<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ซื้อ Bitcoin และเหรียญ Altcoin ในไทยได้ที่ไหน และมีวิธีเลือกผู้ให้บริการอย่างไร

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ปัจจุบันความนิยมและอิทธิพลของ Bitcoin รวมถึงเหรียญ Cryptocurrency อื่นๆได้แผ่ขยายปกคลุมไปในทุกๆประเทศทั่วโลก โดยการปรับตัวใช้เจ้าเหรียญที่มีเทคโนโลยี Blockchain หรือ distributed ledger ดังกล่าวเป็นตัวหนุนหลังนี้เพื่อนำมันไปเป็นช่องทางการซื้อขายสินค้าในชีวิตประจำวันอย่างเช่นตั๋วเครื่องบิน, แฮมเบอร์เกอร์, และอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นที่ออกมาประกาศทำให้ Bitcoin ถูกกฎหมาย และยกเลิกภาษีผู้บริโภค 8% ในเวลาต่อมา ซึ่งนั่นก็ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยของเราเช่นกัน อย่างเช่นเมื่อไม่นานมานี้มีร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังร้านหนึ่งแถวสยามก็ออกมาประกาศรับ Bitcoin เป็นช่องทางในการชำระเงินค่าก๋วยเตี๋ยวแล้ว

ด้วยความนิยมดังกล่าวนี้ส่งผลให้ชาวไทยหลายๆคนที่ตื่นตัวกับการพุ่งของราคา Bitcoin และเหรียญ altcoin ตัวอื่นๆ แต่ก็ไม่เคยเข้ามาทำความรู้จักของพวกนี้มาก่อนตั้งคำถามว่าจะไปซื้อ Bitcoin หรือ Altcoin (เหรียญดิจิตอลอื่นๆทุกเหรียญที่ไม่ใช่ Bitcoin เช่น Litecoin, Ethereum, Zcash, OmiseGO และอื่นๆ) ได้ที่เว็บซื้อขายที่ไหน, ที่ไหนปลอดภัยและน่าเชื่อถือ, ทำไมบางเว็บถึงมีการทำ KYC ที่ซับซ้อนและยุ่งยาก, ทำไมเว็บในไทยบางเว็บไม่มีเหรียญที่ผม/ฉันต้องการ และจะไปซื้อได้จากที่ไหน ซึ่งวันนี้ทางสยามบล็อกเชนได้รวบรวมคำถามเหล่านี้จากทางผู้อ่านหลายๆท่านที่รีเควสเข้ามา เพื่อมาทำเป็นบทความให้อ่านง่ายๆครับ

ประเภทของเว็บแลกเปลี่ยน

ก่อนอื่นเลย เราต้องมาทำความรู้จักประเภทของเว็บผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนกันก่อน ปัจจุบันเว็บซื้อขาย Bitcoin นั้นจะถูกจำแนกออกเป็น 3 แบบหลักๆด้วยกัน นั่นก็คือกระดานซื้อขาย, เว็บแลกเปลี่ยนกับเจ้าของโดยตรง และเว็บแลกเปลี่ยนแบบ P2P ซึ่งเว็บแลกเปลี่ยนเหล่านี้ก็จะมีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันไป

I. กระดานซื้อขาย หรือเว็บเทรด (Spot exchange)

กระดานซื้อขายนั้นหากจะอธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆก็เหมือนกับตลาดหุ้นในสมัยโบราณที่ใครๆก็จะเข้ามาซื้อขายกันได้อย่างอิสระ กล่าวคือคุณสามารถที่จะเดินเข้ามาในตลาดและขอประกาศซื้อหรือ Bitcoin ในราคาที่คุณต้องการ โดยการซื้อขายนั้นจะเกิดขึ้นกับสมาชิกคนอื่นๆทั่วไปๆที่เข้ามาใช้บริการ ดังนั้นราคาที่คุณประกาศหรือตั้งซื้อขายนั้นก็จะถูกเข้ามา fill (ซื้อหรือขายให้โดยคนอื่นๆ) ถ้าหากคุณตั้งขาย Bitcoin ราคาแพงกว่าราคาตลาดปัจจุบันที่พวกเขาขายกันอยู่ ออเดอร์ของคุณจะถูกเมินในทันที เพราะทุกๆคนจะหันไปให้ความสนใจผู้ที่ให้ราคาถูกที่สุด และก็จะเป็นในลักษณะเดียวกันกับการตั้งประกาศรับซื้อ Bitcoin ถ้าคุณตั้งรับถูกเกินไป ผู้คนก็จะไม่สนใจคุณเช่นกัน เพราะใครๆก็ต้องการราคาที่ดีที่สุด ไม่เว้นแม้แต่คุณ

