ผลสำรวจล่าสุดที่ถูกทำโดยนักเทรด Bitcoin และนักวิเคราะห์ที่ชื่อว่า Chris Burniske เผยให้เห็นถึงนักลงทุนในตลาดคริปโตเป็นจำนวนมากที่คิดว่าราคา Bitcoin นั้นจะพุ่งไปอยู่เหนือ $10,000 ภายในปลายปี 2020 นี้
ผลสำรวจดังกล่าวตามด้านล่างเคยเห็นว่ามีผู้คนที่เข้ามาตอบประมาณ 1,400 คนที่คิดเป็นประมาณ 11.6 เปอร์เซ็นต์ที่คิดว่าราคาคอยนั้นจะอยู่ต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์ตอนช่วงปลายปี 2020 ในขณะที่ที่เหลือนั้นคิดว่าราคาของมันจะพุ่งจากระดับ 10,000 ดอลลาร์ 17,500 ดอลลาร์หรือสูงกว่านี้
แนวคิดของนักเทรดส่วนใหญ่
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นดังต่อไปนั้นเป็นแบบนี้
โดยอ้างอิงจากนาย Vinny Lingham หรือหัวหน้าฝ่ายของบริษัทโตที่มีชื่อว่า Civic เขากล่าวว่าราคาของ bitcoin นั้นจะพุ่งไปแตะ 15,000 ดอลลาร์ได้ในอนาคต
“ดูเหมือนว่าราคา bitcoin นั้นกำลังจะมีขาขึ้นอีก 1 ดอกและมันจะพุ่งไปอยู่เหนือ 15,000 ดอลลาร์ก่อนที่จะร่วมกับลงมาอย่างรุนแรงที่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์เป็นเวลาไม่กี่สัปดาห์เป็นอย่างน้อยผมคิดว่าราคาที่ระดับต่ำกว่า 12,000 ดอลลาร์จะอยู่ได้นานกว่าและระดับ 10,000 นั้นจะถือเป็นแนวรับที่มีความแข็งแรงอย่างมาก”
นอกจากนี้เขายังออกมาแสดงความเห็นอีกหนึ่งความเห็นที่เผยว่าเมื่อระดับ 12,000 ดอลลาร์ของ bitcoin กลายเป็นแนวรับ มันจะกลายเป็นขาขึ้นที่รุนแรงอย่างมาก
“ผมไม่ใช่นักเทรดสายกระทิงจ๋าหรือสายหมีจ๋า ผมเคยออกมากล่าวว่าตลาดจะเกิดฟองสบู่และกล่าวว่าตลาดจะอยู่ในช่วงขาลงมาแล้วและผมก็คิดว่าตลาดขาลงนั้นใกล้จะจบลงแล้วหากเราสามารถพุ่งขึ้นไปอยู่เหนือระดับนึง 12,000 ดอลลาร์และยืนหยัดอยู่เหนือระดับดังกล่าวไว้ได้ผมก็จะมองว่าตลาดกลายเป็นขาขึ้น”
ในไหม Mike McGlone หรือนักวิเคราะห์ในตำนานจากบริษัท bloomberg ได้ออกมาแสดงความเห็นที่ค่อนข้างเป็นด้านบวกต่อตลาดโดยเขากล่าวว่าราคาของ bitcoin นั้นกำลังวิ่งขึ้นไปและอาจพุ่งไปแตะ 20,000 ดอลลาร์ได้ภายในปลายปีนี้ โดยชี้ถึงตัวแปรพื้นฐานอย่างเช่นการจ่ายรางวัลต่อบล็อกที่น้อยลงและอื่นๆ
“ตลาด bitcoin นั้นกำลังเลียนแบบของปี 2016 และกำลังจะพุ่งไปอยู่ที่จุดสูงสุดเก่าของมันซึ่งครั้งล่าสุดนั้นที่ตลาดถูก halving และถือเป็นปีที่ 3 ที่ตลาดนั้นทำจุดสูงสุดใหม่ ตอนนี้ก็เป็นเวลา 4 ปีที่ผ่านมาแล้วและถือเป็นปีที่ 2 หลังจากที่ราคานั้นร่วงลงมาเกือบ 75% ในปี 2018 ราคา bitcoin นั้นจะพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในระดับ 20,000 ดอลลาร์ในปีนี้ตามมุมมองของพวกเรา ถ้าหากว่ามันกำลังวิ่งตามเทรนด์เหมือนกับของปี 2016”
อย่างไรก็ตามหากตลาดนั้นมีการร่วงลงอย่างรุนแรงก็อาจจะทำให้มันกลายมาเป็นขาลงอีกครั้งก็ได้ซึ่งต้องรอดูกันต่อไป
