สรุปข่าว
- Starcloud สตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia ประกาศแผนขุด Bitcoin บนอวกาศเป็นเจ้าแรกของโลก
- ซีอีโอของบริษัทชี้ว่า การใช้เครื่องขุด ASIC บนอวกาศมีต้นทุนที่ถูกกว่าการใช้ชิป GPU ประมวลผลถึง 30 เท่า
- อุตสาหกรรมเหมืองขุดบนอวกาศจะมีขนาดใหญ่มากเมื่อทุกคนมองว่าการขุดบนโลกมันไม่สมเหตุผลด้านต้นทุน
Starcloud สตาร์ทอัพด้านศูนย์ข้อมูลวงโคจรที่มี Nvidia หนุนหลัง เตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเปิดตัวโปรเจกต์ขุด Bitcoin บนอวกาศภายในปีนี้ โดยมุ่งเน้นการใช้เครื่องขุด ASIC ที่มีต้นทุนต่อกิโลวัตต์ถูกกว่าชิป GPU อย่างมาก ผสานกับการดึงพลังงานแสงอาทิตย์นอกโลกมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการบริโภคพลังงานมหาศาลบนพื้นโลก
Starcloud บริษัทสตาร์ทอัพด้านศูนย์ข้อมูลบนวงโคจรที่ได้รับการสนับสนุนโดย Nvidia ได้เปิดเผยแผนการสุดยิ่งใหญ่ โดยพวกเขาเตรียมที่จะเริ่มปฏิบัติการขุด Bitcoin อวกาศโดยเร็วที่สุดภายในปีนี้
Philip Johnston ซีอีโอของบริษัทกล่าวว่า Starcloud จะเป็นบริษัทแรกในโลกที่ได้ทำการขุด Bitcoin บนอวกาศ โดยพวกเขาจะเริ่มโครงการสุดทะเยอทะยานนี้หลังจากยานอวกาศลำที่สองได้ถูกปล่อยตัวในช่วงหลังของปี
Johnston กล่าวว่า การรันเครื่องขุด Bitcoin แบบ ASIC จะเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งาน ที่น่าสนใจที่สุดของการประมวลผลคอมพิวเตอร์ในอวกาศ เนื่องจากมันมีต้นทุนที่ถูกกว่าการใช้เครื่องประมวลผลกราฟิก (GPU) เป็นอย่างมาก
เขาอธิบายต่อว่า หากเทียบกันเป็นกิโลวัตต์แล้ว GPUs มีต้นทุนที่สูงกว่า ASICs ถึง 30 เท่าตัว โดยยกตัวอย่างว่าชิป B200 มีต้นทุนที่สูงถึง $30,000 ต่อ 1 กิโลวัตต์ ในขณะที่ ASIC ใช้ต้นทุนเพียง $1,000 เท่านั้น
ปัจจุบันการขุด Bitcoin อาจต้องใช้พลังงานต่อเนื่องมากถึง 20 กิโลวัตต์ ซึ่งมันไม่สมเหตุผลเอามากๆ ดังนั้น การขุด Bitcoin บนอวกาศจึงกำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอนาคตเพราะมันคุ้มค่ากว่าการขุดจากบนพื้นผิวโลกหลายเท่าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
ไปให้สุดแล้วหยุดที่ดาวอังคาร
แม้ Johnston จะมีความคิดที่จะขุด Bitcoin บนวงโคจรโลกแต่ Jose E. Puente และ Carlos Puente กลับมีไอเดียที่ล้ำมากยิ่งกว่า ด้วยแผนที่จะส่ง Bitcoin ข้ามดวงดาวไปยังดาวอังคาร
Puente เคยกล่าวเมื่อปีที่ผ่านมาว่าทางทฤษฎีแล้วเราสามารถส่ง Bitcoin ไปดาวอังคารได้ภายในระยะเวลา 3 นาที โดยอาศัยการเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายแสง Optical link ของ NASA หรือ Starlink ร่วมกับระบบการ timestamping ข้ามดวงดาวแบบใหม่
พูดง่ายๆ คือธุรกรรม Bitcoin จะถูกส่งไปยังสถานีอวกาศผ่านเสาอากาศและดาวเทียม ซึ่งจะส่งไปเรื่อยๆ ผ่านดวงจันทร์ ผ่านห้วงอวกาศไปจนถึงดาวอังคาร แต่ระบบดังกล่าวมีข้อเสียที่ว่าต้องมีผู้รับรออยู่ที่ดาวอังคารจึงจะใช้ได้ผล
อย่างไรก็ตามหากพูดถึงการขุด Bitcoin บนดาวอังคารจะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งทันทีและไม่สามารถทำได้เพราะมีค่าความหน่วงที่สูงมากระหว่างสองดาวเคราะห์
ที่มา : Cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของการขุด Bitcoin บนโลกคือการใช้พลังงานไฟฟ้าที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการย้ายเหมืองขุดขึ้นไปบนวงโคจรเพื่อใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบ 100% ถือเป็นการแก้ปัญหาเรื่องข้อครหาด้านพลังงาน ได้อย่างหมดจด และเป็นการตอกย้ำว่าทำไม Bitcon ถึงจะเป็นเงินแห่งอนาคต