ข่าวดีก็คือ ปัจจุบันเทคโนโลยีนั้นช่วยอำนวยความสะดวกให้กับตลาดกระดานซื้อขายอย่างมาก ทำให้คำถามที่ว่าจะ “ซื้อ Bitcoin เว็บไหน” เป็นคำถามหลักๆ แทนที่จะถามว่า “จะซื้อ Bitcoin ที่ร้านไหน” เสียอีก กล่าวคือด้วยความที่ Bitcoin นั้นทำงานอยู่บนเทคโนโลยี decentralized นั้น ทำให้ใครๆก็สามารถที่จะโอนหรือส่ง Bitcoin หากันได้ทั่วโลกแบบไม่มีข้อจำกัด นั่นหมายความว่า คุณสามารถที่จะเดินเข้าไปในตลาดกระดานซื้อขายได้ในขณะที่คุณยังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

ข้อดีของเว็บกระดานแลกเปลี่ยนจะมีดังนี้

  1. สภาพคล่องสูงที่สุดในบรรดาประเภทเว็บแลกเปลี่ยนทั้งหมด – เนื่องจากเป็นตลาดโดยรวมที่ใครๆก็เดินเข้ามาทำการซื้อขายกัน ไม่ต่างจากตลาดหุ้น
  2. ราคาที่ถูกลง – เมื่อสภาพคล่องสูงแล้ว ราคาก็ถูกลง เนื่องจากการที่หลายๆคนทำการแย่งกันซื้อขายนั้น ส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางตลาด แย่งกันตั้ง order ตัดราคากันเพราะต้องการให้มีการ fill order นั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
  3. ตัวเลือกหลากหลาย – ด้วยความที่มีสภาพคล่องสูงนั้น ส่งผลให้ทางเว็บสามารถลิสเหรียญ altcoin ตัวอื่นๆมาให้ผู้ใช้งานได้ทำการซื้อขายได้ด้วย

ทว่าข้อเสียของกระดานแลกเปลี่ยนจะมีดังนี้

  1. ความผันผวนของราคาที่สูง – โวลลุ่มที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความผันผวนของราคาที่ใหญ่ยิ่ง และด้วยธรรมชาติของเหรียญ cryptocurrency ที่สามารถโอนหากันทั่วโลกได้ ส่งผลให้ราคาของเหรียญคริปโตบนกระดานแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูงกว่าเว็บซื้อขายประเภทอื่นๆ
  2. ความล่าช้าในการฝากและโอน – เนื่องจากการที่ผู้ให้บริการนั้นให้บริการแค่สถานที่ๆใช้ในการแลกเปลี่ยนไม่ได้ขึ้นกับลูกค้าโดยตรง การถอนเงินจากเว็บกระดานแลกเปลี่ยนจึงมีความล่าช้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาตั้งแต่ เป็นระดับชั่วโมงจนถึงหนึ่งวัน แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทั้งสองผู้ให้บริการด้าน spot exchange ในไทยทั้งสองเจ้าก็มีการแก้ไขปัญหาความล่าช้าตรงส่วนนี้แล้ว จึงทำให้ผู้ใช้งานในไทยสามารถตัดปัญหาข้อนี้ออกไปได้ ทว่าเว็บผู้ให้บริการนอกไทยนั้นอาจจะประสบปัญหาดังกล่าวอยู่
  3. ตกเป็นเป้าของนักแฮคมากกว่า – ในอดีตนั้นมีเว็บเทรดหลายๆเว็บที่ตกเป็นเป้าโจมตีของนักแฮค อันเนื่องมาจากมีสภาพคล่องและมูลค่าการซื้อขายต่อวันที่มหาศาล จึงเป็นที่ต้องตาต้องใจนักแฮคมากกว่าเว็บซื้อขาย Bitcoin หรือ altcoin ประเภทอื่นๆ

