<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ทำไม Bitcoin ถึงมีราคา มันจะร่วงลงถึง 0 ไหม และมูลค่าที่แท้จริงของมันคืออะไร

นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่า Bitcoin นั้นไม่มีมูลค่าที่แท้จริง เนื่องจากว่าสิ่งที่มันมีนั้นก็แค่ “ข้อมูล” แต่ดูเหมือนพวกเขาจะลืมไปว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุคดิจิทัล

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2013 เมื่อนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันนาม Paul Krugman ได้ออกมาเขียนบทความวิเคราะห์ที่ชื่อว่า ‘Bitcoin is Evil’ หรือ Bitcoin นั้นคือความชั่วร้ายบนนิตยสาร New York Times ซึ่งภายหลังจากนั้นมันได้ทำให้ผู้คนออกมาถกเถียงกันว่า Bitcoin นั้นมีมูลค่าที่แท้จริงหรือไม่ ภายหลังจากนั้นเมื่อปี 2018 เขาได้เขียนบทความที่ชื่อว่า “ฟองสบู่, ฟองสบู่, การฉ้อโกงและปัญหา” ที่กล่าวว่าราคาของ Bitcoin นั้นร่วงลงไปกว่า 40% ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลทำให้ผู้คนเกิดการถกเถียงกันขึ้นมาอีกครั้ง

ดังนั้นเราลองมาดูกันว่าทำไม Bitcoin ถึงมีมูลค่าขึ้นมาได้ และอะไรเป็นปัจจัยหลัก ๆ

เศรษฐศาสตร์ 101

ทำไม Bitcoin ถึงมีมูลค่าขึ้นมาได้? ในการที่จะตรวจดูว่าสิ่งต่าง ๆ มีมูลค่าขึ้นมาได้อย่างไรนั้น เราควรที่จะย้อนกลับมาดูเรื่องของเศรษฐศาสตร์พื้นฐานก่อน ซึ่งหากว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นมันหาได้ยาก (และมีประโยชน์มาก) มันจะสร้างสิ่งที่เรียกว่าอุปสงค์ (demand) หรือความต้องการสำหรับอุปทาน (supply) หรือสิ่งของเหล่านั้น และจะทำให้มันมีมูลค่าที่เพิ่มมากขึ้น

หากยังเห็นภาพไม่ชัด ลองดูทองคำเป็นตัวอย่าง หลายคนเชื่อว่ามันเป็นสินทรัพย์ที่มีผลกำไรดีที่สุดในศตวรรษที่ 21 นี้ เนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งที่หาได้ยาก และมีความขลาดแคลนสูง (แม้มันจะไม่ใช่แร่ที่หาได้ยากที่สุดในโลก แต่มันก็ยังมีความยุ่งยากในการสกัดให้ได้ทองคำบริสุทธิออกมา) และก็เช่นกัน มันมีความสวยงาม ซึ่งทำให้ผู้คนต่างก็ต้องมาตามหามัน

ความหายากของ Bitcoin

เมื่อมาถึงตรงนี้ เราก็ทราบกันแล้วว่าสิ่งของที่มีมูลค่านั้นมันจะต้องมีทั้งความหายาก และมีประโยชน์ใช้สอยได้ ซึ่งเราอาจจะทราบกันดีว่าผู้คนที่ไม่ชอบ Bitcoin นั้นมักจะกล่าวว่ามันไม่มีมูลค่าใด ๆ เลย แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขาพูดมานั้นจะไม่ถูกต้องทั้งหมดเลยเสียทีเดียว เนื่องจากว่า Bitcoin นั้นมีจำนวนจำกัดทั้งหมดที่ 21 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอันที่จริงแล้ว BTC นั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการสูงที่สุด โดยหากเทียบกับทองคำนั้น เราคงจะไม่ได้เห็นยุคตื่นทองที่เป็นส่วนประกอบของการทำให้ราคาพุ่งและร่วงเหมือนกับสมัยบรรพบุรุษของเราแล้ว

นอกจากนี้ วิธีการ ‘ ขุด Bitcoin’ หรือการทำให้ได้มาซึ่งการเกิด BTC ใหม่นั้นก็จะต้องใช้ต้นทุนที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านพลังงาน, ต้นทุนด้านอุปกรณ์ในการประมวลผลด้านคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบัน การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบธรรมดาทั่วไปนั้นดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว

