<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

“ราคา Bitcoin น่าจะสูงในช่วงปี 2020 หลังจากการ Halving” กล่าวโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Coingecko

เวลาที่เราจะเลือกลงทุนในเหรียญอะไรนั้น สิ่งที่ที่เราจะต้องทำก็คือการดูพื้นฐานของเหรียญนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น สภาพคล่องของเหรียญ นักพัฒนา ชุมชนหรือเหรียญนั้น ๆ ราคาหรืออันดับของมัน

เว็บ Coingecko หรือเว็บที่ให้ข้อมูลด้านราคา Cryptocurrency อันดับสองของโลกรองจาก Coinmarketcap ทั้งในเรื่องของราคา ลำดับ สภาพคล่อง การแนะนำเรื่องการลงทุน ICO และเรื่องราวของเทคโนโลยีด้าน Blockchain ต่าง ๆ

โดยเหรียญที่ Coingecko ลิสต์นั้นมีจำนวนกว่า 2,000 เหรียญแล้ว

Coingecko

เว็บ Coingecko ได้รวมข้อมูลและสถิติของสกุลเงิน Cryptocurrency ไว้หลากหลายเช่น   Bitcoin, Ethereum, XRP, Bitcoin Cash, Happycoin และรวมแล้วมีมากกว่า 2,000 เหรียญ โดยข้อมูลที่นำมาเสนอก็คือชื่อสกุลเงินดิจิทัล, ราคา, Volume (24hr), มูลค่าตลาด, สภาพคล่อง, ผู้พัฒนา, ชุมชน, ประโยชน์, มอนิเตอร์กราฟ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อก่อนก่อนที่เราจะเลือกตัดสินใจลงทุนในตลาด Cryptocurrency นั่นเอง

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานข่าวว่า Bitkub เตรียมจัดงาน Meetup ในวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา โดยหนึ่งใน Speaker ที่มาพูดในงาน Meetup นี้ก็คือผู้ร่วมก่อตั้ง Coingecko นาย Bobby Ong

สัมภาษณ์ Coingecko

ทาง Siam Blockchain ได้ถามถึงสิบอย่างที่ทางคุณ Bobby Ong ได้ทำนายเอาไว้เกี่ยววงการคริปโตในปี 2019 โดยคำถามแรกที่ถามก็คือราคา Bitcoin ในปี 2019 จะเป็นเช่นไรนาย Bobby กล่าวว่า:

“ตลาดคริปโตในปี 2018 อยู่ในช่วง Correction ราคาเหรียญ Top 30 ร่วงลงกว่า 83 เปอร์เซ็นต์ ส่วนในปี 2019 ผมว่าราคาของมันจะไม่ Moon ในปีนี้หรอกและราคาของมันจะไม่สูงไปกว่าปี 2018 สักเท่าไร และราคาของมันน่าจะสูงขึ้นในปี 2020 หลังจากที่เกิด HALVING หรือการแบ่งครึ่ง Rewards ที่จะได้รับนั่นเอง”

และเมื่อถามถึงตลาด Stablecoin คุณ Bobby Ong กล่าวว่า:

“พวกเราได้เห็นถึงเหรียญStablecoin ถูกสร้างขึ้นมาเป็นจำนวนมากในปี 2018 ห้าเหรียญ Stablecoins อยู่ใน Top 100 ของ Coinmarketcap และ Tether ก็อยู่ใน Top 10 อีกด้วย แบะผมส่านะในปี 2019 จะเหลือเพียงแค่ 3 Stablecoins เท่านั้นที่จะอยู่ใน Top 10 และอีก 10 Stablecoins จะอยู่ Top 100”

นอกจากนี้เขายังได้พูดถึง Lightning Network ของ Bitcoin อีกด้วย โดยเขากล่าวว่า:

“ในปี 2018 Lightning Network ได้เกิดขึ้นและมันได้เติบโตมากกว่า 20,000 Channels และมี 530 BTC หมุนเวียนอยู่ ผมว่าในปี 2019 จะเป็นปีของ Bitcoin และ LN จะเติบโตมากขึ้น อย่างน้อยผมว่านะ เว็บเทรดสองสามเว็บน่าจะมีการสนับสนุน LN ภายในปลายปี 2019”

นาย Bobby กล่าวต่อถึงเทรดเว็บเทรดในปี 2018 ที่ผ่านมา โดยเขาได้ยกตัวอย่างของเว็บเทรดที่มีรูปแบบ Trans-fee mining

Trans-fee mining คือโมเดลรูปแบบใหม่ที่เว็บเทรดบางเว็บนำมาใช้ ยกตัวอย่างเช่น โดยปกติผู้ใช้งานจะเสียค่าธรรมเนียมต่อการซื้อขายให้เว็บเทรดเป็นปกติอยู่แล้ว แต่สิ่งที่โมเดลนี้ทำแตกต่างออกไปคือ เว็บเทรดจะสร้างโทเคนของพวกเขาขึ้นมา และกำหนดว่ามีจำนวนจำกัดกี่เหรียญ