ผู้ให้บริการกระดานซื้อขายในประเทศไทย

ปัจจุบันผู้ให้บริการเว็บกระดานซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin และเหรียญ cryptocurrency อื่นๆในประเทศไทยนั้นมีอยู่หลายที่คือ

  • Bitkub – เว็บกระดานแลกเปลี่ยนสัญชาติไทย ก่อตั้งบนความร่วมมือของอดีต CEO ของ Garena และอดีตผู้บริหาร Goldman Sachs
  • Satang Pro – เว็บกระดานแลกเปลี่ยนสัญชาติไทย เป็นรายที่สองของประเทศไทย ก่อตั้งโดยผู้สร้างเหรียญ ZCoin
กระดานแลกเปลี่ยน Bitcoin บนเว็บ Bx

II. เว็บแลกเปลี่ยนกับเจ้าของโดยตรง (Broker)

เว็บ Broker คือการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับเจ้าของเว็บโดยตรง ซึ่งต่างกับผู้ให้บริการกระดานแลกเปลี่ยนตรงที่พวกเขาเป็นแค่ผู้ให้บริการสถานที่ แต่จะไม่ลงมาซื้อขายกับลูกค้า ในปัจจุบันบริการประเภทนี้ถูกสร้างออกมามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการจะซื้อหรือขาย Bitcoin อย่างรวดเร็วแบบไม่ต้องการความยุ่งยาก กล่าวคือการซื้อขายกับผู้ให้บริการในลักษณะนี้ไม่ต่างกับการกำเงินสดเดินเข้าไปในร้านแลกเปลี่ยนของเขา และเดินออกมาพร้อมกับ Bitcoin ที่คุณซื้อ โดยขั้นตอนทั้งหมดจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และสะดวกในแบบที่กระดานแลกเปลี่ยนก็ทำไม่ได้

ข้อดีของเว็บแลกเปลี่ยนกับเจ้าของโดยตรงจะมีดังนี้

  1. ความสะดวกและรวดเร็ว – เนื่องด้วยลักษณะธุรกิจเป็นแบบ Business to customer (B2C) การซื้อขายจะถูกทำบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการ กล่าวคือลูกค้าโอนเงินเข้าไปซื้อ และถอนออกมาเป็น Bitcoin ในระยะเวลาระดับนาที ผู้ให้บริการบางบริษัทถึงกับทำแอพมือถือที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นกระเป๋าเงินและ Bitcoin อยู่ในตัวเดียวกัน สร้างความสะดวกและรวดเร็วในการใช้งานมากขึ้นไปอีก
  2. ความผันผวนของราคาที่ต่ำกว่า – ในเว็บผู้ให้บริการบางเว็บจะมีการอัพเดตราคาล่าสุดที่ช้ากว่ากระดานซื้อขายแบบ Real-time ทำให้โอกาสการผันผวนของราคานั้นน้อยกว่า และปลอดภัยในการเข้าซื้อมากกว่า
  3. ระบบ Customer support ที่ดีกว่า – อีกหนึ่งข้อดีของโมเดลธุรกิจแบบ B2C ก็คือการโฟกัสการให้บริการกับลูกค้าโดยตรง นั่นหมายความว่าปัญหาทุกอย่างจะสามารถถูกแก้ไขได้โดยทีม customer support ของผู้ให้บริการชนิดนี้ อีกทั้งยังมีความรวดเร็วกว่าด้วย ส่วนใหญ่ทีม customer support ของผู้ให้บริการชนิดนี้จะไม่เน้นเปิด ticket หรือส่ง email แต่จะเป็นการแชทกับทีมโดยตรงเพื่อความเร็วและเข้าถึง

