<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

PlayUltimate อาจเป็นบริษัทแรกในไทยที่จ้างงานและจ่ายโบนัสเป็น Cryptocurrency

ด้วยความนิยมของเหรียญ Cryptocurrency ในปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรมาหยุดมันได้อย่างง่ายๆแล้วนั้น ประเทศไทยเราก็ดูเหมือนว่าจะไม่พลาดกระแสนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวเป็น Bitcoin, การสร้างเหรียญดิจิตอลขึ้นมาเป็นของตนเอง, การขายรถเฟอรารีมือสองด้วย Bitcoin ซึ่งถ้าสิ่งที่กล่าวมายังไม่พอ วันนี้บริษัท PlayUltimate หรือหนึ่งในผู้ให้บริการด้านเกมออนไลน์ในประเทศไทยได้ออกมาประกาศจ้างงานด้านตำหน่ง digital currency และจ่ายโบนัสเป็นเหรียญดิจิตอลอีกด้วย

โดยอ้างอิงจากผู้ก่อตั้งบริษัทดังกล่าวนามว่าคุณสกลกรย์ สระกวี หรือคุณต้น ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นอดีต CEO ของบริษัท Garena นั้นได้มีการโพสข้อความผ่านบนเฟสบุคของตัวเองว่าทางบริษัทของเขากำลังเปิดรับสมัครงานตำแหน่ง Cryptocurrency Assistant เพื่อเป็นผู้ช่วยด้านการเก็บข้อมูลข่าวสารเหรียญ Cryptocurrency ในตลาดต่างๆผ่านสื่อโซเชียล รวมถึงการเก็บข้อมูลของเหรียญ ICO ที่มีแนมโน้มว่าจะขึ้นราคา และช่วยบริหารจัดการ portfolio ของคุณต้นอีกด้วย

แม้ว่าผู้ที่สมัครงานเข้ามาจะได้ไม่ได้ทำงานภายใต้ scope งานของบริษัท PlayUltimate โดยตรง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทด้านเกมออนไลน์ แต่ทว่าคุณต้นก็ได้มีแผนรองรับไว้แล้ว ซึ่งก็อาจจะมีบริษัทใหม่ที่ทางคุณต้นวางแผนเปิดเพื่อด้านนี้โดยเฉพาะ โดยเขากล่าวว่า “ใช้บริษัทพี่ไปก่อน PlayUltimate แต่อันนี้อาจจะเซ็ตบริษัทใหม่”

ภาพคุณต้นและออฟฟิซของเขา

บางทีเขาอาจจะมีแผนนำไปผนวกกับรายการออนไลน์นามว่า What The Coin ที่เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรายการทอล์คโชว์ด้านการลงทุนเหรียญ cryptocurrency ผ่าน YouTube

ที่น่าสนใจคือ ทางคุณต้นจะมีการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานในตำแหน่งดังกล่าวเป็นเหรียญ Ethereum (ETH) ประมาณ 10-20% เมื่อตัว ICO ที่ทางผู้ช่วยนั้นช่วยคุณต้นลงทุนสามารถที่จะทำกำไรได้ ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่ามีเหรียญ Civic ที่คุณต้นลงทุนด้วยซื้อจำนวน 200 ETH (ประมาณ 2,262,729 บาท อ้างอิงจากเว็บซื้อขาย Bx ในไทย) ได้กำไรเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวมาเป็น 400 ETH ทางคุณต้นก็จะแบ่งกำไรเป็นโบนัสในรูปแบบเหรียญ ETH ให้กับพนักงานในตำแหน่งราวๆ 20-40 ETH (ประมาณ 226,432 – 452,865 บาท) ซึ่งสามารถโอนนำไปขายทอดตลาดเพื่อแลกเป็นเงินบาทได้ ทั้งนี้จำนวนเปอร์เซ็นก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและเวลาในการทำกำไรด้วย โดยอ้างอิงจากคุณต้นนั้น ถ้าหากผู้ช่วยทำการซื้อเหรียญ ICO แล้ว ทว่าราคาไม่ขึ้น แต่ก็ต้องถือเพื่อรอขายเป็นระยะเวลาที่นานเกิน 1 อาทิตย์ ก็จะได้ไปแค่ 10%

“เปิดตัวมา 1 อาทิตย์กำไร 4 เท่า พี่ก็ให้ 20% ได้ แต่ถ้าเปิดตัวกำไร 50 – 100% แล้วมารอไม่ขาย ก็ให้แค่ 10%” กล่าวโดยคุณต้น

ซึ่งเขายังกล่าวอีกว่าจำนวนเงินลงทุนโดยเฉลี่ยที่เขาจะใช้เพื่อลงทุนในตัว ICO ต่อครั้งนั้นจะอยู่ที่ครั้งละไม่เกิน 200 ETH

โดยอ้างอิงจากคุณต้นนั้น ก่อนหน้านี้เขาเคยจ่ายโบนัสให้กับผู้ช่วยของเขาในบริษัท PlayUltimate ในขณะที่เขาลงทุนเหรียญ ICO นามว่า Status และทำกำไรได้ถึง 60% ซึ่งนั่นถือเป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มจ่ายโบนัสให้กับพนักงานในบริษัทเป็นเหรียญ Cryptocurrency

ปัจจุบันตลาดการลงทุนแบบ ICO หรือ Initial Coin Offering นั้นเติบโตอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมทั่วโลกของมันอยู่ที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์ อ้างอิงจาก CoinDesk รวมถึงก่อนหน้านี้ก็มีนักลงทุนรายหนึ่งในประเทศไทยที่ซื้อเหรียญ OmiseGO (OMG) ในช่วงการเปิดขาย ICO ทัน และได้กำไรไปประมาณ 100 กว่าล้านบาทอีกด้วย

