bitkub-banner

หุ้นบุริมสิทธิ STRC ของ Strategy ยังดิ่งต่ำกว่า $90 ท่ามกลางวอลลุ่มซื้อขายที่พุ่งทะยาน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้นบุริมสิทธิ STRC ของบริษัท Strategy ปิดตลาดต่ำกว่าระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยปิดที่ 88.59 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากระหว่างวันดิ่งลงไปลึกสุดถึง 82.50 ดอลลาร์สหรัฐ
  • วันพฤหัสบดีที่ผ่านมากลายเป็นหนึ่งในวันที่มีปริมาณการซื้อขายหุ้น STRC สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีการเปลี่ยนมือกันกว่า 10.7 ล้านหุ้น สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่อยู่ราว 3.4–3.5 ล้านหุ้นต่อวันถึง 3 เท่า
  • จากการที่ราคาหุ้นร่วงลงมาต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ทำให้ Strategy ต้องประกาศระงับโครงการออกหุ้นใหม่ชั่วคราว (ATM Program) เพื่อนำเงินไปซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish

เนื่องจากราคาหุ้น STRC ที่หลุดแนวรับสำคัญและหลุดราคาเปิดตัว พร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่พุ่งขึ้นอย่างผิดปกติ สะท้อนถึงแรงเทขายอย่างรุนแรงของนักลงทุน และการสั่งระงับโครงการเพิ่มทุนจะทำให้กำลังซื้อ Bitcoin ในตลาดสปอตของ Strategy ลดลงในระยะสั้น

สถานการณ์ของหุ้นบุริมสิทธิ Stretch (STRC) ของบริษัท Strategy ยังคงสะท้อนความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นดิ่งลงไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ 82.50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะกระเตื้องขึ้นมาปิดตลาดที่ 88.59 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดที่หุ้นตัวนี้ซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่เปิดตัวในการทำ IPO เมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 เป็นต้นมา

หุ้น STRC ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีมูลค่าซื้อขายคงที่รอบๆ 100 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอาศัยกลไกการปรับอัตราปันผลแปรผันรายเดือนซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 12.9% แต่การที่ราคาหลุดกรอบลงมาอย่างรุนแรงพร้อมกับวอลลุ่มซื้อขายที่ทะลักเข้ามาถึง 10.7 ล้านหุ้น ได้กลายเป็นบททดสอบสำคัญของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ทางด้านสถาบันการเงินอย่าง TD Cowen ยังคงออกบทวิเคราะห์คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิทั้งหมดของ Strategy โดยให้ราคาเป้าหมายหุ้นสามัญไว้ที่ 400 ดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์มองว่าบริษัทกำลังวิวัฒนาการตัวเองจากแค่บริษัทที่กู้เงินมาซื้อ Bitcoin ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มตลาดทุนสำหรับ Bitcoin เต็มรูปแบบ

จากการเปิดเผยข้อมูลการประชุมร่วมกับ Andrew Kang ซึ่งเป็น CFO ของ Strategy ระบุว่า บริษัทกำลังปรับกรอบการทำงานให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น โดยจะให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาระปันผล การสร้างทุนสำรองดอลลาร์สหรัฐ การจัดการหนี้สิน และอาจมีการขาย Bitcoin ออกมาเป็นครั้งคราวเพื่อรักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพของบริษัทให้ผ่านพ้นในแต่ละรอบวัฏจักรของตลาดไปได้ ซึ่งในระยะสั้นนี้ บริษัทจะหันมาเน้นการสร้างเงินสำรองและพยุงราคาหุ้นบุริมสิทธิแทนการเดินหน้ากว้านซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม

ที่มา: theblock


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการร่วงลงของ STRC พร้อมวอลลุ่มที่หนาแน่นแสดงถึงความตื่นตระหนกของนักลงทุนรายย่อยที่เริ่มไม่มั่นใจในโมเดลธุรกิจของ Strategy ยามที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีซึมตัว การที่บริษัทต้องหยุดแผนเพิ่มทุนชั่วคราวชี้ให้เห็นว่ากลไกการปั๊มเงินมาซื้อ Bitcoin เริ่มติดขัด อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ของ CFO ที่หันมาเน้นความเพลย์เซฟด้วยการสะสมเงินสดและประคองราคาหุ้นปันผลแทนการฝืนซื้อ Bitcoin ถือเป็นการแก้เกมที่มาถูกทางเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันกลับคืนมา แม้ว่าในระยะสั้นราคาหุ้นสามัญของบริษัทอาจจะยังโดนกดดันต่อตามทิศทางราคา Bitcoin ในตลาดก็ตาม