ข้อเสียของเว็บแลกเปลี่ยนกับเจ้าของโดยตรงจะมีดังนี้

  1. Spread ที่สูงและแพงหูฉี่ – แน่นอน บริการที่เร็วและดีก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายตามมา ปัจจุบันผู้ให้บริการทางด้านนี้จะอยู่ได้ด้วยการถ่าง spread หรือการกินกำไรด้วยการตั้งเรทราคาซื้อขายให้แพงกว่าตลาดโลกและกระดานซื้อขายส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเช่นกระดานซื้อขายมีการตั้งขาย Bitcoin อยู่ที่ 2000 บาทต่อ 1 ​BTC ทางเว็บผู้ให้บริการซื้อขายเหล่านี้ก็อาจจะมีการกินกำไรด้วยการตั้งเรทขายอยู่ที่ 3000 บาทต่อ 1 BTC และกลับกันในกรณีซื้อ เช่น ถ้าหากกระดานซื้อขายมีการตั้งรับซื้อ Bitcoin อยู่ที่ 1900 บาทต่อ 1 ​BTC ทางทางเว็บผู้ให้บริการซื้อขายเหล่านี้ก็อาจจะมีการกินกำไรด้วยการตั้งเรทรับซื้ออยู่ที่ 1000 บาทต่อ 1 BTC ขึ้นอยู่กับเว็บแต่ละเว็บ
  2. สภาพคล่องต่ำ – การมีสภาพคล่องของตลาดที่ต่ำนั้นจะเป็นตัวที่บ่งบอกราคา spread บนตลาดนั้นๆอย่างดี ยิ่งสภาพคล่องต่ำ spread ก็ยิ่งถ่างมาก ซึ่งกรณีนี้ก็มักจะเป็นส่วนใหญ่ และเรื่องธรรมดาของเว็บแลกเปลี่ยนชนิดนี้
  3. ไม่รองรับเหรียญ cryptocurrency หลายๆประเภท – แน่นอน เมื่อสภาพคล่องที่ต่ำกว่าเว็บกระดานเทรด ส่งผลให้การ reserve หรือเก็บเหรียญ altcoin อื่นๆไว้รอให้บริการลูกค้านั้นมีความเสี่ยงทางด้านการผันผวนราคาตลาดสูง วิธีแก้ที่ดีที่สุดก็คือการไม่รองรอบเหรียญพวกนี้เสีย โดยเว็บแลกเปลี่ยนกับเจ้าของส่วนใหญ่จะมีเหรียญให้แลกเปลี่ยนเพียงแค่เหรียญเดียวเท่านั้น ก็คือ Bitcoin

ผู้ให้บริการเว็บแลกเปลี่ยนกับเจ้าของโดยตรงในประเทศไทย

ปัจจุบันเว็บผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนโดยตรงกับเจ้าของชนิดนี้ที่จดทะเบียนบริษัทถูกต้องตามกฎหมายมีอยู่สองเจ้าก็คือ

  • Coins.co.th – รายแรกของผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนในไทยสัญชาติต่างประเทศ
  • Satang – เว็บผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสัญชาติไทยอีกรายที่เปิดให้บริการมานานพอสมควร เจ้าของคือผู้ที่สร้าง Zcoin หรือคุณปรมินทร์ อินโสม

III. เว็บแลกเปลี่ยนแบบ P2P (P2P Exchange)

เว็บแลกเปลี่ยนประเภทนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่ๆได้รับความนิยมน้อยสุดในปัจจุบัน อ้างอิงจากผลสำรวจของสยามบล็อกเชนที่เคยทำไว้เมื่อกลาวเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หากจะอธิบายแบบง่ายๆนั้น มันคือเว็บ “ขายดีดอทคอมสำหรับแลกเปลี่ยน Bitcoin” ถูกต้องแล้วครับ ผู้ใช้งานสามารถที่จะโพสประกาศซื้อหรือขาย Bitcoin ได้ด้วยตัวเองผ่านแพลทฟอร์มดังกล่าว และยังสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะส่ง Bitcoin ผ่านระบบ escrow ของระบบ หรือจะนัดเจอกันและทำการแลกเปลี่ยนแบบตัวต่อตัวกับคู่ค้า เพื่อให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ดั้งเดิมที่ Satoshi Nakamoto คิดขึ้นมา นั่นก็คือการแลกเปลี่ยนแบบ P2P