จากเกมออนไลน์สู่นักเทรด Cryptocurrency

คุณต้นยังเป็นแอดมินกลุ่ม Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบน Facebook นามว่า Bitcoin Thai Club ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว ซึ่งนั่นสามารถอธิบายได้อย่างดีว่าเขาได้เข้ามาอยู่ในวงการนี้เป็นเวลาค่อนข้างนาน

โดยอ้างอิงจากคุณต้นนั้น เขาได้อธิบายถึงสาเหตุที่อยากจะจ้างงานตำแหน่ง Cryptocurrency Assistant นั้นก็เนื่องจากว่าตัวเขาเองนั้นเป็นนักเทรดแบบ full-time ที่ในปัจจุบันทำงานคนเดียวเริ่มจะไม่ไหวแล้ว จึงต้องการที่จะสร้างทีมและหาคนมาช่วย โดยเขากล่าวว่า

“เราเป็น Full-time trader เมื่อก่อนคนเดียวก็ไหว ต่อมามันเยอะ ก็ต้องหาคนช่วย เลยคิดจะสร้างทีม เหมือนถ้าผมเป็นหมอผมจะเปิดคลีนิค ผมเป็นหมอคนเดียวก็ไม่ไหว ก็ต้องจ้างพยาบาล จ้างหมอคนอื่นๆ ถ้ามันเวิคมันดี ก็ขยายกิจการ”

จุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของการเป็น Cryptocurrency Assistant ให้กับคุณต้นก็คือ ในอนาคตอาจจะได้มีการเลื่อนตำแหน่งไปเป็นผู้ช่วยดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency อื่นๆเพิ่มเติม ถ้าหากว่าธุรกิจนั้นไปได้สวย โดยเขาตอบคำถามสัมภาษณ์จากทางสยามบล็อกเชนว่า

“เป็นผู้ช่วยผมเติบโต ถ้าสายงาน crypto ก็อาจจะได้ช่วยดูแลเพิ่มเติมในส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency แต่ในเวลานี้ คือผู้ช่วยเค้าจะมาช่วยทำให้ผมเทรดแล้วมีกำไร ถ้าเค้าทำได้ดีก็จะให้ช่วยต่อไปเรื่อยๆ”

หรือสายงานด้าน Cryptocurrency และ Blockchain กำลังจะกลายเป็นอนาคต?

ด้วยความนิยมของเทคโนโลยี Blockchain ในปัจจุบันที่ส่งผลให้มีองค์กรและบริษัท รวมถึงรัฐบาลที่เริ่มนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ปรับใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นธนาคารไทยพาณิชย์, ไปรษณีย์ไทย, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าบุคคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวนั้นไม่เพียงพอล่ะ? สิ่งนั้นจะทำให้โอกาสดีๆในการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนี้ในประเทศอาจต้องช้าลง หรือหยุดชะงักเลยหรือเปล่า?

สิ่งนั้นต้องเริ่มมาจากวงการการศึกษาอย่างเช่นในมหาวิทยาลัยก่อน ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ทำการเปิดคอร์สสอนด้าน Cryptocurrency แบบฟรีๆโดยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ Dan Boneh ด้วย อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย และมหาวิทยาลัย Massachusetts Institute of Technology ที่เริ่มเปิดสอนคอร์สดังกล่าวแล้วเช่นกัน อ้างอิงจาก Coin Telegraph

สำหรับประเทศไทยนั้น แม้ว่าจะยังไม่มีมหาวิทยาลัยไหนเริ่มเปิดคอร์สสอนเกี่ยวกับ Cryptocurrency และ Blockchain อย่างเป็นทางการ แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ทางทีมงานสยามบล็อกเชนได้ถูกติดต่อให้ไปบรรยายในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง (ซึ่งรายละเอียดจะมีการเปิดเผยต่อไป) แล้ว โดยถือเป็นสัญญาณอันดีว่าวงการศึกษาในประเทศไทยเริ่มที่จะมองเห็นศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าว

ท้ายสุดนี้คุณต้นได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์ในอนาคตของประเทศไทย และทั่วโลก ว่าการจ้างงานในสาขา Cryptocurrency และ Blockchain นั้นอาจจะเริ่มมีมากขึ้นตั้งแต่ปีหน้า โดยเฉพาะสายงานโปรแกรมเมอร์เพื่อมาทำการพัฒนาระบบ Blockchain และรวมถึงสายงานด้านการเทรดเหรียญคริปโตที่จะมีมากขึ้นอีกด้วย

“เท่าที่รู้มา ด้าน blockchain กำลังจะเป็นอนาคตครับ บริษัทเล็กใหญ่ในไทยกำลังจะเริ่มจ้างงาน programmer อย่างมหาศาลเริ่มตั้งแต่ปีหน้า ส่วนงานด้านนักวิเคราะห์ เก็บข้อมูลในการเทรด Cryptocurrency ก็จะเริ่มมีขึ้นเรื่อยๆ เราอาจจะเห็น mutual fund เร็วๆ นี้จนทำให้จ้างงานด้านนี้มากขึ้น”

กล่าวโดยคุณต้น

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครงานตำแหน่งดังกล่าวสามารถติดต่อไปได้ที่ whatthecoin@gmail.com หรือ inbox ได้ที่เพจ What the coin ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวจะเปิดรับแค่ 3 คนเท่านั้น