<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>
bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250

รายงานเผย Bankman-Fried แอบย้ายเงินฝากลูกค้า FTX กว่า 4 พันล้านดอลลาร์ไปยัง Alameda

bitkub-2022-769x90
bitkub-2022-300x250
ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

รายละเอียดใหม่กำลังถูกเปิดเผยเกี่ยวเหตุาการณ์เบื้องหลังที่เห็นกระดานเทรด FTX เผชิญหน้ากับวิกฤตสภาพคล่องที่สำคัญส่งผลให้แพลตฟอร์มเกือบล่มสลาย โดยวิกฤตสภาพคล่องดังกล่าวถูกติดอยู่กับความตั้งใจของ Sam Bankman-Fried CEO ของ FTX ในการต่อตั้งบริษัทการค้า Alameda 

เมื่อไม่นานมานี้มีรายงานว่า Bankman-Fried โอนเงินบน FTX ประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ซึ่งค้ำประกันโทเคน FTT และหุ้นในแพลตฟอร์มซื้อขาย Robinhood ไปยัง Alameda ตามที่สำนักข่าว  Reuters รายงานเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน

ตามรายงานส่วนหนึ่งของเงินที่โอนมาเป็นเงินของลูกค้าซึ่งถูก Bankman-Fried ดำเนินธุรกรรมโดยไม่แจ้งต่อผู้บริหาร FTX คนอื่น ๆ อีกทั้งยังได้กำหนดมูลค่าเงินฝากของลูกค้าอีกด้วย แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า Bankman-Fried ปฏิเสธที่จะสื่อสารกับเหล่าผู้บริหารเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเนื่องจากกลัวว่าข้อมูลจะรั่วไหลสู่สาธารณะ

bitazza-may-300x250
bitazza-may-768x90

กำเนิดของปัญหา FTX 

คนวงในกล่าวว่าปัญหาของ FTX ส่วนใหญ่มาจากการกระทำของ Bankman-Fried ในขณะที่เขาพยายามและช่วยบริษัท cryptocurrency อื่นๆ ที่กำลังล่มสลาย ที่น่าสนใจคือแรงผลักดันของ CEO ในการช่วยเหลือบริษัทที่ล่มสลายนั้นดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่แพร่หลายซึ่งทำให้มีอัตราเงินเฟ้อสูงและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเช่นกัน

ตามที่ผู้บริหารกล่าววิกฤตเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ FTX ประสบกับ “การถอนเงินครั้งใหญ่” เนื่องจากผู้ใช้รีบย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ภายใน 72 ชั่วโมงซึ่งปกติแล้ว FTX จะมีการถอนเงินรายวันเพียงหลายสิบล้านดอลลาร์เท่านั้น

หลังจากวิกฤตดังกล่าว Binance กระดานเทรดคริปโตยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ประกาศให้เงินช่วยเหลือ FTX ที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม Binance ถอนข้อตกลงที่ระบุว่าปัญหาอยู่นอกเหนือการควบคุม 

“ในตอนแรก ความหวังของเราคือสามารถสนับสนุนลูกค้าของ FTX เพื่อจัดหาสภาพคล่อง แต่ปัญหาอยู่นอกเหนือการควบคุมหรือความสามารถในการช่วยเหลือของเรา” 

หน่วยงานกำกับดูแลก้าวเข้ามา 

การถอนตัวเกิดขึ้นหลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอเมริกาเริ่มพิจารณาเรื่อง FTX อย่างเป็นทางการ  โดย Kristin Johnson กรรมาธิการของ Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ย้ำถึงความจำเป็นในการจัดตั้งกรอบการกำกับดูแลเพื่อปกป้องผู้บริโภค

อย่างไรก็ตามเขาอ้างถึงเหตุการณ์ FTX ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายทั่วทั้งตลาดเช่นเดียวกับวิกฤตการณ์ cryptocurrency ที่โด่งดังครั้งก่อนเหมือนการล่มสลายของ Terra โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่ได้รับแรงกดดันการขาย ตัวอย่างเช่น มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลลดลงกว่า 1.50 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมวิเคราะห์ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอย่าง Bitcoin (BTC) อาจร่วงถึง 10,000 ดอลลาร์ในอนาคต