“มันมีโอกาสที่ทองคำเป็นจำนวนล้าน ๆ หน่วยจะอยู่ใต้ดินลงไป มากกว่าที่ถูกขุดขึ้นมาเสียอีก”

กล่าวโดยนาย Tom Lee

ประโยชน์ของ Bitcoin

เมื่อเรารู้แล้วว่า Bitcoin นั้นหายาก ทีนี้ลองมาดูเรื่องประโยชน์ของมันบ้าง ซึ่งก็แน่นอน ประโยชน์ของ Bitcoin นั้นหลัก ๆ อยู่ที่ความเป็น decentralized ของมัน เนื่องจากว่าหลัก ๆ นั้นไม่มีใครสามารถพยายามแฮ็ค หรือโกงเครือข่ายได้ ไม่เหมือนก้บระบบ centralized ที่มีการรวมศูนย์ของธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ นอกจากนี้ Bitcoin ยังสามารถถูกนำไปใช้ทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนกับแทบจะทุกสิ่งบนโลกนี้ได้ ตั้งแต่ซื้อขนม ไปจนถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากว่าตัวเลขมูลค่าของมันสามารถถูกแบ่งแยกเป็นหน่วยทศนิยมเล็ก ๆ ได้ โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทางสยามบล็อกเชนก็เคยรายงานไปแล้วว่ามีเจ้าของบ้านหลายรายที่ต้องการขายบ้านของพวกเขาเพื่อแลกกับ Bitcoin

สำหรับหลาย ๆ คนเหตุผลเท่านี้คงไม่เพียงพอ ดังนั้นเราจึงต้องเจาะลึกถึงข้อขัดแย้งที่นักวิจารณ์ชอบหยิบยกขึ้นมาใช้โจมตี Bitcoin ว่ามันไม่มีมูลค่าใด ๆ เลย

จริงอยู่ที่ทองคำนั้นสวยงาม และดึงดูดผู้คนให้มาครอบครองมัน เพราะว่ามันสามารถเป็นตัวแสดงฐานะความร่ำรวยได้ดี และเราก็ไม่ควรลืมว่ามันถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอย่างเช่นเช่นทันตกรรม, อิเลคทรอนิคส์ และอื่น ๆ อีกมาก

นอกจากนี้บางคนยังเชื่อว่าเงินกระดาษนั้นก็มีมูลค่าที่แท้จริงของมันเหมือนกัน เพราะเราสามารถนำมันไปใช้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณวิเคราะห์เจาะลึกลงไปอีก คุณจะพบว่าอุตสาหกรรมที่มีการนำทองคำไปใช้มากที่สุดก็คืออุตสาหกรรมเครื่องเพชร ซึ่งมีมากกว่า 50% หากเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั่วโลก อ้างอิงจากข้อมูลของ Wolrd Gold Council ในขณะเดียวกันมีเพียง 15% ที่เหลือนั้นถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานไปแล้วว่านาย Mike Novogratz หรือเศรษฐีระดับพันล้านเคยออกมากล่าวว่า Bitcoin จะแซงหน้าทองคำได้ในอีก 20 ปี เนื่องจากว่า Bitcoin ที่เกิดใหม่นั้นจะลดลงเรื่อย ๆ ในทุก ๆ 4 ปีจากเหตุการณ์ที่เรียกว่า halving และนั่นก็คือหนึ่งในสาเหตุ

ทีนี้เรามาดูเงินกระดาษกันบ้าง ซึ่งดูเหมือนว่าสถานการณ์ของมันกำลังแย่ลงเรื่อย ๆ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯหรือ Federal Reserve กล่าวว่าต้นทุนในการผลิตธนบัตร 100 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,200 บาท)  หนึ่งใบอยู่ที่ประมาณ 13.2 เซนต์ หรือประมาณ 4 บาทเท่านั้น นั่นแปลว่ามูลค่าที่เหลือของมันที่ 99.87 ดอลลาร์นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้คนจะเชื่อมั่นในตัวมันและรัฐบาลมากน้อยเท่าไร

