สรุปข่าว
- Bitcoin ยังคงโชว์ฟอร์มสมราคา “ราชาแห่งคริปโต” ด้วยการยืนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ พร้อมส่วนแบ่งตลาดที่พุ่งทะลุ 60% ดึงดูดเม็ดเงินสถาบันไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง
- Zcash (ZEC) กลายเป็นม้ามืดที่ทำผลงานได้ร้อนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์ด้วยตัวเลขบวกกว่า 71% รับกระแสความต้องการเหรียญสายความเป็นส่วนตัวที่กลับมาเป็นประเด็นร้อนในปี 2026
- เหรียญกลุ่ม Ecosystem และ DEX อย่าง Solana และ Hyperliquid ยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นได้อย่างโดดเด่น สะท้อนภาพรวมตลาดที่เริ่มขยับจากบิตคอยน์เข้าสู่เหรียญ Altcoin ที่มีปัจจัยพื้นฐานชัดเจน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
การที่ดัชนีความนิยมและราคาของเหรียญระดับท็อปส่วนใหญ่ขยับบวกพร้อมกันในรอบ 7 วัน บ่งบอกถึงสภาวะตลาดที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นรอบใหม่ โดยมี Bitcoin เป็นผู้นำสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่งเหนือ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งแรงซื้อที่กระจายไปยังเหรียญสายการเงินและเหรียญเฉพาะทางอย่าง Zcash หรือ Hyperliquid แสดงให้เห็นว่า เม็ดเงินใหม่ไม่ได้หยุดแค่ที่พี่ใหญ่ แต่กำลังมองหาโอกาสในกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
Forbes นิตยสารการเงินระดับโลก ได้เปิดอันดับรายชื่อ 10 คริปโตเคอร์เรนซียอดนิยมประจำสัปดาห์ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากบิตคอยน์สามารถยืนระยะเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง
โดยรายชื่อคริปโตส่วนใหญ่ที่ติดอันดับ ยังคงเป็นกลุ่มเหรียญที่มีมูลค่าตลาดรวมสูงสุด ซึ่งนักลงทุนสถาบันและกองทุนยักษ์ใหญ่ให้ความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกลุ่มเหรียญสายเป็นส่วนตัว และเหรียญจากกระดานเทรดไร้ศูนย์กลาง (DEX Tokens) ที่เริ่มเข้ามาเบียดชิงพื้นที่ในอันดับต้น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ในบทความนี้ มาดูกันว่า 10 เหรียญคริปโตเคอร์เรนซียอดนิยมประจำสัปดาห์นี้ จะมีเหรียญไหนบ้าง
1. Bitcoin (BTC)

ที่มาภาพ : btc-echo
Bitcoin ยังครองความเป็น “ราชาแห่งคริปโต” ด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% โดยถูกมองเป็น “ทองคำดิจิทัล” และสินทรัพย์เก็บมูลค่าในระยะยาว
มูลค่าตลาด: 1.62 ล้านล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +7.12%
ราคาในขณะที่รายงาน : 81,066 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- สภาพคล่องสูง
- นักลงทุนสถาบันยอมรับมากที่สุด
- มีความมั่นคงมากกว่า Altcoin
จุดอ่อน:
- ใช้พลังงานสูง
- ธุรกรรมช้ากว่าเครือข่ายยุคใหม่
2. Ethereum (ETH)

ที่มาภาพ : tokpie
Ethereum คือเครือข่าย Smart Contract ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นรากฐานของ DeFi, NFT และแอปกระจายศูนย์จำนวนมาก
มูลค่าตลาด: 281.2 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +3.82%
ราคาในขณะที่รายงาน : 2,330 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- Ecosystem ใหญ่
- นักพัฒนาใช้งานมากที่สุด
จุดอ่อน:
- ค่าธรรมเนียมแพง
- ยังมีปัญหาเรื่อง Scalability
3. XRP

ที่มาภาพ : happycoin
XRP เป็นเหรียญที่ถูกออกแบบมาเพื่อการโอนเงินข้ามประเทศแบบรวดเร็ว และค่าธรรมเนียมต่ำ โดย Ripple เป็นผู้ผลักดันหลัก
มูลค่าตลาด: 87.24 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +3.33%
ราคาในขณะที่รายงาน : 1.41 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- ใช้งานจริงด้านการเงินได้
- มีพันธมิตรระดับสถาบัน
จุดอ่อน:
- ถูกมองว่ามีความรวมศูนย์สูง
- Ripple ถือเหรียญ XRP จำนวนมาก
4. BNB

ที่มาภาพ : news.bitcoin
BNB คือเหรียญหลักของเว็บเทรดคริปโต Binance ที่สามารถใช้ทั้งลดค่าธรรมเนียมและรันแอปบน BNB Chain ได้
มูลค่าตลาด: 87.13 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +4.96%
ราคาในขณะที่รายงาน : 646 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- Ecosystem ใหญ่มาก
- มีการเผาเหรียญอย่างต่อเนื่อง
จุดอ่อน:
- พึ่งพาความสำเร็จของ Binance สูง
- มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
5. Solana (SOL)

