรรมยังคงต่อคิวรอคอยการเข้าถึงโมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อนำมาใช้เสริมความแข็งแกร่งของโค้ดให้พ้นจากการโจมตี โดยมีเพียงผู้ได้รับการคัดเลือกจำนวนน้อยนิดเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้
Hamilton ตัดพ้อว่าตอนนี้เขาถูกขัดขวางไม่ให้สามารถดำเนินการสืบสวนต่อไป ทั้งๆ ที่เขาพยายามจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าการแก้ไขโค้ดของพวกเขานั้นรัดกุมพอหรือยัง รวมถึงพยายามดูว่ายังมีปัญหาอื่นๆ ที่เรายังไม่เจออีกไหม
อย่างไรก็ตามพวกแฮกเกอร์สายดำจะไม่ติดปัญหาข้อจำกัดเหล่านี้ มีแต่แฮกเกอร์สายขาว เท่านั้นที่ต้องเจอ ดังนั้น ตอนนี้พวกเราจึงกำลังตกอยู่ในจุดตกต่ำที่สุด เนื่องจากปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถใช้งานได้โดยไร้ซึ่งข้อจำกัดได้ไปอยู่ในมือของคนที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์ ในขณะที่ผู้ที่พยายามบรรเทาความเสียหายกลับถูกกีดกันให้อยู่ข้างสนาม
ทั้งที่สามารถหยุดยั้งความเสียหายได้หากได้รับเครื่องมือที่จำเป็นมาใช้งาน
ที่มา: Cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : มาตรการปิดกั้นที่เข้มงวดเกินไปกำลังส่งผลย้อนศรด้วยการบั่นทอนศักยภาพของนักพัฒนาในประเทศ และบีบให้บุคลากรต้องหันไปพึ่งพาโมเดลฝั่งจีนแทน และทำให้ความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรม AI ฝั่งตะวันตกจะถดถอยลงอย่างหนัก เปิดโอกาสให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในเวทีโลกได้อย่างไม่ยากเย็น

