สรุปข่าว
- ข้อมูลทางสถิติตลอด 14 ปีบ่งชี้ว่าเดือนกรกฎาคมมักเป็นเดือนที่บิตคอยน์ทำผลงานได้แข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ โดยปิดลบเพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น
- ในมุมมองของภาพใหญ่ Bitcoin กำลังจะทำสถิติติดลบติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 แต่ข้อมูลบ่งชี้ว่าการกลับตัวหลังจากหายนะมักจะรุนแรง และเป็นสัญญาณกลับตัว
- โครงสร้างตลาดในรอบ 1-3 เดือนถัดจากนี้ไปยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงรอบด้านที่อาจทำให้ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอยเดิมเสมอไป
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Bitcoin ส่งสัญญาณเตรียมปิดกราฟเดือนมิถุนายนในแดนลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ข้อมูลเชิงสถิติเผยว่าเดือนกรกฎาคมถือเป็นหนึ่งในเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดของ Bitcoin ทว่าในภาพใหญ่ Bitcoin เองก็กำลังจะปิดกราฟไตรมาสในแดนลบต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยาก และทุกครั้งที่เกิดขึ้นมักตามมาด้วยการกลับตัวของเทรนด์ในตลาด
Bitcoin เจ้าแห่งสินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันกำลังเคลื่อนไหวในระดับราคาประมาณ $59,000-$60,000 หมายความว่าบิทคอยน์กำลังจะปิดกราฟเดือนในแดนลบอีกครั้ง ทำให้นักเทรดอาจสงสัยว่าถัดจากนี้ตลาดจะเป็นอย่างไรต่อ
Bitcoin กำลังจะเข้าสู่หนึ่งในเดือนที่แกร่งที่สุด
อ้างอิงข้อมูลจากสถิติในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา เดือนกรกฎาคมโดยปกติแล้วมักจะเป็นเดือนที่ Bitcoin ทำผลงานได้โดดเด่นและสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาพักหายใจได้ชั่วคราวแม้กระทั่งในตลาดขาลง
นับตั้งแต่ที่มีการจดบันทึกมา มีเพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น ที่ Bitcoin ปิดกราฟเดือนกรกฎาคมในแดนลบ นั่นจึงทำให้เดือนดังกล่าวทำผลงานเป็นรองเพียงแค่ กุมภาพันธ์ และ ตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ดีที่สุดของปี
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงขาลงปี 2022 Bitcoin ได้ปิดกราฟเดือนในเดือนมิถุนายนด้วยอัตราผลขาดทุนถึง -37% แต่ถัดจากนั้นราคากลับฟื้นตัวขึ้นมาถึง 16.8% ในเดือนถัดมา หมายความว่าหากประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย Bitcoin ก็มีสิทธิฟื้นตัวได้อย่างรุนแรงในเดือนข้างหน้าได้เช่นกัน

กราฟไตรมาสบอกอีกอย่าง
ทั้งนี้ หากมองภาพเป็นรายไตรมาสแล้ว สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นถัดจากนี้อาจไม่ใช่เรื่องดีเท่าไรนักเพราะ Bitcoin กำลังจะปิดไตรมาสในแดนลบต่อเนื่อง 3 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งเหตุการณ์รูปแบบดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ได้แก่ปี 2014-2015, 2019-2020 และ 2022 ซึ่งเป็นสถิติติดลบสูงสุด 4 ไตรมาส

แต่ภายในข่าวร้ายก็ยังมีข่าวดีซ่อนอยู่เพราะหากวัดกันที่ผลตอบแทนของ Bitcoin หลังปิดลบมากกว่า หรือ 3 ไตรมาสติดต่อกันจะพบว่าราคาจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่ 7.5%, 42.3%, 71% ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการกลับตัวเข้าสู่ตลาดขาขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการอ้างอิงเชิงสถิติเท่านั้น ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นจริงหรือไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ เพราะในช่วง 1-3 เดือนถัดจากนี้จะเป็นช่วงที่ Bitcoin ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายดอกเบี้ยของเฟด ความไม่แน่นอนทางการเมือง ฟองสบู่ของตลาดหุ้น การผ่านร่างกฎหมายคริปโต รวมไปถึงความเคลื่อนไหวของกองทุนและบริษัทคลังสำรองสินทรัพย์ดิจิทัล
สุดท้ายแล้ว นักลงทุนต้องทำความเข้าใจว่าตลาดคริปโตนั้นมีความผันผวนที่สูง และไม่สามารถคาดเดาได้ การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพื่อที่ไม่ว่าตลาดจะออกมาเป็นรูปแบบไหนนักลงทุนก็ยังสามารถมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้

