สรุปข่าว
- ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งประกาศขายรถมอเตอร์ไซค์ Vespa GTV ได้เงินมา $5,500 (ประมาณ 1.8 แสนบาท) เพื่อนำมาทุ่มซื้อ Bitcoin
- นักลงทุนรายนี้ไม่ได้ซื้อเก็บแบบสปอต แต่กลับนำเงินทั้งหมดไปเปิดสถานะ 4X Long เพื่อหวังสร้างกำไรก้าวกระโดด
- ชุมชนคริปโทฯ เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม และฝั่งที่เตือนสติว่าการใช้เลเวอเรจในภาวะตลาดร้อนแรงไม่ต่างจากการพนันที่อาจทำให้เสียรถไปฟรีๆ
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของ Bitcoin จนกลับมายืนเหนือระดับ $70,000 ได้สร้างปรากฏการณ์ FOMO ในหมู่ผู้เล่นรายย่อย จนเกิดเป็นประเด็นบน Reddit เมื่อผู้ใช้งานรายหนึ่งออกมาโพสต์ว่าตนได้ตัดสินใจขายรถมอเตอร์ไซค์ Vespa GTV เป็นเงิน ราว 1.8 แสนบาท แล้วนำเงินทั้งหมดไปทุ่มเปิดสถานะ 4X Long ใน Bitcoin ตามคำสอนของคุณปู่ที่ว่าถ้าใจไม่กล้าอย่าหวังจะได้เงิน
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคา Bitcoin จู่ๆ ก็พุ่งทะยานอย่างรุนแรงโดยไม่มีใครได้ทันตั้งตัวจนราคากลับมายืนเหนือ $70,000 เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนส่งผลทำให้นักลงทุนรายย่อยในตลาดเริ่มเกิดอาการ FOMO กลัวตกรถและต้องเร่งหาเงินมาเข้าซื้อ Bitcoin ให้ทันก่อนราคาจะยิ่งไกลเกินเอื้อมไปกว่านี้
อ้างอิงข้อมูลจากโพสต์บน Reddit ในห้อง r/bitcoin พบว่าผู้ใช้งานรายหนึ่งนาม Exodiachain ได้แชร์เรื่องราวการตามกระแสของเขา โดยระบุว่าได้ทำการขายรถมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ยี่ห้อเวสป้า รุ่น GTV ไปเมื่อวานก่อนเป็นเงินราว $5,500 (1.8 แสนบาท) เพื่อนำเงินที่ได้มาเข้าซื้อ Bitcoin
นักเทรดรายนี้ยังได้มีการเปิดเผยอีกว่า Bitcoin ที่เขาซื้อไปนั้นไม่ใช่การถือแบบสปอตแต่เป็นการเปิดโพสิชันทางฝั่ง Long ด้วยเลเวอเรจสูงถึง 4 เท่าพร้อมกับแนบข้อความด้านล่างว่า
“เอาตรงๆ ตอนแรกก็แอบปอดเหมือนกัน แต่คุณปู่เคยสอนไว้ว่า ใจไม่กล้า อย่าหวังได้เงิน แล้วเจอกันบนดวงจันทร์นะเพื่อนๆ”
หลังจากโพสต์ได้ไม่นานชาวคริปโตจำนวนไม่น้อยจึงได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์โดยบางคนก็พูดให้กำลังใจว่า เวสป้าของเขากำลังจะกลายเป็นรถแลมโบในไม่ช้า
อย่างไรก็ตามชาวเน็ตอีกฝั่งต่างเข้ามาตักเตือนว่าทำไมนักเทรดรายนี้ถึงเลือกที่จะเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางการใช้เลเวอเรจ เพราะสิ่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนตัวเองเข้าไปในบ่อนพนันที่อาจทำให้เจ้าของโพสต์ต้องเสียมอเตอร์ไซค์ไปฟรีๆ
ที่มา: Reddit
มุมมองผู้เขียน : การใช้เลเวอเรจสูงในสภาวะตลาดผันผวนมีความเสี่ยงที่จะโดนการย่อตัวสั้นๆ ล้างพอร์ตจนเงินหายวับไปกับตา เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์เตือนสติได้อย่างดีว่า ความฮึกเหิมโดยไร้การบริหารความเสี่ยง มักจบลงด้วยความสูญเสียเสมอ

