สรุปข่าว
- รัสเซียเตรียมขยายมาตรการห้ามทำเหมืองคริปโตในกรุงมอสโก, เขตมอสโกและบางพื้นที่ของแคว้นเคิร์สก์ ไปจนถึงสิ้นปี 2032
- รัฐบาลให้เหตุผลว่าศูนย์ข้อมูลและเหมืองคริปโตกำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้า และอาจก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานในอนาคต
- แม้จะเป็นประเทศที่รับรองการทำเหมือง Bitcoin อย่างถูกกฎหมาย แต่รัสเซียยังคงเลือกจำกัดพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านพลังงาน พร้อมผลักดันให้เหมืองย้ายไปยังภูมิภาคที่มีไฟฟ้าเหลือใช้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Neutral
แม้ข่าวนี้อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเหมืองในรัสเซีย แต่ผลกระทบต่อเครือข่าย Bitcoin อาจไม่เกิดขึ้นเนื่องจากกำลังขุดสามารถย้ายฐานไปยังประเทศหรือภูมิภาคอื่นได้ อีกทั้งตลาดเคยผ่านเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้ว เช่น การแบนเหมืองขุดในจีนในปี 2021
รัสเซียเตรียมขยายเวลาสั่งแบนเหมืองขุดไปจนถึงปี 2032
รัฐบาลรัสเซียเตรียมขยายมาตรการจำกัดการทำเหมืองคริปโต โดยเสนอห้ามการขุดสินทรัพย์ดิจิทัลในกรุงมอสโก, เขตมอสโกและบางพื้นที่ของแคว้นเคิร์สก์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2032 เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนกำลังผลิตไฟฟ้าในอนาคต
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งการดำเนินกิจการเหมืองคริปโตและการทำ Mining Pool โดยรัฐบาลระบุว่าหากไม่มีข้อจำกัดดังกล่าว การขยายตัวของเหมืองที่ใช้พลังงานสูงอาจสร้างภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่เมืองหลวงอย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาพลังงานยังเป็นโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมเหมืองคริปโต
ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานรัสเซียระบุว่า ปัจจุบันเหมืองคริปโตในภูมิภาคมอสโกใช้กำลังไฟฟ้ารวมราว 1 กิกะวัตต์ขณะที่ศูนย์ข้อมูล ในภูมิภาคอาจเพิ่มกำลังใช้ไฟเป็น 3.6 กิกะวัตต์ภายในปี 2032 หรือคิดเป็นประมาณ 17% ของโหลดไฟฟ้าสูงสุดของพื้นที่ หากไม่มีมาตรการควบคุม
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลเลือกขยายการแบน แม้ว่ารัสเซียจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ออกกฎหมายรับรองการทำเหมืองคริปโตตั้งแต่ปี 2024 และอนุญาตให้ใช้คริปโตในบางธุรกรรมระหว่างประเทศแล้วก็ตาม
รัสเซียยังไม่แบนทั้งประเทศ แต่เลือกจำกัดเฉพาะพื้นที่เสี่ยง
ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้สั่งห้ามการทำเหมืองในหลายภูมิภาค เช่น ดาเกสถาน, เชชเนีย, อินกูเชเตียและบางพื้นที่ในไซบีเรีย เพื่อบรรเทาปัญหาไฟฟ้าขาดแคลน โดยบางพื้นที่ใช้มาตรการห้ามเฉพาะช่วงฤดูหนาว ส่วนบางแห่งถูกสั่งห้ามแบบถาวรจนถึงปี 2031
แนวทางล่าสุดสะท้อนว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการยุติอุตสาหกรรมเหมืองคริปโตทั้งหมด แต่ต้องการกระจายกิจกรรมการขุดไปยังภูมิภาคที่มีไฟฟ้าส่วนเกินและต้นทุนพลังงานต่ำแทน
รัสเซียกำลังเดินหน้าขยายมาตรการจำกัดการทำเหมืองคริปโตในพื้นที่มอสโกจนถึงปี 2032 โดยให้เหตุผลด้านเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า แม้จะยังสนับสนุนการทำเหมืองในระดับประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย แต่รัฐบาลเลือกใช้แนวทางควบคุมเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านพลังงานสูง
ข่าวนี้อาจสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการเหมืองในรัสเซียระยะสั้น แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อ Bitcoin ในภาพรวมมากนัก เพราะเครือข่ายมีการกระจายตัวสูง และผู้ประกอบการสามารถย้ายกำลังขุดไปยังพื้นที่ที่มีต้นทุนพลังงานเหมาะสมกว่าได้ ซึ่งสุดท้ายอาจเป็นเพียงการ “ย้าย Hashrate” มากกว่าการหายไปของ Hashrate
ที่มา : Interfax, РИА Новости, Cointelegraph

