สรุปข่าว
- ตลาดโภคภัณฑ์โทเคนเติบโตแตะ 7.7 พันล้านดอลลาร์ นำโดย Tether Gold และ Paxos Gold รับดีมานด์สินทรัพย์ปลอดภัย
- นักลงทุนแห่เทรดทองคำและโลหะเงินบนเชนเพราะซื้อขายได้ 24 ชั่วโมง ยืดหยุ่นกว่าตลาดดั้งเดิม
- กระดานเทรดคริปโตอย่าง Binance กินรวบวอลลุ่มฟิวเจอร์สสินทรัพย์ TradFi กว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ กลายเป็นฮับการเงินใหม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
การเติบโตของตลาด Tokenized Assets เป็นเครื่องยืนยันว่า Blockchain มี Use Case ที่จับต้องได้จริงและเป็นที่ต้องการของตลาดทุนโลก เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในระบบนี้จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพและสภาพคล่องให้กับตลาดคริปโตในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มเหรียญ RWA และ Exchange Tokens ที่จะได้รับอานิสงส์โดยตรง
กระแสการลงทุนในสินทรัพย์โลกจริงบนบล็อกเชนหรือ RWA กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ ล่าสุดตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลมีมูลค่าพุ่งแตะระดับ 7.7 พันล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย สาเหตุหลักมาจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและโลหะเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แต่นักลงทุนยุคใหม่ต้องการความยืดหยุ่นที่มากกว่าตลาดดั้งเดิม คือต้องซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด

ข้อมูลจาก RWA.xyz ระบุว่าในเดือนที่ผ่านมา มูลค่าตลาดรวมของภาคส่วนนี้เติบโตขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 7.69 พันล้านดอลลาร์ โดยมีจำนวนผู้ถือครองเพิ่มขึ้นเกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ เป็น 189,390 ราย ผู้นำตลาดที่กินส่วนแบ่งก้อนใหญ่ที่สุดคือ Tether Gold หรือ XAUT ที่มีมูลค่าสินทรัพย์บนเชนกว่า 2.96 พันล้านดอลลาร์ ตามมาติดๆ ด้วย Paxos Gold หรือ PAXG ที่ 2.56 พันล้านดอลลาร์
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ในโลกจริงกำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมในตลาดคริปโตมากขึ้นเรื่อยๆ การแปลงทองคำหรือโลหะเงินให้อยู่ในรูปแบบโทเคนช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์เหล่านี้ได้ง่ายขึ้นผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สามารถโอนย้ายและซื้อขายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเวลาตลาดเปิดปิดเหมือนสมัยก่อน

นอกจากนี้ กระดานเทรดคริปโตกำลังกลายสภาพเป็นสถานที่ซื้อขายสินทรัพย์ดั้งเดิมแห่งใหม่ ข้อมูลจาก CryptoQuant เผยว่ากิจกรรมการเทรดตราสารอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาโภคภัณฑ์บนกระดานเทรดคริปโตพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองคำและเงินมีการเคลื่อนไหวรุนแรง Julio Moreno หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant ชี้ว่าปริมาณการซื้อขายรายวันกระจุกตัวอยู่ในสัญญาทองคำและเงินเป็นหลัก
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Binance ที่เพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์เทรดฟิวเจอร์สสำหรับสินทรัพย์ TradFi เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้กวาดวอลลุ่มสะสมไปแล้วกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ จากการเทรดกว่า 90 ล้านครั้ง ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความกังวลเรื่องกำแพงภาษี อัตราดอกเบี้ย และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่สูงขึ้น ทำให้นักลงทุนมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการบริหารความเสี่ยงพอร์ตลงทุนของตนเอง
ที่มา: cointelegraph
เทรนด์นี้ชัดเจนมากว่าโลกการเงินเก่ากำลังถูกกลืนกินทีละนิด การที่คนเลือกมาเทรดทองบน Binance หรือเก็บ Tether Gold แทนที่จะไปซื้อทองกระดาษหรือทองแท่งเก็บไว้ที่บ้าน มันบอกอะไรได้หลายอย่าง ความสะดวกและความเร็วคือพระเจ้าในโลกการลงทุนยุคนี้ ใครที่ยังมองว่าคริปโตเป็นเรื่องไกลตัวอาจจะต้องคิดใหม่ เพราะตอนนี้มันกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของการเงินโลกไปแล้ว เตรียมพอร์ต RWA ไว้บ้างก็ไม่เสียหาย

