<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ความเห็นส่วนตัว: สามเหตุผลว่าทำไมเราควรถือเหรียญ Binance Coin (BNB Coin)

บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของนักข่าวสยามบล็อกเชน ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน ผู้อ่านไม่ควรนำเอาความเห็นด้านล่างนี้ไปประกอบการตัดสินใจในการลงทุนส่วนตัว

ปี 2018 หรือปีที่กำลังเขียนบทคความอยู่นี้นั้น ส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนจะเป็นนัก HODL หรือยังคงถือเหรียญเอาไว้อยู่ไม่ยอมขาย เนื่องจากเหรียญที่ซื้อไว้ต้นปีนั้นราคามันลดลงเรื่อย ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นมาด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าการขายเหรียญในราคาที่ต่ำกว่าซื้อมานั้น มันไม่ดีอย่างแน่นอน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการประเมินว่าสินทรัพย์ที่พวกเรากำลังลงทุนอยู่นั้นมันจะสามารถงอกเงยผลผลิตในระยะยาวได่หรือไม่

ลองมาดูเหรียญที่ใช้บนเว็บเทรดดูบ้าง อย่างเช่น Binance Coin หรือ BNB Coin ว่าถ้าเรา HODL เอาไว้เราจะสามารถได้รับประโยชน์อะไรบ้าง แต่ที่แน่ ๆ มันสามารถนำมาลดค่าธรรมเนียนในการเทรดคริปโตบนเว็บ Binance ได้อีกด้วย

เรามาดูสามเหตุผลที่ยังควรจะถือเหรียญ BNB Coin ไว้

เว็บ Binance ยังคงเป็นที่หนึ่งของเว็บเทรดคริปโต

เว็บเทรด Binance ยังคงเป็นที่หนึ่งถ้าวัดจากปริมาณการเทรดคริปโตทั่วโลก มีการประมาณเอาไว้ว่ามีจำนวนผู้ใช้เกิดใหม่ราว 240,000 คนต่อชั่วโมง

และสาเหตุที่ทำให้เว็บ Binance นั้นยังคงเป็นอันดับหนึ่งก็คือ ทางเว็บ Binance มีการตลาดที่โดดเด่นเหนือเว็บเทรดอื่น ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมในการซื้อขายที่ถูกกว่าเว็บอื่น ๆ โดยปกติแล้วเว็บเทรดอื่น ๆ จะเก็บค่าธรรมเนียมที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ แต่ Binance เก็บเพียง 0.10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ๆ ในขณะนั้น และหากจ่ายด้วยเหรียญ BNB จะลดค่าธรรมเนียมให้เหลือเพียง 0.05 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ถ้าพูดถึงเรื่องความปลอดภัยเว็บเทรด Binance ก็ถือว่ามีความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่งเพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีแฮ็กเกอร์สร้างเว็บไซต์ Binance ปลอมขึ้นมา และมีผู้ใช้งานหลงเชื่อไปทำการ Login จำนวนมาก เมื่อถึงเวลา แฮ็กเกอร์ก็นำอีเมล์ และรหัสผ่านของผู้ใช้งานไปทำการ Login แต่ระบบของ Binance ตรวจจับและย้อนทุกอย่างกลับได้ทันภายในระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงเท่านั้น ทำให้ไม่มีใครได้รับความเสียหาย

ถึงแม้ว่า Binance จะมีปริมาณการเทรดคริปโตอันดับหนึ่งของโลกแต่เว็บมันก็ไม่ได้มีการสนับสนุนการถอนเงิน Fiat แต่อย่างใด ซึ่งการที่ไม่มีการถอนเงิน Fiat ได้นั้นทำให้คู่แจ่งเริ่มหันมาสนับสนุนการถอนเงิน Fiat กันยกใหญ่จนทำให้ Binance ต้องเริ่มปรับตัว