ข้อดีของแลกเปลี่ยนแบบ P2P จะมีดังนี้

  1. ปลอดภัย 100% – คุณเจอประกาศตั้งขาย Bitcoin บนเว็บ และตัดสินใจกดเข้าไปเพื่อต้องการซื้อ เจ้าของประกาศขายบอกคุณให้โอนเงินเข้าบัญชีนี้ และเขาจะทำการ release (ปลดปล่อย) Bitcoin ให้กับคุณผ่านระบบ escrow (ระบบที่จะกัก Bitcoin ไว้บนบัญชีกลางของเว็บ เพื่อป้องกันการโกง) ถ้าคุณโกง ไม่โอนเงินไป Bitcoin ก็จะไม่ถูกส่ง หรือถ้าคนขายโกงได้รับเงินแล้วแต่ไม่ยอมส่ง Bitcoin ระบบก็จะทำการตรวจสอบ และถ้าหากว่าได้รับจริงแล้วนั้น Bitcoin ก็จะถูกโอนไปยังผู้ซื้อในท้ายสุด หรือถ้าหากคุณไม่ไว้ใจระบบ คุณก็สามารถที่จะนัดเจอกับผู้ซื้อหรือผู้ขายแบบตัวต่อตัวเพื่อทำการแลกเปลี่ยนแบบยื่นหมูยื่นแมวได้อีกด้วย
  2. มีให้หาได้ในทุกๆที่ – ในเว็บผู้ให้บริการประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีระบบ geolocation ที่สามารถตรวจสอบตลาดตามสถานที่ต่างๆบนโลกนี้ได้ จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางที่เดินทางไปตามประเทศอื่นๆทั่วโลก และยังต้องการหาซื้อ Bitcoin จากผู้ขายในประเทศนั้นๆผ่านระบบช่วยตรวจหาผู้ซื้อขายทั่วโลกของเว็บ
  3. ไม่ต้องการการยืนยันตัวตนที่ซับซ้อน – อาจถือเป็นข้อดีสำหรับบางคน เว็บประเภทนี้อาจจะไม่มี layer ความปลอดภัยในการยืนยันตัวตนที่แน่นหนาเหมือนกับเว็บซื้อขายประเภทอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางที่ชอบเดินทางบ่อยๆ และต้องการความรวดเร็วในการเข้าถึง Bitcoin

ข้อเสียของเว็บแลกเปลี่ยนแบบ P2P จะมีดังนี้

  1. Spread ที่สูงและแพงหูฉี่ – และก็อีกเช่นกัน ผู้ขายรายบุคคลนั้นมีสภาพคล่องที่ต่ำ ดังนั้น spread การซื้อขายจึงสูงกว่าในตลาดกระดานแลกเปลี่ยน และบางครั้งอาจสูงกว่าเว็บซื้อขายกับเจ้าของโดยตรงด้วย
  2. ตั้งซื้อขายเองใช้เวลานานกว่าจะมีคนมาซื้อ – ไม่ต่างกับการตั้งซื้อขายบนเว็บขายของมือสอง การที่คุณเพื่งจะสมัครสมาชิกใหม่แล้วจะไปเปิดซื้อขายในทันทีนั้น โอกาสที่จะมีคนเข้ามาซื้อหรือขายกับคุณทันทีนั้นเป็นไปด้วยความยากมาก หรือบางครั้งอาจจะไม่มีเลย
  3. ไม่ต้องการการยืนยันตัวตนที่ซับซ้อน – และก็อาจจะถือเป็นข้อเสียสำหรับบางคนเช่นกัน เช่นรัฐบาล เนื่องด้วยมันไม่ต้องการการยืนยันตัวตนที่ซับซ้อน จึงอาจจะทำให้มีโอกาสอาชญากรรมทางด้านการเงินอย่างเช่นการฟอกเงินสูงกว่า

