bitkub-banner

สถิติเผยชาวอินเดียถือทองคำมากกว่าคริปโต แต่ยอดผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งแตะ 97.5 ล้านคน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ข้อมูลจาก Sumit Gupta ผู้ร่วมก่อตั้ง CoinDCX ระบุว่าชาวอินเดียวัยผู้ใหญ่ประมาณ 700 ล้านคนหรือคิดเป็น 75% ถือครองทองคำ ขณะที่มีผู้ถือครองคริปโตราว 97.5 ล้านคนหรือคิดเป็น 10.2% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสินทรัพย์ดิจิทัลภายในเวลาเพียงหนึ่งทศวรรษ
  • แม้มูลค่าทองคำที่ครัวเรือนอินเดียถือครองจะสูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์และทิ้งห่างมูลค่าคริปโตอย่างมหาศาล แต่กระแสความนิยมระบบการชำระเงินดิจิทัลอย่าง UPI ที่มีผู้ใช้งานกว่า 555 ล้านคน กำลังเป็นสะพานเชื่อมให้คนรุ่นใหม่หันมาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น
  • อุปสรรคสำคัญในการเติบโตของคริปโตในอินเดียยังคงเป็นเรื่องของความผันผวนและภาระภาษีที่สูงถึง 30% พร้อมการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ทำให้ผู้เชี่ยวชาญมองว่าคริปโตจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์เสริมควบคู่ไปกับทองคำมากกว่าจะเข้ามาทดแทนอย่างสิ้นเชิง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish

เนื่องจากการที่ฐานผู้ใช้งานคริปโตในประเทศที่มีประชากรหนาแน่นอย่างอินเดียขยายตัวแตะระดับเกือบ 100 ล้านคน สะท้อนถึงการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นแรงส่งสำคัญในการผลักดันอุปสงค์และการเติบโตของตลาดในอนาคต

ความยิ่งใหญ่ของทองคำในประเทศอินเดียกำลังเริ่มเผชิญกับความท้าทายจากกระแสสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อจำนวนผู้ถือครองคริปโตกำลังขยับเข้าใกล้หลัก 100 ล้านคน แม้ว่าช่องว่างระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองจะยังคงห่างกันอยู่มาก โดย Sumit Gupta ผู้ร่วมก่อตั้งกระดานเทรดชั้นนำอย่าง CoinDCX ได้เปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 ว่า มีชาวอินเดียวัยผู้ใหญ่ราว 700 ล้านคน หรือคิดเป็น 75% ที่ถือครองทองคำ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ถือครองคริปโตที่มีอยู่ราว 97.5 ล้านคน หรือประมาณ 10.2% ตัวเลขความแตกต่างนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงบทบาทอันหยั่งรากลึกของทองคำในวัฒนธรรมของครัวเรือนอินเดียเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของคริปโตที่ใช้เวลาเพียงแค่สิบปีเท่านั้น

การขยายตัวของคริปโตในอินเดียเติบโตขึ้นจากศูนย์จนเกือบแตะหลัก 100 ล้านคน แม้ว่าในอดีตจะต้องเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่จากการที่ธนาคารกลางอินเดียสั่งจำกัดการให้บริการทางการเงินแก่ธุรกิจคริปโตในปี 2018 ก่อนที่ศาลสูงสุดจะตัดสินยกเลิกมาตรการดังกล่าวในปี 2020 ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญหลังจากนั้นเกิดจากการแพร่หลายของสมาร์ทโฟน ค่าบริการอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงง่าย และความสะดวกสบายของแอปพลิเคชันกระดานเทรดในประเทศ โดยสถานการณ์นี้มีความน่าสนใจเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประชากรที่ถือครอง Bitcoin มากกว่าทองคำไปแล้ว และมีผู้ใหญ่ชาวอเมริกันกว่า 62% ที่มีบัญชีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันฟินเทคต่างๆ

สำหรับอินเดียนั้น การเติบโตของคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับระบบการชำระเงินดิจิทัลแบบ UPI ซึ่งมีผู้ใช้งานมากถึง 555 ล้านคน และมีปริมาณธุรกรรมทะลุ 2.4 แสนล้านรายการในปีงบประมาณ 2025 ถึง 2026 อาจกลายเป็นสะพานเชื่อมที่ปูทางไปสู่การเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างราบรื่น แม้ว่าทองคำจะยังมีข้อได้เปรียบทางวัฒนธรรมและความรู้สึกปลอดภัย แต่การลงทุนในคริปโตก็สร้างแรงเสียดทานน้อยลงสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาพร้อมกับระบบชำระเงินบนมือถือ

เมื่อพิจารณาในแง่ของมูลค่าทรัพย์สิน ทองคำยังคงทิ้งห่างคริปโตอยู่หลายเท่าตัว โดยครัวเรือนในอินเดียถือครองทองคำอยู่มากถึง 25,000 ถึง 35,000 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของเครื่องประดับและเหรียญทองคำ ทางบริษัท Jefferies ได้ประเมินมูลค่าทองคำที่ชาวอินเดียถือครองไว้สูงถึง 3.9 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสี่เท่าของการถือครองหุ้นในตลาดและสองเท่าของเงินฝากธนาคาร ขณะที่มูลค่าการถือครองคริปโตในประเทศช่วงกลางปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 20,437 สิบล้านรูปีเท่านั้น นอกจากนี้ แม้คริปโตจะมีความคล่องตัวในการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง แต่ยังต้องเผชิญกับความผันผวนสูงและภาระภาษีผลกำไร 30% รวมถึงการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% ในขณะที่ทองคำกายภาพแม้จะมีส่วนต่างราคาในการขายคืน แต่ก็สามารถนำไปค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อทองคำได้โดยไม่ต้องเทขายออกมาจริง

ที่มา: coinedition


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า คริปโตคงยังไม่สามารถขึ้นมาแทนที่ทองคำในอินเดียได้ในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากทองคำเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นเครื่องมือปกป้องความมั่งคั่งที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น แต่การที่คริปโตสามารถเจาะกลุ่มผู้ใช้งานได้มากกว่า 10% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ ถือเป็นหมุดหมายที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับอุตสาหกรรม การขยายตัวของเทคโนโลยีและการเงินดิจิทัลในเมืองรองจะช่วยผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตขึ้นไปอีก และในอนาคตนักลงทุนชาวอินเดียจะมองคริปโตเป็นสินทรัพย์ที่ถือครองเพื่อเพิ่มการเติบโต ควบคู่ไปกับการถือทองคำเพื่อรักษาเสถียรภาพมากกว่าที่จะเลือกถือครองเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง