bitkub-banner

Bitcoin ร่วงหลุด 58,000 ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางแรงเทขาย ล้างพอร์ตมหาศาล และเงินทุนไหลออก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงหลุดระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยลงไปแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันใกล้ระดับ 58,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในภาพรวมดิ่งลงตามไปด้วยอย่างถ้วนหน้า
  • แรงเทขายอย่างหนักหน่วงส่งผลให้เกิดการบังคับล้างพอร์ตในตลาดอนุพันธ์มูลค่ารวมกันสูงถึงกว่า 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งความสูญเสียส่วนใหญ่ตกอยู่กับกลุ่มนักลงทุนที่เปิดสถานะฝั่งซื้อหรือ Long
  • กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกายังคงเผชิญกับแรงกดดันทางด้านราคาอย่างต่อเนื่องหลังจากพบตัวเลขเงินทุนไหลออกสุทธิอีกกว่า 469 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียว ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของกลุ่มทุนสถาบันที่เริ่มชะลอตัวลง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากราคาหลุดแนวรับสำคัญและมีแรงเทขายในตลาดอนุพันธ์จำนวนมากร่วมกับเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF ซึ่งจะกดดันราคาในระยะสั้น

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงอีกครั้งในวันที่ 25 มิถุนายนเมื่อราคา Bitcoin ร่วงทะลุแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาดิ่งลงไปซื้อขายอยู่ในกรอบประมาณ 59,400 ดอลลาร์สหรัฐ (ณ เวลาที่รายงานข่าว) และลงไปแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันใกล้ระดับ 58,000 ดอลลาร์สหรัฐ การปรับตัวลดลงในรอบนี้ได้ฉุดให้เหรียญหลักตัวอื่นๆ อย่าง Ethereum Solana XRP และ BNB ปรับตัวลดลงตามไปด้วยอย่างชัดเจน

ปัจจัยหลักที่ซ้ำเติมสถานการณ์ในครั้งนี้มาจากตลาดตราสารอนุพันธ์ที่มีการบังคับล้างพอร์ตของนักเทรดจำนวนมากถึง 217,685 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกันสูงถึง 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบ 24 ชั่วโมง โดยความสูญเสียส่วนใหญ่ตกอยู่กับนักลงทุนที่เปิดสถานะฝั่งซื้อหรือ Long ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ฝั่งขายชอร์ตเสียหายเพียง 269.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น สำหรับการล้างพอร์ตสัญญาขนาดใหญ่ที่สุดในรอบนี้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid ในคู่สัญญา BTC-USD ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 38.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในส่วนของเม็ดเงินลงทุนสถาบัน ข้อมูลจาก SoSoValue ชี้ว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกสุทธิอีกจำนวน 469.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมของกองทุนลดลงมาอยู่ที่ 73.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการไหลออกของเงินทุนอย่างต่อเนื่องนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าความต้องการของกลุ่มทุนสถาบันกำลังอ่อนแอลงและทำให้ขาดแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุงตลาดในช่วงที่เกิดความผันผวน

หากพิจารณาจากสัญญาณทางเทคนิค กราฟรายวันของ Bitcoin แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างราคาที่แย่ลงอย่างชัดเจนพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาดิ่งลง ซึ่งสะท้อนถึงแรงเทขายที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์หรือ RSI รายวันได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 30 ซึ่งเข้าสู่เขตขายมากเกินไปหรือ Oversold แล้ว แม้ว่าค่า RSI ในระดับนี้มักจะนำไปสู่การดีดตัวกลับในระยะสั้น แต่นักเทรดส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะรอการยืนยันจากปริมาณแรงซื้อที่แท้จริงและการฟื้นตัวของราคาที่แข็งแกร่งก่อนที่จะประเมินว่าตลาดจะกลับทิศทาง

ที่มา: kucoin


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าสถานการณ์การหลุดแนวรับ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนภัยที่นักลงทุนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ การล้างพอร์ตฝั่ง Long ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐแสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงมีระดับเลเวอเรจที่สูงและนักเก็งกำไรจำนวนมากถูกบีบให้ต้องยอมจำนน แม้ว่าค่า RSI จะบ่งบอกถึงภาวะ Oversold ที่อาจมีแรงรีบาวด์สั้นๆ เกิดขึ้นได้ แต่ตราบใดที่กองทุน ETF ยังคงมีเงินทุนไหลออกสุทธิอย่างต่อเนื่อง ตลาดจะยังขาดแคลนแรงหนุนหลักในระยะยาว นักลงทุนทั่วไปจึงควรรักษาสภาพคล่องและชะลอการเข้าซื้อหนักๆ จนกว่าจะเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของเงินทุนไหลออกจากฝั่งสถาบันและการสะสมพลังของราคาที่ชัดเจนกว่านี้