ผู้ให้บริการเว็บแลกเปลี่ยนแบบ P2P ในประเทศไทย

ปัจจุบันนั้นถือว่าไม่มี ทว่าเว็บ Pooldax ที่เป็นอันดับหนึ่งในผู้ให้บริการเว็บซื้อขาย Bitcoin แบบ P2P นั้นมีระบบ Global market หรือตลาดแลกเปลี่ยนเพื่อให้คนสามารถจับคู่ซื้อขายกันเองนั้นรองรับประเทศไทยด้วย ทว่าผู้ใช้งานควรที่จะใช้ด้วยความระมัดระวัง

กระดานซื้อขายบน Pooldax

วิธีการเลือกใช้งานเว็บเทรด

สำหรับวิธีการเลือกใช้เว็บเทรดนั้นมีวิธีการวิเคราะห์ในหลายๆด้าน บางคนก็เลือกดูที่โวลลุ่มการซื้อขายของเว็บนั้น, บางคนก็เลือกดูที่ความน่าเชื่อถือ, บางคนก็ดูที่เจ้าของว่าประวัติความเป็นมาเป็นอย่างไร ทางสยามบล็อกเชนได้จำแนกวิธีดูความน่าเชื่อถือของเว็บแลกเปลี่ยนไว้ดังนี้

  1. ตรวจสอบเว็บเทรดดังกล่าวว่าได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ – กุญแจสำคัญในการที่จะเปิดเว็บซื้อขาย Bitcoin ได้อย่างประสบความสำเร็จนั้นคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับลูกค้า ดังนั้นการที่เว็บผู้ให้บริการได้การรับรองจาก ก.ล.ต. ด้วยการมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจึงเป็นข้อจำเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562) นั้นมีผู้ให้บริการทั้งหมด 4 รายด้วยกันที่ได้รับใบอนุญาตในไทย นั่นก็คือ Satang Pro, Bitkub และ Coins.co.th
  2. ตรวจสอบดูว่าเว็บดังกล่าวมีการให้ทำ KYC หรือไม่ – เนื่องด้วยการที่ Bitcoin นั้นสามารถถูกโอนหากันได้อย่างไร้ตัวตน การทำ KYC หรือ Know your customer ที่ให้ผู้ใช้งานอัพโหลดรูปตัวเองถือบัตรประจำตัวประชาชน และอัพโหลดบิลค่าไฟเพื่อยืนยันที่อยู่นั้น เป็นการบ่งบอกว่าทางผู้ใช้งานจะไม่นำเอาเหรียญ cryptocurrency นี้ไปใช้งานในด้านที่ผิดกฎหมาย เช่นการฟอกเงิน หรือการนำไปซื้อยาเสพย์ติด เนื่องจากทางเว็บผู้ให้บริการจะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปอำนวยความสะดวกให้ทางตำรวจหรือรัฐบาลได้ในกรณีที่มีผู้นำมันไปใช้ในทางผิดกฎหมาย
  3. ตรวจดูประวัติที่มาของเว็บดังกล่าวว่าในอดีตเคยถูกแฮคหรือไม่ – บางทีมันอาจจะไม่แฟร์ที่จะคัดเอาเว็บผู้ให้บริการออกจากลิสเพียงเพราะด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาเคยถูกแฮคมาก่อน ซึ่งบางครั้งการที่พวกเขาเรียนรู้บทเรียนอันแสนแพงนั้นมาแล้ว อาจทำให้พวกเขาตัดสินใจอัพเกรดระบบให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็ได้ และนั่นจึงเป็นที่มาของข้อสุดท้าย ที่ผู้ใช้งานควรจะดูว่าเว็บดังกล่าวนั้น…
  4. ใช้ระบบ cold storage ในการเก็บเหรีย​ญ cryptocurrency หรือไม่ – การใช้ระบบ cold storage คือการเก็บเหรียญ cryptocurrency ไว้ใน HDD หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ hardware และดึงปลั๊กมันออกมา ให้ขาดจากการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือ Internet ทั้งปวง ซึ่งการเก็บข้อมูลแบบนี้จะเป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถที่จะปลอดภัยจากการถูกแฮคผ่านอินเทอร์เนตได้แบบ 100% (เว้นแต่เสียว่าจะแฮคกันเองภายในบริษัท) ซึ่งบางครั้งทางผู้ให้บริการอาจจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนนี้ แต่ทางผู้ใช้งานก็สามารถที่จะสอบถามก่อนได้เพื่อความมั่นใจ

