สรุปข่าว
- กองทุน Bitcoin ETF ต้องเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกอย่างหนักตลอดสองเดือนที่ผ่านมาจนทำให้สูญเสียเม็ดเงินไปแล้วกว่าหนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม CryptoQuant ชี้ชัดว่ามีการถอนบิตคอยน์ออกจากกองทุนไปแล้วถึงหนึ่งแสนเหรียญซึ่งถือเป็นการหดตัวครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
- กระแสความสนใจของนักลงทุนสถาบันลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเปิดตัวโดยปัจจุบันมีการเทขายสินทรัพย์ออกมาอย่างต่อเนื่องแทบจะทุกวัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากสภาวะเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างมหาศาลสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่หดหายไปของกลุ่มนักลงทุนสถาบันซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันในฝั่งขาลงให้กับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
สถานการณ์ของกองทุน Bitcoin ETF ในปัจจุบันกำลังตกอยู่ในสภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก หลังจากต้องเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักหน่วงติดต่อกันถึงสองเดือนเต็ม ภาพที่เห็นในตอนนี้คือนักลงทุนสถาบันต่างพากันดึงเงินทุนกลับเข้ากระเป๋าแทนที่จะถือครองสินทรัพย์ต่อไป
ข้อมูลล่าสุดจาก CryptoQuant ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนชื่อดังได้ออกมายืนยันถึงสถานการณ์นี้ โดยระบุว่ายอดการถอนบิตคอยน์ออกจากกองทุน ETF ได้พุ่งทะลุหนึ่งแสนเหรียญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การที่เม็ดเงินมหาศาลกว่าหนึ่งหมื่นหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐต้องหายไปจากระบบถือเป็นสถิติการดิ่งลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการเปิดตัวกองทุนอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปี 2024
เหตุการณ์นี้ถือว่าพลิกความคาดหมายของหลายฝ่ายอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ Bitcoin ETF เคยถูกมองว่าเป็นความหวังครั้งใหญ่ที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากโลกการเงินยุคเก่าเข้ามา และเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คริปโตเคอร์เรนซีได้รับการยอมรับในวงกว้าง แต่ภาพความสำเร็จที่เคยดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลในช่วงแรกกลับเริ่มจางหายไป
ปัจจุบันโมเมนตัมการเติบโตได้ชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนเริ่มแสดงท่าทีระมัดระวังตัวมากขึ้นและเลือกที่จะรอดูสถานการณ์อยู่รอบนอกแทน สถิติการเทขายที่ดำเนินติดต่อกันยาวนานที่สุดนี้เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ ที่จะมาช่วยดึงดูดใจให้นักลงทุนสถาบันกลับมาซื้อสะสมอีกครั้ง
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าปรากฏการณ์ที่เงินทุนไหลออกทะลุแสนเหรียญในครั้งนี้คือสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงของการปรับฐานความคาดหวังอย่างแท้จริง การที่กองทุน ETF เคยเป็นตัวเร่งให้ราคาพุ่งทะยานในช่วงแรกนั้นอาจเป็นเพียงความตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักลงทุนสถาบันจะเริ่มประเมินความเสี่ยงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจรอบตัวมากขึ้น
การที่เม็ดเงินระดับหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐถูกเทขายออกมาสะท้อนให้เห็นว่าในสายตาของนักลงทุนสถาบัน สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่สินทรัพย์เสี่ยงสูงที่พร้อมจะถูกเทขายทิ้งเป็นอันดับแรกเมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
หากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางของเศรษฐกิจโลก โอกาสที่เม็ดเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้จะไหลกลับเข้ามาในระยะเวลาอันสั้นก็คงเป็นไปได้ยาก ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีจึงอาจจะต้องเตรียมรับมือกับช่วงเวลาซบเซาที่กินเวลายาวนานกว่าที่หลายคนคาดคิดไว้