เมื่อผู้ใช้งานทำการซื้อขายในเว็บเทรดนั้น ๆ พวกเขาก็ยังเสียค่าธรรมเนียมตามปกติอยู่ แต่ผู้เทรดจะได้รับโทเคนที่ถูกเว็บเทรดสร้างขึ้นมาแทนส่งกลับไป โดยจะมีมูลค่า 100 เปอร์เซ็นต์ของค่าธรรมเนียมในการเทรดที่เสียไป ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีแรงจูงใจในการเทรดที่เว็บนั้น ๆ

ทางคุณ Bobby กล่าวว่า:

“ในไตรมาสที่สามของปี 2018 ที่ผ่านมาเว็บเทรดกที่มี Trans-fee mining มีปริมาณการเทรดที่สูงมาก มากกว่าเว็บเทรดที่ไม่มี Trans-fee mining ในช่วงนั้น แต่เมื่อถึงไตรมาสที่สี่ ความนิยมของ Trans-fee mining ก็หายไปเสียแล้ว และในปี 2019 ผมเชื่อว่าจะมีเว็บเทรดคริปโตมากขึ้นอย่างแน่นอนผมว่าทาง CoinGecko นั้นจะเพิ่มเว็บเทรดกว่า 300 เว็บ การแข่งขันจะพุ่งสูงมากขึ้น เราคาดว่าอาจเห็นการปิดตัวของเว็บเทรดเยอะเพราะการแข่งขันที่สูงและมี Scam อยู่เต็มไปหมด”

พอมาถึงเรื่อง ICO ในปีที่ผ่านมา คุณ Bobby ได้กล่าวว่า:

“ในปี 2018 นั้นเราจะเห็นได้ว่า ICO ที่เปิดตัวนั้น สามารถทำ Hardcap ได้เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ได้แค่เดือนมกราคมเท่านั้น หลังจากนั้นไม่ได้อีกเลย อาจเป็นเพราะกฎหมายด้าน ICO ที่ออกมาและราคา Bitcoin และ Ethereum ที่ลดลงเป็นอย่างมาก และในปี 2019 ผมว่านะ ICO มันจะหยุดชะงักและผมว่า ICO จาก Telegram จะสามารถขึ้นมาอยู่ Top 10 ได้”

และถ้าเป็นเรื่องของการ Hard Fork คุณ Bobby กล่าวว่า:

“ผมว่าในปี 2019 เราจะได้เห็นเหรียญที่อยู่ใน Top 10 นั้น Hard Fork มันอาจจะเกิดขึ้นกับ Ethereum ที่ย้ายไป Proof of Stake เนื่องจากว่าไม่มีการ Proof-of-work สำหรับ Ethereum”

ขาดไม่ได้สำหรับเรื่องของ DApp ทางคุณ Bobby กล่าวว่า:

“ในปี 2018 ที่ผ่านมาเราได้เห็น DApp ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่น CryptoKitties และผมว่าในปี 2019 จะมีการแข่งขันกันระหว่าง EOS และ TRON เพราะทางนาย Justin Sun มีนักพัฒนาที่จะมาพัฒนาตัว DApp มากขึ้น และอย่างน้อย DApp จาก TRON และ EOS หนึ่งตัวจะไปอยู่เป็น Top 10 DApps”

และเทรน STO จะมาไหมในปี 2019 นี้ คุณ Bobby ให้คำตอบว่า:

“ปี 2018 เทรนด์ของ STO หรือ Security Token Offerings กำลังมาแรง และผมว่าปี 2019 มันน่าจะได้รับความนิยมแต่คนทั่วไปอาจไม่ค่อยสนใจ เราต้องการให้เกิดเว็บเทรด STO ก่อนเยอะ ๆ มันถึงจะมีแรงกระตุ้น เราอาจได้เห็นประเทศเล็ก ๆ อาจเป็นผู้นำด้านการลงทุนแบบ STO ก็เป็นได้”

กลับมาเรื่อง Masternodes ทางคุณ Bobby ให้มุมมองว่า:

“ในปี 2018 ที่ผ่านมาหลายคนเริ่มเปิด Masternodes เพื่อให้เกิด Passive Income ที่มั่นคง แต่แล้วปี 2018 ที่ผ่านมาราคาของ Bitcoin และ Altcoins ร่วงลงต่ำว่า 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้ผมคิดว่า ปี 2019 Masternodes ยังคงมีอัตราการเติบโตเช่นเดิม แต่ไม่น่าจะเท่า 2018”

Non-Fungible Tokens หรือโทเคนที่ใช้เทคโนโลยี ERC-721 ของ Ethereum ในการเก็บไอเทมหรือสิ่งของนั้น ๆ เป็นโทเคนกำลังมา โดยคุณ Bobby ได้ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า:

“เมื่อต้นปี 20128 ที่ผ่านมามีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่โดดเด่นเช่นชุมชนของ CryptoKitties ส่วนปลายปี 2018 นั้นมีมากขึ้นเกือบ 50 โปรอเจกต์เลยทีเดียว ผมว่าปี 2019 โปรเจกต์ ICO ที่ใช้ NFT เราจะได้เห็นพวกมันในปีนี้ก็ได้อย่างน้อยสองแห่ง และโปรเจกต์ของ NFT จะมาดขึ้นอย่างแน่นอนในปี 2019”

สำหรับผู้ที่อยากอ่านรายงานเต็มฉบับจากบริษัท CoinGecko นั้นสามารถโหลดรายงานฉบับเต็มได้จากที่นี่