ทำไมถึงต้องมีการทำ KYC

การทำ KYC หรือ Know Your Customer นั้นถือเป็นการเรียกเก็บข้อมูลผู้ใช้งานแบบละเอียด และเพื่อยืนยันตัวตนว่า “คุณคือผู้ใช้งาน” บนเว็บนี้จริงๆ อีกทั้งยังทำเพื่อให้แน่ใจว่า “คุณ” หรือ “ผู้ใช้บริการ” จะไม่นำเอา cryptocurrency ที่ได้จากทางเว็บไปทำกิจกรรมด้านผิดกฎหมาย หรือจะใช้เว็บซื้อขายแห่งนั้นเพื่อการฟอกเงิน

หากมีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นจริง สิ่งที่ทางตำรวจและรัฐบาลจะหันมามองเป็นอย่างแรกคือเว็บผู้ให้บริการซื้อขาย ไม่ใช่ผู้ซื้อขาย ด้วยความที่ธรรมชาติของเหรียญ Cryptocurrency นั้นสามารถส่งหากันได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ไม่มีตัวกลาง และไร้ตัวตนไม่สามารถรู้ตัวคนส่งได้นั้น การทำ KYC ถือเป็นการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานเหรียญดังกล่าวว่าจะถูกผูกกับ address ตัวไหน และจะสามารถตามตัวได้เจอในกรณีที่ทางตำรวจต้องการจะตามตัว

ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลจีนได้สั่งปิดเว็บเทรดในประเทศจีนเป็นการชั่วคราว และสั่งให้เว็บเทรดเหล่านั้นทำการแก้ไขกฎ KYC เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน AML ในประเทศอีกด้วย

กราฟด้านล่างนี้เผยให้เห็นถึงสถานที่หรือเว็บไซต์ที่คนไทยสามารถไปซื้อ Bitcoin ได้

ผู้ให้บริการ ข้อมูล มาจากประเทศ ประเภทของผู้ให้บริการ ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.  
Bitkub กระดานซื้อขายของคนไทย กับความร่วมมือระหว่างอดีต CEO ของ Garena และผู้บริหาร Goldman Sachs ไทย Spot exchange ซื้อ Bitcoin
Bitazza เป็นโบรคเกอร์ผู้ให้บริการรับแลกเปลี่ยนคริปโตในไทย ที่มีหน้าตาแพลทฟอร์มเหมือนกับ Exchange ไทย Broker ซื้อ Bitcoin
coins.co.th เป็นผู้ให้บริการกระเป๋าเงิน Bitcoin ที่จะให้คุณสามารถซื้อและขาย Bitcoin แบบง่ายๆ ฟิลิปปินส์ Broker ซื้อ Bitcoin
Pooldax จะช่วยจับคู่ผู้ซื้อและผู้ขายที่มีความต้องการตรงกัน มอลต้า P2P ซื้อ Bitcoin
Satang.com กระดานซื้อขาย Bitcoin รายแรกของไทยที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ นอกจากนี้เจ้าของยังเป็นผู้สร้างเหรียญ ZCoin อีกด้วย ไทย Spot exchange ซื้อ Bitcoin

สรุป

ปัจจุบันตลาดเว็บผู้ให้บริการซื้อขาย Bitcoin นั้นผุดขึ้นมามากมาย มีทั้งที่จดทะเบียนบริษัทอย่างถูกกฎหมาย และยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้ใช้งานควรที่จะเลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการเหล่านี้ให้ดี ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และก็เช่นกัน อย่านำ cryptocurrency ไปใช้ทำผิดกฎหมายนะครับ

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น