ในขณะเดียวกัน บริษัทด้าน IT ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกอย่างเช่น Facebook, Apple และบริษัทอื่น ๆ อีกมากมายนั้นให้ความเชื่อใจในตัวดิจิทัลสูงมาก ซึ่งหากย้อนไปไม่นานก่อนหน้านี้ หลาย ๆ คนที่ไม่เชื่อว่าบริษัทอย่าง Amazon จะสามารถก้าวมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ได้ ก็ต้องทายผิดไปตาม ๆ กัน

Bitcoin นั้นไม่ใช่ความมั่งคั่ง

มีผู้คนเป็นจำนวนมากที่ไม่เข้าใจถึงแนวคิดพื้นฐานของ Bitcoin เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร เมื่อสิ่งที่เรียกว่า ‘เงิน’ นั้นเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เอาไว้ใช้ในการแลกเปลี่ยนความมั่งคั่ง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะมีมูลค่าเสมอไป ถ้าหากลองมาคิดดูจริง ๆ แล้ว ผู้คนนั้นไม่ได้ชอบเงินกระดาษ หรือเหรียญดิจิทัลแต่อย่างใด แต่พวกเขาชอบในสิทธิในการนำมันไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของอื่น ๆ ที่พวกเขาต้องการได้

อะไรทำให้ bitcoin มีมูลค่า? จริงอยู่ที่มันเป็นเพียงแค่ข้อมูล แต่หากลองดูดี ๆ แล้ว ความหมายทั้งหมดของสิ่งที่เรียกว่าเงินมันก็เป็นเพียงแค่นั้น ซึ่งหลัก ๆ ก็คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แต่ในขณะเดียวกัน Bitcoin นั้นมีข้อได้เปรียบมากกว่าเงินกระดาษหลายเท่า เนื่องจากว่ามันมีความเป็น decentralized สูง

โดยนั่นหมายถึง

  1. มันสามารถแน่ใจได้ว่าจะไม่เกิดสภาวะเงินเฟ้อ เพราะว่ากลุ่มคนที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างเงินนั้นไม่สามารถควบคุมการออกธนบัตรใหม่ ๆ ได้
  2. บัญชีธนาคารของคุณไม่สามารถถูกอายัดได้ ก่อนหน้านี้มีตัวอย่างให้เห็นแล้วก็คือร้านค้าแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษที่ได้ออกมาประท้วงธนาคารเนื่องจากว่าบัญชีของพวกเขาถูกอายัด เพียงเพราะว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายเหรียญ cryptocurrency
  3. แต่กระนั้น Bitcoin ก็ไม่ใช่สกุลเงินแบบ decentralized ตัวแรกสุดที่เรามี เพราะก่อนหน้านี้เรามีทองคำ แต่ทว่าทองคำที่จับต้องได้นั้นมันมีข้อจำกัดที่เยอะมาก โดยเฉพาะการนำไปใช้เพื่อทำธุรกรรมในชีวิตประจำวัน

Bitcoin นั้นมีความพิเศษตรงที่มันเป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่ไม่ได้ถูกสร้างหรือออกโดยธนาคารกลาง หรือรัฐบาลใด ๆ และก็ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่ามันหายากกว่าทองคำ เพราะว่ามันมีจำนวนจำกัด และยิ่งไปกว่านั้นมันมีความยืดหยุ่นและมีความเป็นส่วนตัวสูงมากกว่าระบบการเงินใด ๆ ในปัจจุบัน

หากถามว่า Bitcoin นั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาได้อย่างไร? เมื่อเรารู้แล้วว่า Bitcoin นั้นมีมูลค่า ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะรู้ว่าอะไรเป็นตัวสร้างมูลค่าให้กับมัน และเราควรจะเข้าใจด้วยว่ามูลค่าของ Bitcoin นั้นแตกต่างจากราคาของมัน (ต้นทุนทางการเงินของสกุลเงิน) มูลค่าของ Bitcoin นั้นสามารถที่จะเป็น