ที่มาภาพ : capital
Solana มีความโดดเด่นเรื่องความเร็ว และค่าธรรมเนียมต่ำ จนถูกมองเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ Ethereum
มูลค่าตลาด: 51.1 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +7.15%
ราคาในขณะที่รายงาน : 88.56ดอลลาร์

จุดเด่น:
- เร็วมาก
- DeFi และเหรียญเติบโตแรง
จุดอ่อน:
- ระบบเคยล่มหลายครั้ง
- มีข้อกังวลเรื่องความกระจายศูนย์
6. TRON (TRX)

ที่มาภาพ : avronline
TRON เน้นธุรกรรมต้นทุนต่ำ และถูกใช้งานอย่างมากในตลาด Stablecoin
มูลค่าตลาด: 32.67 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +6.23 %
ราคาในขณะที่รายงาน : 0.34 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- ค่าธรรมเนียมถูก
- ใช้งานจริงสูง
จุดอ่อน:
- ประเด็นด้านกฎระเบียบของ Justin Sun
- Use Case สถาบันยังน้อย
7. Hyperliquid (HYPE)

ที่มาภาพ : mexc
DEX สายอนุพันธ์ที่กำลังมาแรงที่สุดในปี 2026 หลายคนมองว่าอาจกลายเป็นอนาคตของ On-chain Futures
มูลค่าตลาด: 10.93 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +8.5 %
ราคาในขณะที่รายงาน : 42.86 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- เทรดได้เร็ว
- ถูกใจสาย Futures
จุดอ่อน:
- Ecosystem ยังใหม่
- มีความเสี่ยงด้านกฎหมายอนุพันธ์
8. Cardano (ADA)

ที่มาภาพ : crypto. com
Cardano เน้นการพัฒนาแบบวิชาการ และประหยัดพลังงาน เป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนรุ่นใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุดจุดอ่อนของรุ่นพี่อย่าง Bitcoin และ Ethereum โดย Cardano เป็นเจ้าแรกๆ ที่ริเริ่มใช้ระบบ Proof-of-Stake เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน (ไม่กินไฟเหมือนขุดบิทคอยน์) แถมยังรองรับพวก Smart Contracts และแอปฯ กระจายศูนย์ (DApps) เหมือนกับ Ethereum อีกด้วย ส่วนเหรียญหลักของเขาก็คือ ADA นั่นเอง
มูลค่าตลาด: 9.63 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +8.13 %
ราคาในขณะที่รายงาน: 0.2662 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- ใช้พลังงานต่ำ
- โฟกัส Use Case จริง
จุดอ่อน:
- พัฒนาช้า
- DApp ยังน้อยกว่า Ethereum
9. UNUS SED LEO (LEO)

ที่มาภาพ : medium
LEO คือ Utility Token ของ Bitfinex ใช้สำหรับลดค่าธรรมเนียมและรับสิทธิพิเศษบนแพลตฟอร์ม
มูลค่าตลาด: 9.52 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: -0.25 %
ราคาในขณะที่รายงาน: 10.34 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- โมเดลเผาเหรียญแข็งแรง
- มีประโยชน์จริงในระบบ
จุดอ่อน:
- Use Case จำกัด อยู่ใน Ecosystem เดียว
10. Zcash (ZEC)

ที่มาภาพ : bitget
Zcash กลายเป็นดาวเด่นประจำสัปดาห์ หลังราคาเหรียญพุ่งแรงจากกระแสเหรียญ Privacy Coin
มูลค่าตลาด: 9.03 พันล้านดอลลาร์
ราคาเปลี่ยนแปลงใน 7 วัน: +62.86 %
ราคาในขณะที่รายงาน: 542 ดอลลาร์

จุดเด่น:
- เน้นความเป็นส่วนตัว
- จำนวนเหรียญจำกัดเหมือน Bitcoin
จุดอ่อน:
- การใช้งานยังไม่แพร่หลาย
- ความผันผวนสูง
ตลาดตอนนี้เริ่มเห็นเม็ดเงินลงทุนไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง โดยเฉพาะ Bitcoin และเหรียญสาย Privacy ที่เริ่มกลับมาได้รับความสนใจ หลังประเด็นเรื่องการติดตามธุรกรรมและความเป็นส่วนตัวกลายเป็นหัวข้อใหญ่ของวงการคริปโตในปี 2026 นี้
ที่มา : forbes
คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
มุมมองผู้เขียน : ลิสต์ 10 อันดับของ Forbes รอบนี้สะท้อน “วุฒิภาวะ” ของตลาดได้ดีมาก เราไม่ได้เห็นเหรียญมีมพุ่งเอาเป็นเอาตาย แต่เราเห็นเหรียญที่มี Use Case ชัดเจนอย่าง Hyperliquid หรือ Zcash ได้รับความนิยมมากขึ้น