Binance กำลังจะเปิดการเทรดด้วยสกุลเงิน Fiat และ Crypto

ด้วยการที่ Binance ไม่มีบริการเทรด Fiat to Crypto จึงทำให้เว็บเทรดคู่แข่งเริ่มเปิดบริการเทรดด้วยสกุลเงิน Fiat ได้ และสุดท้ายทาง CEO ของ Binance นาย Zhao ก็ได้ประกาศว่าจะเริ่มสนับสนุนการเทรดสกุลเงิน Fiat กับ Crypto แล้ว

นาย Zhao กล่าวว่ามีแผนที่จะเปิดบริการเทรดสกุลเงิน Fiat กับ Crypto สามแห่งในปี 2018 และเพิ่มเป็นสิบแห่งก่อนจบปี 2020 โดยจะเปิดเว็บเทรด Fiat to Crypto อย่างน้อย 2 แห่ง ในแต่ละทวีป

และเมื่อมันสามารถมีการเทรดในรูปแบบ Fiat กับ Crypto มันก็จะช่วยในเรื่องของเวลาเพราะว่านักเทรดหลายคน เมื่อทำการเทรดแล้วพวกเขาก็อยากได้เงินสดออกมาเลย ซึ่งเว็บเทรดในปัจจุบันไม่ค่อยมีรูปแบบ Fiat to Crypto สักเท่าไรมีแต่ Crypto to Crypto เท่านั้นนั่นเอง

เว็บเทรด Binance แบบ Decentralized

ปัจจุบันนอกจากเว็บเทรดแบบ Centralized ที่เราคุ้นเคยเช่น BX, Bitkub หรือ Binance แล้วนั้นเว็บเทรดแบบ Decentralized ก็กำลังมาแรงเช่นกัน

เว็บเทรดแบบ Decentralized ก็คือเว็บเทรดที่ไม่มีตัวกลางในการเข้ามาควบคุม เช่นการมาสอดส่องข้อมูลของผู้ใช้งาน รวมทั้งยังมีความแม่นยำของข้อมูลและความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย

นาย Zhao กล่าวว่าทาง Binance ก็เตรียมตัวที่จะเปิดเว็บเทรดแบบ DEX (Decentrlized Exchange) เช่นกันและได้ปล่อยรุ่นทดสอบออกมาแล้วในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมาโดยเขาได้ให้เหตุผลว่า:

“ผมเชื่อว่าเว็บเทรดแบบ Decentralized จะกลายเป็นอนาคต แต่ผมไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไร ผมว่ามันอยู่ในช่วงเริ่มต้น ผมไม่รู้ว่ามันอาจจะเป็นปีสองปีหรือห้าปี ผมไม่รู้แต่เราก็ต้องเตรียมตัว”

ทาง Binance ประกาศว่าจะนำ Chain ของ BNB Coin ไปพัฒนาคู่กับเว็บเทรด Decentralized ของพวกเขา โดยทาง Binance ยังไม่ได้ประกาศอะไรออกมาแต่ก็คาดการณ์ได้ว่าจะมีผู้ใช้งานใช้เหรียญ BNB Coin มากขึ้นเพราะมันอาจสามารถไปลดค่าธรรมเนียมบนเว็บ DEX ของ Binance เหมือนเว็บ Binance ในปัจจุบันได้นั่นเอง

สรุป

การที่เรา HODL เหรียญ BNB Coin นี้ไว้อาจมีประโยชน์ในอนาคตก็ได้เพราะว่า Binance กำลังสร้างอาณาจักรของเขาเองเช่นเว็บเทรดในรูปแบบ DEX หรือเว็บเทรดที่รองรับการเทรดแบบ Fiat to Crypto และโมเดลของเหรียญ BNB Coin ที่มีอัตถประโยชน์อีกมากมายสำหรับคนที่เอามาใช้บนเว็บเทรด Binance

หมายเหตุ: การลงทุนในตัวเหรียญ Cryptocurrency มีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนทำการตัดสินใจลงทุน ทางสยามบล็อกเชนจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียในทุกกรณี

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

กดคลิกเพื่อแสดงความเห็น