  • ในแง่ของวิทยาศาสตร์ (ผู้สร้าง Bitcoin นาย Satoshi Nakamoto สามารถที่จะแก้ไขปัญหาการทำธุรกรรมซ้ำ หรือ double spending ได้)
  • ด้านเทคโนโลยี (Bitcoin นั้นเป็นสกุลเงินที่มีความเป็น decentralized เมื่อทำธุรกรรมไปแล้ว จะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้อดีตได้)
  • ด้านสังคม (Bitcoin ได้เปลี่ยนวิธีที่ผู้คนจัดการกับเงินไปตลอดกาล เนื่องจากว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปไว้ใจธนาคารหรือตัวกลางใด ๆ อีกต่อไป)

ทำไมราคาของ Bitcoin นั้นถึงมีความผันผวนสูง

ราคาของ Bitcoin นั้นจะขึ้นอยู่กับภาวะอารมณ์ของตลาด ยิ่งมีความต้องการในตัวเหรียญมากเท่าไร ราคาของมันก็ยิ่งพุ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น ไม่ต่างจากสินค้าที่ห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ทองคำแท่ง โดยราคา Bitcoin นั้นเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความผันผวนที่สูงมาก และแม้ว่าอัตราความผันผวนของมันจะเพิ่งแตะจุดต่ำสุดในรอบสองปี แต่มันก็ยังคงวิ่งขึ้นลงอย่างรุนแรงให้เห็นเป็นพัก ๆ ช่วง ๆ

หากพูดถึงเรื่องของความผันผวนแล้ว ราคาของน้ำมัน, หุ้น และสินค้าอุปโภคอื่น ๆ นั้นก็มีความผันผวนเช่นกัน แต่สาเหตุที่ของ bitcoin มีความผันผวนมากกว่าก็เป็นเพราะสโคปของตลาดเหรียญคริปโตนั้นยังคงเล็กอยู่ หากเทียบกับของตลาดอื่น ๆ ที่มีความใหญ่กว่ามาก ดังนั้นมันจึงถูกปั่นราคาได้ง่ายดายกว่า

ราคาของ Bitcoin จะร่วงลงไปถึง 0 หรือไม่

มาถึงตอนนี่คุณก็ทราบแล้วว่าเหรียญ cryptocurrency นั้นมีมูลค่าในตัวของมันเอง แต่มันก็มีหลายคนที่ออกมาวิเคราะห์ว่าราคาของเหรียญ Bitcoin นั้นจะร่วงลงไปถึง 0 บาท และไม่หลงเหลือราคาใด ๆ โดยเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปี 2017 ที่ผ่านมา นาย James Faucette จากธนาคาร Morgan Stanley ได้ออกมาทำนายว่าราคาของ Bitcoin นั้นจะร่วงลงถึง 0 ดอลลาร์ในท้ายสุด

“หากไม่มีใครยอมรับเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อนำไปใช้ในการจ่ายเงิน มูลค่าของมันก็จะกลายเป็น 0″

กล่าวโดยนาย Faucette

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราได้เห็นสกุลเงินมากมายที่มีแนวโน้มว่าราคาจะกลายเป็นเงินที่ไร้ค่า ไม่ว่าจะเป็นเงินมาร์คของเยอรมัน, เงินดอลลาร์ของซิมบับเว และเงินโบลิวาร์ของเวเนซุเอลา ซึ่งแม้ว่า Bitcoin จะเป็นสกุลเงินที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก แต่ก็ไม่มีสกุลเงินไหนที่จะสามารถถูกการันตีได้ว่ามันจะกลายเป็นเงินที่ไร้มูลค่า แต่กระนั้น Bitcoin ก็มีอายุมามากกว่า 10 ปีแล้ว แม้ว่ามันจะถูกแช่งให้ตายมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และสามารถรอดมาได้จากความผันผวนของราคาหลายครั้ง แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองอีกนาน

กฎพื้นฐานของการเงินก็คือ ไม่มีสกุลเงินไหนที่ปลอดภัยแบบ 100%

จริงอยู่ที่ราคาของ Bitcoin นั้นมีความผันผวนมากกว่าสกุลเงินอื่น ๆ ในตลาด แต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะหยั่งรู้อนาคตได้ ว่าชะตากรรมของเหรียญดังกล่าวจะเป็นอย่างไรในอีกไม่กี่ปีที่จะถึง